วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
จุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของแกนนำพรรคประชาชนและกลุ่มการเมืองฝ่ายค้านเดิม โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และหมวด 2 กำลังเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง ว่า เป็นเรื่องอันตรายร้ายแรงที่ต้องพูดคุยกันอย่างจริงจัง
โดยเฉพาะการที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่แสดงจุดยืนบนเวทีดีเบต เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา โดยไม่ยกมือค้านการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 โดยให้เหตุผลว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้อยู่แล้ว ตามมาตรา 255
ขณะที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีต สส.พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความระบุว่า
“ตอน คสช. ก่อกบฏ ฉีกรัฐธรรมนูญ มันฉีกหมวด 1, 2 และร่างใหม่เองด้วย เผื่อไม่รู้กัน”
1) นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สื่อมวลชนอาวุโสจากช่อง “แนวหน้าออนไลน์” แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า
คุณปดิพัทธ์ ครับ
1.คสช.ยึดอำนาจจากรัฐบาลเพื่อไทยได้สำเร็จไม่ได้เป็น “กบฏ”
2. คสช.ไม่ใช่ผู้แก้รัฐธรรมนูญ มี กรรมการร่าง รธน. 2 ชุด คือชุด อ.บวรศักดิ์ และ อ.มีชัย
3.หมวด 1 และ หมวด 2 มีข้อความเหมือนเดิม
“มัน” ไม่ได้ทำอย่างที่คุณกล่าวหาบิดเบือน
มีแต่ “คุณ” ที่ถูกขับออกจากพรรคการเมืองเพื่อรักษาเก้าอี้“รองประธานสภา” และ “ผู้นำฝ่ายค้าน” และเป็นกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบพรรค และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี เพราะ เซาะ กร่อน บ่อนทำลาย สถาบันฯก็แค่นั้น
2) นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ กล่าวว่า การแสดงความเห็นของทั้งสองทำให้เห็นเจตนาที่ชัดเจนและไม่เคยเปลี่ยนแปลงในการมุ่งเป้าแก้ไขหมวด 1, 2 รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ส่วนที่นายณัฐพงษ์ระบุว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ เป็นการหลอกลวงประชาชน แม้มาตรา 255 จะห้ามเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่หากมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ จะเปิดช่องให้สามารถเข้าไปแตะต้องและแก้ไขหมวดดังกล่าวได้ และนี่คือเจตนาหลักของกลุ่มการเมืองสีส้ม และมาตรา 255 ล็อกเฉพาะ ห้ามเปลี่ยนแปลงการปกครองและรูปแบบของรัฐเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับสถาบันฯ ที่ไม่เกี่ยวกับการปกครอง คนที่อยากแก้ยังแก้ได้ เช่น จำนวน หรืออำนาจองคมนตรี ในหมวด 2
ยอมรับว่าในสมัย คสช.มีการแก้ไขหมวด 1 และ 2 จริง แต่เป็นการแก้ไขเพื่อให้ดีขึ้น ให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความมั่นคงและเป็นไปโดยพระราชประสงค์ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งแตกต่างกับสิ่งที่กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามพยายามจะทำ เพราะกลุ่มดังกล่าวถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่ามีพฤติการณ์เซาะกร่อนบ่อนทำลาย พยายามด้อยค่าสถาบันฯ มาโดยตลอด
“ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของกลุ่มพรรคประชาชนและคณะก้าวหน้า มีเจตนาหลักเพียงอย่างเดียวคือการแก้ไขหมวด 1 และ 2 เพื่อทำลายสถาบันหลักของชาติ แต่ถ้าไม่ใช่ คุณตอบมา ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะเป็นไปเพื่อเจตนานั้น และเพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของบ้านเมือง สถาบันชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ พี่น้องประชาชนต้องไม่เห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
นายเจษฎ์ ยังได้ประกาศจุดยืนพรรครักชาติ ต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยืนยันชัดเจนว่า พรรค“ไม่เห็นชอบ” ให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจุดยืนพรรครักชาติหากต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเฉพาะเรื่องต้องเริ่มจากการ “ไม่เห็นชอบ” กับการยกร่างใหม่ทั้งฉบับในครั้งนี้
นายเจษฎ์ ยังชี้แจงแก้ข่าวบิดเบือน ย้ำว่า พรรครักชาติ ไม่ได้รณรงค์ให้ “No Vote” (ไม่ประสงค์ลงคะแนน)แต่รณรงค์ให้ “Vote No” (ลงมติไม่เห็นชอบ) พร้อมยก 5 เหตุผลหลัก ในการคัดค้าน ดังนี้
1.งบประมาณสิ้นเปลือง : การทำประชามติใช้งบมหาศาล ควรนำเงินไปแก้ปัญหาปากท้องประชาชนที่สำคัญกว่า
2.ตีเช็คเปล่า : การตั้งคำถามประชามติรวบยอด ไม่มีความชัดเจนในเนื้อหาและวิธีการ เหมือนขอฉันทามติโดยประชาชนไม่รู้รายละเอียด
3.ไร้หลักประกัน : การยกร่างใหม่ทั้งฉบับไม่มีอะไรรับประกันว่าจะดีขึ้น และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยก
4.ปัญหาอยู่ที่คน : ปัญหาการเมืองที่ผ่านมาเกิดจากบทเฉพาะกาลและการกระทำของบุคคล (การฮั้วกัน) ไม่ใช่เพราะตัวบทรัฐธรรมนูญหลัก
5.หนุนแก้รายมาตรา : หากต้องการแก้ไข ควรทำเป็นรายมาตรา ไม่ใช่การรื้อทิ้งทั้งฉบับ
3) อีกท่านหนึ่งที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในเรื่องนี้คือ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดีและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยภักดี
หมอวรงค์ได้โพสต์ชี้แจงจุดยืนต่อประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากมีประชาชนจำนวนมากยังเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับท่าทีของพรรค โดย นพ.วรงค์ ย้ำว่าพรรคไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เสี่ยงถูกยัดเนื้อหา ชี้หากแก้ ก็ควรแก้เป็นรายมาตรา อีกทั้งประชาชนไม่เดือดร้อนกับรัฐธรรมนูญ จึงไม่ควรสิ้นเปลืองงบประมาณเพื่อดำเนินการ ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวของ นพ.วรงค์ มีใจความว่า
“...พรรคไทยภักดีขอชี้แจง เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนมากเข้าใจคลาดเคลื่อน
พรรคไทยภักดี ไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะมีความเสี่ยงสูง และประชาชนอาจติดตามไม่ทันว่าสุดท้ายจะมีการใส่เนื้อหาอะไรลงไปบ้าง ที่สำคัญ ประชาชนไม่ได้เดือดร้อน และทำไมจะต้องมาเสียภาษีนับหมื่นล้านบาท เพื่อดำเนินการ
ขอเรียนให้เข้าใจว่า พรรคไทยภักดี ไม่ได้คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญปี 2560 ยังสามารถแก้ไขได้ หากมาตราใดมีปัญหา ก็ควรแก้เป็นรายมาตรา ไม่จำเป็นต้องร่างใหม่ทั้งฉบับ
ที่หลายคนยังเข้าใจผิด เป็นเพราะการนำเสนอข่าว ทำให้คิดว่าการลงประชามติ คือ การแก้รัฐธรรมนูญ แต่ความจริงแล้ว การลงประชามติครั้งนี้ คือ การถามว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน และนี่คือเหตุผลที่พรรคไทยภักดีไม่เห็นด้วย...”
ต่อมาได้โพสต์เพิ่มเติมอีกว่า จุดยืนไทยภักดีไม่เห็นชอบการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะประเด็นใดของรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา สามารถแก้ไขได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เคยถูกเสนอแก้ไขมาแล้วหลายประเด็น บางประเด็นก็แก้ไขได้ บางประเด็น โดยเฉพาะประโยชน์ของนักการเมือง และการตรวจสอบนักการเมือง ก็แก้ไขไม่ได้
การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ถือว่าเป็นอันตรายมาก เพราะไม่รู้เลยว่านักการเมืองจะยัดไส้อะไรเข้ามาบ้างสิ่งที่กังวลว่าจะเกิดขึ้น หากมีการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำลายหลักรัฐธรรมนูญปราบโกง ทำลายการตรวจสอบที่เข้มข้น ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำลายเรื่องจริยธรรม รวมทั้งความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มีความเสี่ยงที่จะยุบ หรือลดอำนาจองค์กรอิสระ หรือศาลรัฐธรรมนูญ อาจใช้รัฐธรรมนูญล้มล้างการปกครอง ทำลายกองทัพ หรือเปลี่ยนประเทศไปสู่ความเป็นหลายรัฐ ไม่ใช่รัฐเดี่ยวแบบปัจจุบัน เกิดการแทรกแซงของต่างชาติ ผ่าน NGO ที่รับเงินจากต่างชาติมารณรงค์ เท่ากับเป็นช่องทางให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงรัฐธรรมนูญของประเทศไทย หากมีความเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ของสังคมไทย
ในการหาเสียงที่ตลาดบ้านคลอง ตลาดร่วมใจ ตลาดสดเทศบาล 1 จ.พิษณุโลก และตลาดสดเทศบาล จ.สุโขทัย เพื่อขอคะแนนเสียงบัตรสีชมพู เบอร์ 29 กาได้ทุกเขตทั่วประเทศ นพ.วรงค์ ได้กล่าวย้ำว่า พรรคไทยภักดีมีจุดยืนไม่เห็นชอบการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับถือเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ทรยศประชาชน งบประมาณหมื่นล้านบาทควรนำไปสมทบสร้างกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชามากกว่า ปัญหาประชาชนคือปัญหาปากท้อง ล่าสุดพรรคการเมืองที่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ประกาศจุดยืนไม่แก้หมวด 1 -2 แต่ก็ซ่อนเจตนาที่จะแก้ไขเนื้อหาเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองทำลายการตรวจสอบที่เข้มข้น ที่น่าเป็นห่วงคือบางพรรคการเมืองประกาศชัดเจนจะแก้ไขหมวด 1-2 ด้วย ยิ่งเป็นอันตรายต่อสถาบัน เพราะรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดซึ่งกำหนดกรอบเนื้อหากฎหมายลูกที่จะต้องแก้ไขตาม
“เชื่อว่า การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยเฉพาะจะแก้ไขหมวด 1-2 จะเป็นการเปิดประตูไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกอย่างรุนแรงในสังคม” นายแพทย์วรงค์กล่าว
8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นทั้งวันหย่อนบัตรเลือกตั้งสส. และทำประชามติ
ประชาชนควรตัดสินใจให้ถูกต้อง ว่าจะ “เห็นชอบ”หรือ “ไม่เห็นชอบ” ซึ่งโดยส่วนตัวของผม
ตอบตรงนี้ได้เลยว่า “ไม่เห็นชอบ” ครับ!
จิตกร บุษบา

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 7 มี.ค. ปตท.-บางจาก และค่ายดังทั่วไทย ราคากลางล่าสุดที่นี่
เดินหน้าถล่มกันไม่หยุด สงครามขยายวง รัสเซียขยับแนวร่วมอิหร่านตอบโต้
ทั้งร้อนทั้งฝน ไทยตอนบนอ่วมอากาศเปลี่ยนฉับพลัน กทม. อุณหภูมิพุ่ง 38 องศาฯ ลมแรง
ติดคลิป 18+ จนคุมไม่อยู่ พม. คาดโทษ เด็ก 13 โชว์สยิวหน้าร้านชำ
จี้ปลดล็อกข้อจำกัดE20 ฝ่าวิกฤตน้ำมัน-เซฟ7หมื่นล้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี