จุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของแกนนำพรรคประชาชนและกลุ่มการเมืองฝ่ายค้านเดิม โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และหมวด 2 กำลังเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง ว่า เป็นเรื่องอันตรายร้ายแรงที่ต้องพูดคุยกันอย่างจริงจัง
โดยเฉพาะการที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่แสดงจุดยืนบนเวทีดีเบต เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา โดยไม่ยกมือค้านการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 โดยให้เหตุผลว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้อยู่แล้ว ตามมาตรา 255
ขณะที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีต สส.พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความระบุว่า
“ตอน คสช. ก่อกบฏ ฉีกรัฐธรรมนูญ มันฉีกหมวด 1, 2 และร่างใหม่เองด้วย เผื่อไม่รู้กัน”
1) นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สื่อมวลชนอาวุโสจากช่อง “แนวหน้าออนไลน์” แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า
คุณปดิพัทธ์ ครับ
1.คสช.ยึดอำนาจจากรัฐบาลเพื่อไทยได้สำเร็จไม่ได้เป็น “กบฏ”
2. คสช.ไม่ใช่ผู้แก้รัฐธรรมนูญ มี กรรมการร่าง รธน. 2 ชุด คือชุด อ.บวรศักดิ์ และ อ.มีชัย
3.หมวด 1 และ หมวด 2 มีข้อความเหมือนเดิม
“มัน” ไม่ได้ทำอย่างที่คุณกล่าวหาบิดเบือน
มีแต่ “คุณ” ที่ถูกขับออกจากพรรคการเมืองเพื่อรักษาเก้าอี้“รองประธานสภา” และ “ผู้นำฝ่ายค้าน” และเป็นกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบพรรค และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี เพราะ เซาะ กร่อน บ่อนทำลาย สถาบันฯก็แค่นั้น
2) นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ กล่าวว่า การแสดงความเห็นของทั้งสองทำให้เห็นเจตนาที่ชัดเจนและไม่เคยเปลี่ยนแปลงในการมุ่งเป้าแก้ไขหมวด 1, 2 รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ส่วนที่นายณัฐพงษ์ระบุว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ เป็นการหลอกลวงประชาชน แม้มาตรา 255 จะห้ามเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่หากมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ จะเปิดช่องให้สามารถเข้าไปแตะต้องและแก้ไขหมวดดังกล่าวได้ และนี่คือเจตนาหลักของกลุ่มการเมืองสีส้ม และมาตรา 255 ล็อกเฉพาะ ห้ามเปลี่ยนแปลงการปกครองและรูปแบบของรัฐเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับสถาบันฯ ที่ไม่เกี่ยวกับการปกครอง คนที่อยากแก้ยังแก้ได้ เช่น จำนวน หรืออำนาจองคมนตรี ในหมวด 2
ยอมรับว่าในสมัย คสช.มีการแก้ไขหมวด 1 และ 2 จริง แต่เป็นการแก้ไขเพื่อให้ดีขึ้น ให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความมั่นคงและเป็นไปโดยพระราชประสงค์ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งแตกต่างกับสิ่งที่กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามพยายามจะทำ เพราะกลุ่มดังกล่าวถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่ามีพฤติการณ์เซาะกร่อนบ่อนทำลาย พยายามด้อยค่าสถาบันฯ มาโดยตลอด
“ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของกลุ่มพรรคประชาชนและคณะก้าวหน้า มีเจตนาหลักเพียงอย่างเดียวคือการแก้ไขหมวด 1 และ 2 เพื่อทำลายสถาบันหลักของชาติ แต่ถ้าไม่ใช่ คุณตอบมา ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะเป็นไปเพื่อเจตนานั้น และเพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของบ้านเมือง สถาบันชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ พี่น้องประชาชนต้องไม่เห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
นายเจษฎ์ ยังได้ประกาศจุดยืนพรรครักชาติ ต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยืนยันชัดเจนว่า พรรค“ไม่เห็นชอบ” ให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจุดยืนพรรครักชาติหากต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเฉพาะเรื่องต้องเริ่มจากการ “ไม่เห็นชอบ” กับการยกร่างใหม่ทั้งฉบับในครั้งนี้
นายเจษฎ์ ยังชี้แจงแก้ข่าวบิดเบือน ย้ำว่า พรรครักชาติ ไม่ได้รณรงค์ให้ “No Vote” (ไม่ประสงค์ลงคะแนน)แต่รณรงค์ให้ “Vote No” (ลงมติไม่เห็นชอบ) พร้อมยก 5 เหตุผลหลัก ในการคัดค้าน ดังนี้
1.งบประมาณสิ้นเปลือง : การทำประชามติใช้งบมหาศาล ควรนำเงินไปแก้ปัญหาปากท้องประชาชนที่สำคัญกว่า
2.ตีเช็คเปล่า : การตั้งคำถามประชามติรวบยอด ไม่มีความชัดเจนในเนื้อหาและวิธีการ เหมือนขอฉันทามติโดยประชาชนไม่รู้รายละเอียด
3.ไร้หลักประกัน : การยกร่างใหม่ทั้งฉบับไม่มีอะไรรับประกันว่าจะดีขึ้น และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยก
4.ปัญหาอยู่ที่คน : ปัญหาการเมืองที่ผ่านมาเกิดจากบทเฉพาะกาลและการกระทำของบุคคล (การฮั้วกัน) ไม่ใช่เพราะตัวบทรัฐธรรมนูญหลัก
5.หนุนแก้รายมาตรา : หากต้องการแก้ไข ควรทำเป็นรายมาตรา ไม่ใช่การรื้อทิ้งทั้งฉบับ
3) อีกท่านหนึ่งที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในเรื่องนี้คือ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดีและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยภักดี
หมอวรงค์ได้โพสต์ชี้แจงจุดยืนต่อประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากมีประชาชนจำนวนมากยังเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับท่าทีของพรรค โดย นพ.วรงค์ ย้ำว่าพรรคไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เสี่ยงถูกยัดเนื้อหา ชี้หากแก้ ก็ควรแก้เป็นรายมาตรา อีกทั้งประชาชนไม่เดือดร้อนกับรัฐธรรมนูญ จึงไม่ควรสิ้นเปลืองงบประมาณเพื่อดำเนินการ ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวของ นพ.วรงค์ มีใจความว่า
“...พรรคไทยภักดีขอชี้แจง เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนมากเข้าใจคลาดเคลื่อน
พรรคไทยภักดี ไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะมีความเสี่ยงสูง และประชาชนอาจติดตามไม่ทันว่าสุดท้ายจะมีการใส่เนื้อหาอะไรลงไปบ้าง ที่สำคัญ ประชาชนไม่ได้เดือดร้อน และทำไมจะต้องมาเสียภาษีนับหมื่นล้านบาท เพื่อดำเนินการ
ขอเรียนให้เข้าใจว่า พรรคไทยภักดี ไม่ได้คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญปี 2560 ยังสามารถแก้ไขได้ หากมาตราใดมีปัญหา ก็ควรแก้เป็นรายมาตรา ไม่จำเป็นต้องร่างใหม่ทั้งฉบับ
ที่หลายคนยังเข้าใจผิด เป็นเพราะการนำเสนอข่าว ทำให้คิดว่าการลงประชามติ คือ การแก้รัฐธรรมนูญ แต่ความจริงแล้ว การลงประชามติครั้งนี้ คือ การถามว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน และนี่คือเหตุผลที่พรรคไทยภักดีไม่เห็นด้วย...”
ต่อมาได้โพสต์เพิ่มเติมอีกว่า จุดยืนไทยภักดีไม่เห็นชอบการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะประเด็นใดของรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา สามารถแก้ไขได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เคยถูกเสนอแก้ไขมาแล้วหลายประเด็น บางประเด็นก็แก้ไขได้ บางประเด็น โดยเฉพาะประโยชน์ของนักการเมือง และการตรวจสอบนักการเมือง ก็แก้ไขไม่ได้
การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ถือว่าเป็นอันตรายมาก เพราะไม่รู้เลยว่านักการเมืองจะยัดไส้อะไรเข้ามาบ้างสิ่งที่กังวลว่าจะเกิดขึ้น หากมีการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำลายหลักรัฐธรรมนูญปราบโกง ทำลายการตรวจสอบที่เข้มข้น ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำลายเรื่องจริยธรรม รวมทั้งความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มีความเสี่ยงที่จะยุบ หรือลดอำนาจองค์กรอิสระ หรือศาลรัฐธรรมนูญ อาจใช้รัฐธรรมนูญล้มล้างการปกครอง ทำลายกองทัพ หรือเปลี่ยนประเทศไปสู่ความเป็นหลายรัฐ ไม่ใช่รัฐเดี่ยวแบบปัจจุบัน เกิดการแทรกแซงของต่างชาติ ผ่าน NGO ที่รับเงินจากต่างชาติมารณรงค์ เท่ากับเป็นช่องทางให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงรัฐธรรมนูญของประเทศไทย หากมีความเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ของสังคมไทย
ในการหาเสียงที่ตลาดบ้านคลอง ตลาดร่วมใจ ตลาดสดเทศบาล 1 จ.พิษณุโลก และตลาดสดเทศบาล จ.สุโขทัย เพื่อขอคะแนนเสียงบัตรสีชมพู เบอร์ 29 กาได้ทุกเขตทั่วประเทศ นพ.วรงค์ ได้กล่าวย้ำว่า พรรคไทยภักดีมีจุดยืนไม่เห็นชอบการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับถือเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ทรยศประชาชน งบประมาณหมื่นล้านบาทควรนำไปสมทบสร้างกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชามากกว่า ปัญหาประชาชนคือปัญหาปากท้อง ล่าสุดพรรคการเมืองที่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ประกาศจุดยืนไม่แก้หมวด 1 -2 แต่ก็ซ่อนเจตนาที่จะแก้ไขเนื้อหาเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองทำลายการตรวจสอบที่เข้มข้น ที่น่าเป็นห่วงคือบางพรรคการเมืองประกาศชัดเจนจะแก้ไขหมวด 1-2 ด้วย ยิ่งเป็นอันตรายต่อสถาบัน เพราะรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดซึ่งกำหนดกรอบเนื้อหากฎหมายลูกที่จะต้องแก้ไขตาม
“เชื่อว่า การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยเฉพาะจะแก้ไขหมวด 1-2 จะเป็นการเปิดประตูไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกอย่างรุนแรงในสังคม” นายแพทย์วรงค์กล่าว
8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นทั้งวันหย่อนบัตรเลือกตั้งสส. และทำประชามติ
ประชาชนควรตัดสินใจให้ถูกต้อง ว่าจะ “เห็นชอบ”หรือ “ไม่เห็นชอบ” ซึ่งโดยส่วนตัวของผม
ตอบตรงนี้ได้เลยว่า “ไม่เห็นชอบ” ครับ!
จิตกร บุษบา

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี