วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
อุดมการณ์กลุ่มคนที่ปล้นพระราชอำนาจพระราชทรัพย์เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ คือ เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ที่ยังเป็นขยะในสมองของผู้สืบทอดอุดมการณ์ ถึงเวลาที่ประชาชนต้องช่วยขจัด
ผู้ก่อการปล้นพระราชอำนาจและพระราชทรัพย์ ที่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎร ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนฝรั่งเศสที่ซึมซับการปฏิวัติฝรั่งเศสและปฏิวัติบอลเชวิคแบบงูๆ ปลาๆ ไม่ได้เข้าใจถึงบริบทของการปฏิวัติฝรั่งเศสและปฏิวัติบอลเชวิคอย่างแท้จริง
การนำทฤษฎีปฏิวัติฝรั่งเศสกับปฏิวัติบอลเชวิคมาใช้ในประเทศสยามจึงใช้ในส่วนที่หลอกประชาชนและหลอกทหารให้ช่วยปล้นพระราชอำนาจและพระราชทรัพย์ ในข้ออ้างปฏิวัติประชาชนเพื่อเปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นการปกครองระบบประชาธิปไตย
ผู้ก่อการปล้นพระราชอำนาจและพระราชทรัพย์หลอกทหารและประชาชนอย่างไรประวัติศาสตร์บันทึกไว้ทุกขั้นตอนที่สามารถค้นคว้าหาความรู้ใส่สมองได้ง่าย
ที่น่าอนาถใจคือผู้สืบทอดภารกิจ ๒๔๗๕ ใช้เด็กรุ่นใหม่ไปติดคุก ใช้เด็กรุ่นใหม่ไปตายกับภารกิจเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ ที่ทำแบบขี้ม้าเลียบค่าย โดยการใช้วาทกรรมหรือพฤติกรรมชั่วช้ากักขฬะเสียดสีโจมตีใส่ร้ายมุ่งทำลายสถาบันฯ
ส่วนตัวการใหญ่สืบทอดภารกิจ ๒๔๗๕ ใช้พฤติกรรมตีวัวกระทบคราด คือ โจมตีใส่ร้ายผู้สนองงานพระมหากษัตริย์ เช่น องคมนตรี ในทศวรรษแห่งความมืดมนปี ๒๕๔๙ ถึง ๒๕๖๐ ยุคแดงทั้งแผ่นดิน เวลานั้นผู้สืบทอดภารกิจ ๒๔๗๕ มุ่งเป้าโจมตีทำลายไปที่ประธานองคมนตรีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
การโจมตีใส่ร้ายประธานองคมนตรีในเวลานั้นทำในเวทีปราศรัยและใช้วิทยุออกอากาศโจมตีจากต่างประเทศ แกนนำเสื้อแดงบางคนเหิมเกริมถึงขั้นอาฆาตมาดร้ายประธานองคมนตรี ศิลปินเสื้อแดงร้องเพลงเสียดสีประธานองคมนตรีในเวทีปราศรัยและในสถานีวิทยุชุมชน
เมื่อแดงทั้งแผ่นดินก้าวข้ามเส้นต้องห้ามกฎหมาย เช่น ยิงวัดพระแก้ว บุกโรงพยาบาลจุฬาฯ และขู่จะบุกโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งทั้งหมดเป็นสัญลักษณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ ทหารจึงต้องปรามด้วยปฏิบัติการกระชับพื้นที่ แกนนำเสื้อแดงบางคนหลบไปอยู่ภายใต้การคุ้มครองของตำรวจ
เสื้อแดงหลายคนถูกดำเนินคดี บางคนหนีไปต่างประเทศ หลายคนไปเปิดสถานีวิทยุโจมตีสถาบันฯจากประเทศเพื่อนบ้าน หลังจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชายึดอำนาจในปี ๒๕๕๗ ขบวนการแดงทั้งแผ่นดินล่มสลายการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถานทุเลาเบาบางลงไป
แต่น่าตกใจที่เสื้อแดงปลายแถวยุคทศวรรษแห่งความมืดมน ซุ่มตัวทำวารสารเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯออกจำหน่ายในสถาบันการศึกษา และเมื่อประเทศไทยประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ เสื้อแดงปลายแถวพ.ศ. ๒๕๕๓ ร่วมมือกันกับคนสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยตั้งพรรคการเมืองชื่อ “อนาคตใหม่” โดยมี นโยบายเรือธงคือ สืบทอดภารกิจ ๒๔๗๕ ว่าต้องสำเร็จลุล่วงในรุ่นเรา
นโยบายสืบทอดภารกิจ ๒๔๗๕ มีนัยว่าคนรุ่นนั้นล้มล้างสถาบันฯไม่ได้ ต้องให้สำเร็จในรุ่นเรา แต่น่าอนาถใจที่ผู้สืบทอดภารกิจ ๒๔๗๕ ตัวจริงมุดหัวในสถาบันศึกษาและในพรรคการเมือง แล้วใช้นักศึกษาและเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกหน้าท้าทาย เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ
พ.ศ.๒๕๖๐ ขบวนการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ คนรุ่นใหม่ถึงกักขฬะหยาบคาบชั่วช้า ข้ามเส้นแดงทางกฎหมาย เป็นเหตุให้คนรุ่นใหม่หลายร้อยรายถูกดำเนินคดีข้อหาละเมิดกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ พรรคอนาคตใหม่ต้นกำเนิดพรรคส้มต้องวิ่งเต้นประกันตัวผู้ต้องหา
ในขณะที่วิ่งเต้นประกันตัวผู้ต้องหาพรรคส้มอ้างความชอบธรรมว่า นักศึกษาเพียงแต่เสนอแผนการปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อเพื่อวางตำแหน่งสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เหมาะสมกับสังคมยุคใหม่ ในเวลาเดียวกันพรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้แก้กฎหมายอาญามาตรา๑๑๒ ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของพรรค
พ.ศ.๒๕๖๓ พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ผู้ก่อตั้งพรรคพร้อมทั้งกรรมการบริหารถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นพรรคก้าวไกล สานต่อนโยบายแก้ไข/ยกเลิก ม.๑๑๒ ซึ่งเป็นกฎหมายปกป้องสถาบันไปพร้อมๆกับการสนับสนุนคนรุ่นใหม่เคลื่อนไหวเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯออกหน้า
พ.ศ.๒๕๖๕ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคก้าวไกล ฐานความผิดเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และศาลสั่งห้ามไม่ให้เคลื่อนไหวแก้ไขหรือยกเลิก ม.๑๑๒ นอกเหนือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ
พรรคประชาชน ผู้สืบทอดอุดมการณ์เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ จากอนาคตใหม่และก้าวไกลที่กลายเป็นสัญลักษณ์พรรคส้ม ถูกข้อจำกัดจากศาลรัฐธรรมนูญสั่งห้ามไม่ให้เคลื่อนไหว หรือกระทำการใดๆ คุกคามสถาบันฯ ประกอบกับคนรุ่นใหม่ที่เป็นมือเป็นไม้ทางการเมืองติดคุก ๑๒๕ คน และร้อยกว่าคนอยู่ระหว่างพิจารณาคดี
แกนนำสำคัญคนรุ่นใหม่หลายคนหนีไปต่างประเทศ ที่สำคัญปัจจุบัน สส.พรรคส้มอย่างน้อยสองคนถูกตัดสินจำคุกห้าปีในความผิดละเมิดกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ปัจจุบันคดีอยู่ในขั้นอุทธรณ์ ฎีกา
พรรคส้มจำต้องระวังทุกก้าวย่างของการเคลื่อนไหวตามอุดมการณ์ ๒๔๗๕ อย่างไรก็ตามเมื่ออุดมการณ์เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันอยู่ในดีเอ็นเอเมื่อได้โอกาสจึงทำการตีวัวกระทบคราดสถาบันฯโดยการโจมตีรัฐบาลที่ประชุมร่วมกับองคมนตรีเตรียมแผนการแก้ปัญหาภัยแล้งที่จะมาถึง
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ตำหนิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ประชุมร่วมกับองคมนตรีถึงแผนงานเตรียมการรับมือภัยแล้งว่า
“...ผมก็มีความคิดเห็นว่าบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากไม่ควรห้อยหรือโหนฟ้ามาลงต่ำอีกหนึ่งกรณีเช่นเดียวกันก็คือ พอดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ต้องใช้อำนาจของตัวเองทุกช่องทางในการดันฟ้าให้ขึ้นสูง...”
คอลัมน์ผักกาดหอม ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อว่านี่คือคำพูดของคนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒
พูดง่ายๆ แค่ “เท้ง” อ้าปากก็เห็นไปถึงลิ้นไก่แล้วครับ!
เท้ง ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคส้มต้องรู้ว่าพระมหากรุณาธิคุณพระมหากษัตริย์ไทย ทรงห่วงใยทุกข์สุขพสกนิกรของพระองค์ท่าน ซึ่งมีองคมนตรีแทนพระเนตรพระกรรณ ร่วมประชุมกับรัฐบาลและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในหลายวาระตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๒
การตำหนินายอนุทินเรื่องรายงานแผนงานเตรียมการภัยแล้งที่จะมาถึงต่อองคมนตรี จึงทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นการตีวัวกระทบคราดไปถึงสถาบันฯ
นอกจากตำหนินายกรัฐมนตรีเหมือนตีวัวกระทบคราดแล้ว หัวหน้าพรรคส้ม ยังทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ที่กำลังเยือนประเทศฝรั่งเศสเป็นทางการ ให้เชิญประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสมาเยือนประเทศไทย ก่อนไปกัมพูชาในเดือนพฤศจิกายนนี้
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า บารมีประธานาธิบดีมาครงซึ่งเป็นมหาอำนาจ จะทำให้ยกระดับประเทศไทยในสายตาชาวโลก และช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย- กัมพูชา
ข้อเรียกร้องของหัวหน้าพรรคส้ม ได้เปลือยให้เห็นว่า เขาไม่ประสีประประสาพิธีการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่า ที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเชิญประธานาธิบดีมาครง มาประชุมร่วมกับประเทศใช้ภาษาฝรั่งเศส อาทิ ประเทศอินโดจีน รวมทั้งกัมพูชา ซึ่งเคยอยู่ใต้อาณานิคมฝรั่งเศส
การที่อดีตเจ้านายกับลูกน้องประชุมหารือกัน ไม่มีเหตุผลอะไร ต้องเชิญอดีตเจ้านายพวกเขาให้มาเยือนไทยตัดหน้า เนื่องจากประเทศไทยไม่เคยอยู่ใต้อาณานิคมฝรั่งเศส และประเทศไทยไม่มีความสัมพันธ์พิเศษกับฝรั่งเศส เหมือนประเทศสวีเดน รัสเซียและเยอรมนี ที่มีความสัมพันธ์ทางราชวงศ์ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕
ในทางตรงกันข้ามฝรั่งเศส เคยปล้นประเทศไทยไปทั้งดินแดน และเงินตรา ระหว่างวิกฤต ร.ศ.๑๑๒ ฝรั่งเศสปล้นประเทศไทยไปสามล้านฟรังก์ นี่ไม่ใช่การรื้อขอนหาตะเข็บเพียงแต่ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ที่มีมาในอดีต
ในรัชกาลที่ ๕ เช่นกันที่ฝรั่งเศสล้างสมองนักเรียนไทย ให้กลับมาปล้นพระราชอำนาจและพระราชทรัพย์รัชกาลที่ ๗ ใน พ.ศ. ๒๔๗๕
ดังนั้น การเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมาครงมาเยือนประเทศไทยของผู้ฝักใฝ่อุดมการณ์ ๒๔๗๕ และปฏิวัติฝรั่งเศส จึงถือว่ากระทำเพื่อผลประโยชน์ของพรรคมากกว่าเพื่อประโยชน์ชาติโดยรวม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับสงครามภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งมีอำนาจหลายขั้วจีน รัสเซีย อิหร่านกำลังกลายเป็นขั้วอำนาจใหม่ ในเวลาเดียวกันรัสเซียกับฝรั่งเศส กำลังตึงเครียดและเผชิญหน้าทางทหาร ประเทศไทยจึงต้องระมัดระวังทางการทูตอย่างจริงจัง
สุทิน วรรณบวร

คุณแหน: 26 พฤษภาคม 2569
ด่วน! ทรัมป์ โพสต์เดือดบีบชาติตะวันออกกลาง ลงนามเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม
รอง ผบ.ตร. ลุยจันทบุรี จับมือผู้ว่าฯ-ตำรวจ บูรณาการแก้ 9 ปัญหาความมั่นคง
พรุ่งนี้ตี 5 น้ำมันปรับลดราคา ดีเซลลงแรง 1 บาท เบนซิน-โซฮอล์ลด 60 สต.
สหรัฐรอไปก่อน! อิหร่านหักหน้าทรัมป์-รูบิโอ ยันยังไม่ลงนามข้อตกลงในเร็ววันนี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี