วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วิธีสังเกตง่ายๆ สื่อ อินฟลูฯ แอดมินเพจข่าว คนไหน รายใดที่เป็นเครื่องมือให้โครงข่ายไอโอสีส้ม สเปกเตอร์ ซี หรือร่วมสร้างเอคโคแชมเบอร์สีส้ม ?
ใครยังไม่ตั้งคำถาม ไม่เอ๊ะ กับการที่ ไอซ์ รักชนก เอาข่าวปลอมมาปั่น ว่ามีการนับคะแนนใหม่หลายหน่วยแล้วเปลี่ยนแปลงผลผู้ชนะ ปลุกเร้าว่าตนจะไปนอนเฝ้าหีบที่เขต1 ชลบุรี (แต่จริงๆ เจ้าตัวก็ไม่ไปนอนเฝ้าหีบ) ใช้คำพูดวาทกรรมรุนแรง เอาข่าวปลอมหลายๆ ที่ มาปั่นต่อ ฯลฯ สื่อ อินฟลูฯ แอดมินเพจข่าว คนไหน รายใดยังไม่เอ๊ะไม่ตั้งคำถาม ไม่เรียกร้องให้ ไอซ์ รักชนก แก้ไข ขอโทษสังคม นั่นแหละ คือแนวร่วมของไอโอส้ม หรือรับงานเพื่อมาปั่นตามวาระการเมืองที่ส้มต้องการ
มันเห็นประชาชนคนดู เป็นจิ้งหรีด
มันเห็นคนดูที่หลงเชื่อตัวเอง เป็นเหยื่อ จะจูงไปทางไหนก็ได้
1.อย่าเป็นเบี้ยให้เขาปั่น: เมื่อสื่อกลายเป็นฟืน และมวลชนกลายเป็นไฟ
น้าหมูโมเดิร์นไนน์ SamartTubsrinual เขียนเตือนสติสื่อ ซึ่งใช้ได้ดีกับผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วย ระบุว่า
“อย่าเป็นเบี้ยให้เขาปั่น: เมื่อสื่อกลายเป็นฟืน และมวลชนกลายเป็นไฟ
เห็นอาการของ “พรรคสีส้ม” และเครือข่ายมวลชนช่วงนี้แล้วบอกตรงๆ ว่า “เพลียตับ”ครับ! ทันทีที่ผลคะแนนไม่เป็นใจ พล็อตเดิมๆ ก็กลับมาทันที ทั้งเรื่องขอเปิดหีบนับใหม่ ไปจนถึงขุดเรื่อง “บาร์โค้ดบนบัตร” มาอ้างว่าทำลายความลับของการลงคะแนน... ถามจริงๆ เหอะ คิดว่าประชาชนเขากินแกลบกันเหรอ?
#ตรรกะวิบัติของคนไม่ยอมแพ้
1. หน้างานทำไมไม่หอน?:ในคูหาเลือกตั้งน่ะ เขามีตัวแทนพรรคการเมืองเฝ้าอยู่ทุกจุดถ้าเห็นความผิดปกติ เห็นพิรุธ ทำไมไม่ทักท้วงตั้งแต่ตอนนั้น?
2. กระบวนการมีไว้ให้ใช้ : ถ้าสงสัยว่า กกต. ทำผิดกฎหมาย ก็ไปยื่นตรวจสอบตามช่องทางสิครับ ไม่ใช่มาใช้วิธี “ลงถนน” หรือ “ปั่นกระแส” เพื่อหวังจะล้มกระดานให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ถึง “สื่อมวลชน” ... อย่าลดตัวลงไปเป็นเครื่องมือปั่นความแค้น!
ในฐานะคนข่าวรุ่นพี่ ผมมองไปที่หน้าจอทีวีทุกวันนี้แล้วเศร้าใจ ถนนทุกสายมุ่งเป้าไปที่การ “ถล่ม กกต.” เพื่อตอบสนองความโกรธแค้นของฝ่ายที่พ่ายแพ้
Fact (ความจริง) อยู่ไหน?:สื่อบางสำนักจงใจมองข้ามขั้นตอนทางกฎหมาย แล้วเลือกประโคมข่าวสร้างความโกลาหล
จรรยาบรรณหรือเรตติ้ง?:คุณกำลังจุดไฟเผาบ้านตัวเองด้วยการเสี้ยมให้มวลชนออกมาตีกัน เพียงเพื่อยอดไลก์และยอดแชร์
“#หยุดจูงจมูกประชาชนเสียที! การเป็นสื่อไม่ใช่การเป็นร่างทรงของพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง”
ฝากถึง “มวลชนส้ม” ที่ยังมีสติ
พิจารณาให้ดีครับว่าคุณกำลังถูก “หลอกใช้” หรือเปล่า? การแสดงออกว่ารับไม่ได้กับผลการเลือกตั้งมันสะท้อนแค่สิ่งเดียวคือ “น้ำใจนักกีฬาไม่มี”... ถ้ายังขืนทำตัวเป็นพวกขี้แพ้ชวนตีแบบนี้ ระวังจะเสียมวลชนแนวร่วมไปมากกว่าเดิม
บอกกันตรงๆแบบไม่เกรงใจ:
จะเลือกใหม่อีกกี่รอบ คนอย่างผมก็ไม่หวั่น และผมเชื่อลึกๆ ด้วยว่า “พรรคสีน้ำเงิน” จะกวาดที่นั่งเพิ่มขึ้นมหาศาล เพราะคนเขาเริ่ม “รำคาญ” ความงอแงและพฤติกรรมเอาแต่ใจของพวกคุณจนทนไม่ไหวแล้ว!
สรุปสั้นๆ: ถ้าอยากจะลองของใหม่ก็เชิญ แต่อย่าพาสังคมลงเหวไปด้วย ประเทศต้องการเดินหน้า ไม่ใช่ต้องมาหยุดกะเผลกเพราะคนกลุ่มเดียวที่ยอมรับความจริงไม่ได้!
#เลือกใหม่ก็ผลเดิม#เลิกงอแงแล้วไปทำการบ้านมาใหม่ #ประเทศไม่ได้มีไว้ให้คุณซ้อมเล่น...” - น้าหมูโมเดิร์นไนน์
2.หากจะ “ตามรหัสกลับไปหาคนลงคะแนน” จริงๆ มันซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิดมาก
คุณปฐม อินทโรดม ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีชั้นนำของไทย ประสบการณ์กว่า 20 ปีทั้งภาครัฐและเอกชน และกรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทยกรรมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลความรู้ความจริงด้านเทคนิคในเฟซบุ๊ก PathomIndarodom กรณีประเด็น QR Code หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งระบุว่า
“..ข่าวเรื่อง QR Code หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ความรู้สึกมันมาก่อนเหตุผลเสมอ
เรากลัวว่าระบบจะ “รู้หมด” แม้กระทั่งว่าเราเลือกใคร และในประเทศที่ความไว้วางใจทางการเมืองไม่ได้สูงมากอย่างบ้านเราการตั้งคำถามกับ กกต. ไม่ใช่เรื่องผิดเลย นั่นคือสิทธิของประชาชนแต่สิทธิในการสงสัย ไม่ควรกลายเป็นการด่วนตัดสิน
.png)
กฎหมายเลือกตั้งไทยกำหนดชัดเรื่อง “บัตรลับ” ห้ามทำให้รู้ว่าใครเลือกใคร และไม่ได้บังคับว่าบัตรต้องมี QR หรือบาร์โค้ด สิ่งที่เปิดไว้คือให้ กกต. กำหนดรายละเอียดทางเทคนิคเพื่อควบคุมการจัดการเลือกตั้ง ดังนั้นQR หรือบาร์โค้ด หากมี จึงเป็นเครื่องมือด้านระบบ ไม่ใช่สาระของสิทธิเลือกตั้ง
เหตุผลหลักที่หลายประเทศใช้รหัสบนบัตรมีไม่กี่ข้อ และเข้าใจง่าย
1. เพื่อควบคุมจำนวนบัตร ป้องกันการพิมพ์เกินหรือบัตรปลอม
2. เพื่อแยกประเภทบัตรและเขตเลือกตั้งให้ถูกต้อง
3. เพื่อรองรับเครื่องอ่านนับคะแนนอัตโนมัติ
4. เพื่อ audit ตรวจสอบเส้นทางของบัตรแต่ละชุด
หลายประเทศก็ใช้ระบบลักษณะนี้เพื่อบริหารจัดการ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผูกกับตัวผู้ลงคะแนน
และที่สำคัญ หากจะ “ตามรหัสกลับไปหาคนลงคะแนน” จริงๆ มันซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิดมาก
เพราะการจะทำแบบนั้นได้ ต้องมีเงื่อนไขครบหลายชั้นพร้อมกัน เช่น ต้องมีฐานข้อมูลที่บันทึกว่า “บัตรใบเลขนี้ ถูกแจกให้คนคนนี้”
- ต้องมีการสแกนหรือบันทึกหมายเลขบัตรก่อนหย่อนหีบ
- ต้องมีการเก็บลำดับการหย่อนบัตรเทียบกับตัวบุคคล
- ต้องมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยเลือกตั้งกับรายชื่อผู้มาใช้สิทธิแบบ real-time
ซึ่งในระบบบัตรลับตามหลักกฎหมาย กระบวนการเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้มีอยู่ตั้งแต่ต้น และหากมีจริง จะเข้าข่ายละเมิดหลักความลับของการลงคะแนนอย่างร้ายแรง
พูดง่ายๆ คือ QR หรือบาร์โค้ดบนกระดาษใบหนึ่ง ไม่ได้มีพลังวิเศษ มันเป็นเพียงตัวระบุเอกสาร ถ้าไม่มี “ฐานข้อมูลจับคู่กับคน” มันก็ย้อนกลับไปหาผู้ลงคะแนนไม่ได้
เทคโนโลยีทำให้เรากังวลง่าย แต่ก็เป็นเทคโนโลยีเดียวกันที่ช่วยป้องกันการโกงแบบเก่า เช่น การพิมพ์บัตรเกิน การสอดไส้บัตร หรือความผิดพลาดจากการนับมือ
ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ไม่ได้เกิดจากความเชื่อแบบไม่ตั้งคำถาม
แต่ก็ไม่ควรถูกทำลายด้วยความกลัวที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับ
เรามีสิทธิ์ถาม
เรามีสิทธิ์ขอดูรายละเอียดระบบ
เรามีสิทธิ์เรียกร้องความโปร่งใส
แต่ก่อนจะพิพากษาใคร ควรเข้าใจกลไกทั้งระบบให้ครบ
เพราะบางสิ่งที่ดู “น่ากลัว” บนผิวกระดาษ อาจเป็นเพียงกลไกควบคุมเอกสารธรรมดา ที่ซับซ้อนกว่าจะใช้เป็นเครื่องมือติดตามคนได้จริงๆ ครับ...”
3.มุมนักกฎหมายมหาชน เรื่อง บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด
อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ให้ความเห็นในบทความว่าด้วยเรื่อง “บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด!!...การเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ โมฆะทั้งแผ่นดิน ???”
เนื้อหาสำคัญ บางส่วนระบุไว้ชัดเจน
“...พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง จะรู้ได้ไหมว่า คนหมู่บ้านนี้หน่วยนี้ ชื่อแก้วสรร รับเงินเขาไปแล้ว เลือกเขาหรือไม่?
ตอบ
1. เขาต้องเข้าถึงคือมีสิทธิไปที่ศูนย์เก็บบัตร ค้นหาบัตรและเอกสารของหน่วยนั้นได้ทั้งหมด
2. เขาต้องได้บัญชีลงคะแนนตามลำดับชื่อ ที่แต่ละหน่วยได้บันทึกไว้ ได้มาแล้วก็รู้ว่า นายแก้วสรร เลือกตั้งลำดับใด ได้บัตรเลือกตั้งจากเล่มใด เลขที่เท่าใด
3. จากนั้นเขาต้องหาบัตรนายแก้วสรร ให้เจอ โดยต้องมีบัญชีบาร์โค้ด พร้อมเครื่องสแกนเฉพาะ แล้วสแกนบัตรในหน่วยนั้นทั้งหมดจนกว่าจะได้บาร์โค้ดที่ตรงกัน พอเจอแล้ว เขาก็จะรู้ได้ในที่สุดว่า ผมเลือกเบอร์ใด
...ถ้าคุณเปิดให้สิทธิพรรคการเมืองทำได้ทุกข้ออย่างที่กล่าวมาในสามข้อข้างต้น นั่นก็แสดงว่าการลงคะแนนไม่เป็นความลับ
แต่ถ้าทุกอย่างในสามข้อนั้นทำได้แต่เฉพาะมติ กกต. และทำได้แต่เฉพาะกรณีมีเรื่องร้องเรียนอันมีมูลว่ามีทุจริตเลือกตั้งจนต้องลงมือสอบสวน อย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นระบบที่ไม่มีความลับ เพราะความลับยังมีอยู่ตามกฎหมาย เปิดเผยได้แต่เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นต้องตรวจสอบเท่านั้น
... เช่น ... “ไพ่ไฟ” ที่หน่วยนี้กำลังเริ่มนับคะแนนอยู่ดีๆไฟดับ มีมือดีเอาบัตรที่กาไว้ยัดใส่เข้าแทนบัตรจริงเป็นปึกเลย พอต่อมามีการคัดค้าน กกต.ก็ต้องปวดหัวว่า บัตรแต่ละใบในหีบนั้นใช่บัตรของหน่วยนี้ไหม ใช่บัตรที่ชาวบ้านกาหรือเปล่า ตรงนี้ถ้าไม่มีบาร์โค้ด ก็จะพิสูจน์ไม่ได้เลย บาร์โค้ดจึงจำเป็นต้องมีเพื่อการตรวจสอบ และตรวจสอบอย่างมีกฎเกณฑ์ มีระบบหลังบ้านที่ คนทั่วไปเข้าถึงระบบหลังบ้านนี้ไม่ได้
...หลักแท้จริงคือการเลือกตั้งโดยอิสระที่เราจะเลือกใครก็ต้องไม่เปิดเผยต่อคนทั่วไป การไปตีความว่าต้องลับและลึกฝังอยู่ใต้บาดาลจนใครในโลกก็เข้าถึงไม่ได้เลยนั้น เป็นการเติมความโดยนักอักษรศาสตร์ที่ไม่เข้าใจกฎหมายเลย
... ถามว่า ไม่ขัดต่อหลักในรัฐธรรมนูญใช่ไหม
ตอบไม่ขัดแน่นอน แต่อาจจะขัดใจพรรคการเมืองใดก็อีกเรื่องหนึ่ง
แน่จริงก็ใช้สิทธิร้องศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเองไปเลยสิครับว่าการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ มายุเด็กแอบอยู่หลังเด็กให้ก่อม็อบจนเด็กจะต้องติดคุกอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร
คราวกระพือให้เลิก ๑๑๒ เด็กๆ ก็โดนคุกไปหลายสิบคนแล้ว คดี ๔๔ คน ก็คาศาลอยู่เห็นๆ วันนี้ยังหน้าด้านไม่สำนึกตัวอีกหรือ รู้จักใช้สิทธิโดยเปิดเผยตรงไปตรงมาให้บ้านเมืองมีโอกาสสงบบ้างไม่ได้หรืออย่างไร” – แก้วสรร อติโพธิ
สรุปข้างต้น คือ ข้อมูลและมุมมองที่ครอบคลุม เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ทั้งด้านสื่อที่ปั่นกันไปไกล โดยเฉพาะพวกแนวร่วมไอโอปีศาจสีส้ม ที่ไม่ตั้งคำถามกับเฟกนิวส์ที่เอามาผสมโรงปั่นอะไรเลย
ทั้งด้านเทคนิค จากผู้รู้จริง ไม่ใช่พวกแฮกเกอร์ หรือพวกอยากโชว์เหนือ
ทั้งด้านกฎหมายมหาชน ไม่ใช่การตีความเอาเอง โดยไปเปรียบเทียบกับการจัดเลือกตั้งหันก้นออกนอกคูหา ไม่สนใจเลยว่า การหันก้นออกนอกคูหา มันทำให้ไม่ลับ โดยคนทั่วไปก็เห็น ไม่ต้องไปแสวงหาข้อมูลอะไรเพิ่ม หรือแม้แต่ต้องไปทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้ข้อมูลมาปะติดปะต่อเพิ่มจึงอาจจะล่วงรู้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร
ทั้งหมด มันเป็นปัญหาวุ่นวาย เพราะคนแพ้แล้วพาล ฟาดงวงฟาดงาฉวยโอกาสปลุกระดม
การเลือกตั้ง สส. เขต ปรากฏว่า พรรคส้มได้ 7.86 ล้านคะแนน (ลด 1.87 ล้านคะแนน)
เท่ากับว่า การเลือก สส.เขตครั้งนี้ มีคนที่ไม่เลือกส้ม ถึง 21.62 ล้านคน
การเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ ปรากฏว่า พรรคส้มได้ 9.80 ล้าน (ลด 4.63ล้านคะแนน)
เท่ากับว่า การเลือก สส.บัญชีรายชื่ิอครั้งนี้ คนไม่เลือกส้ม 15.37 ล้าน
วันนี้ ตีโพยตีพาย แพ้แล้วพาล ไม่ยอมรับความจริง
พฤติกรรมแบบนี้ เหมือนเด็กขี้แง ไม่มีวุฒิภาวะที่จะมาอ้างประชาธิปไตย
สารส้ม

เข่าแทบทรุด หวังช่อดอกไม้สวยๆเซอร์ไพรส์คนพิเศษ แต่ร้านทำแสบ นี่มันดอกไม้จันทน์
ไอติม พริษฐ์ มัดรวมทุกคำถามถึง กกต. ขอคำตอบชัด ให้ประชาชนสิ้นสงสัย
ปิดตำนาน มือปราบสืบเหนือ สืบใต้ พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ อดีตผบช.น.
ทรัมป์ เคลมผลงานทันที ชี้ชัยชนะของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ เป็นผลจากแรงหนุนของตน
รวบคนขับรถดูดส้วมซุกยาบ้ากว่า 8 3 ล้านเม็ด คาด่านนครสวรรค์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี