วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
nn ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลกแบบนี้...หลายประเทศทั่วโลกปรับโมเดลปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของตัวเองใหม่...โดยกลับมาให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูและพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศตัวเองเป็นหลัก....เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่ตอนนี้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล...ก็มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานทางเศรษฐกิจกลับมาให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูและพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก...และสำหรับประเทศไทยเมื่อพูดถึง “เศรษฐกิจในประเทศ”...ก็ต้องโฟกัสไปที่ วิสาหกิจขนาดย่อม (SME) ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 90% วิสาหกิจทั้งประเทศ...และกลุ่มพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ....
ต้องยอมรับความจริงว่าที่ผ่านมา SME และกลุ่มเกษตรกร ของไทยยังอ่อนแอเพราะขาดโอกาสในหลายๆ ด้าน และด้วยในภาวะที่การระบาดจากโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี และขยายออกไปเป็นวงกว้าง...กลุ่ม SME และกลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มที่อ่อนแออยู่แล้ว ยิ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางและน่าเป็นห่วงมากที่สุดในตอนนี้ ดั้งนั้นหากจะทำให้เศรษฐกิจในประเทศเข้มแข็งขึ้นและเป็นที่พึ่งพาในการประคองภาพรวมของเศรษฐกิจไทยไม่ให้ทรุดหนักไปกว่าประเทศอื่น...ก็ต้องทำให้ SME และกลุ่มเกษตรกรเข้มแข้ง ด้วยการให้พวกเขาได้มีโอกาสได้เข้าถึงปัจจัยที่จำเป็นในหลายด้าน...เช่นในเรื่องของเงินทุน ซึ่งตอนนี้เห็นวงเงินอยู่ตรงหน้า 5 แสนล้านบาท (ของแบงก์ชาติ) ก็หวังว่าจะทลายข้อจำกัดต่างๆ จนเม็ดเงินเหล่านี้กระจายลงถึงมือ SME อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
นอกจากโอกาสด้านเงินทุนแล้ว...อีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากๆ ก็คือ โอกาสทางด้านการตลาด...ที่ผ่านมามี SME จำนวนไม่น้อยเลยที่สามารถผลิตสินค้า
ที่มีคุณภาพสูงออกมา รวมทั้งพี่น้องเกษตรกร ที่สามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัย รวมทั้งสินค้าเกษตรแปรรูป ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและลดปัญหาสินค้าล้นตลาดในช่วงฤดูการผลิต...แต่ก็ต้องประสบปัญหาในการด้านการตลาด ไม่สามารถเข้าถึงช่องทางการขายที่ดีและหลากหลายได้ สุดท้ายก็ถูกพ่อค้าคนกลางเข้าไปกดราคารับซื้อ
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องยอมรับว่า 1-2 ปีมานี้มีความพยายามจากหลายภาคส่วน ทั้งรัฐและเอกชน จะร่วมกันเร่งแก้ปัญหา ด้วยการจัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้าของ SMEสินค้าทางการเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูป เพื่อให้สินค้าเหล่านี้ถึงผู้บริโภคโดยตรงและแพร่หลายมากขึ้นตัวอย่างที่เห็นก็ เช่น สถานีบริการน้ำมัน หลายแบรนด์ หรือห้างโมเดิร์นเทรด ทั้ง 3-4 แบรนด์ที่มีอยู่ตอนนี้ ซึ่งเมื่อนับรวมจำนวนสถานที่ก็น่าจะมีอยู่หลายพันแห่ง
ถึงอย่างนั้น...ด้วย SME ของไทยที่มีอยู่กว่า 3 ล้านราย และกลุ่มเกษตรกรที่มีอยู่กว่า 10 ล้านครอบครัว...เราจึงจำเป็นต้องหาช่องทางการตลาดให้พวกเขามากกว่านี้อีกมาก...ล่าสุด...โลกการค้า...เห็นข่าวที่น่ายินดีสำหรับ พี่น้อง SME และเกษตรกรไทย...นั่นคือบมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ได้ประกาศตอกย้ำนโยบาย “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” โดยได้ส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) ที่ผลิตสินค้ามีคุณภาพมาตรฐาน...โดย ซีพี ออลล์...จะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME มีโอกาสส่งสินค้าตรงถึงมือผู้บริโภคโดยตรงผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ (1 หมื่นสาขา) และผ่านช่องทางของบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งจำหน่ายสินค้าผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอี-คอมเมิร์ซ
ปัจจุบัน ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้งได้ช่วยเป็นช่องทางการตลาด สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีหลายประเภท ซึ่งล้วนแล้วได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เช่น ผลไม้แปรรูป, เครื่องดื่ม, เบเกอรี่, ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ฯลฯ ซึ่งสินค้าเกษตรแปรรูป รวมถึงสินค้าที่ใช้วัตถุดิบทางการเกษตรของกลุ่มธุรกิจ SME จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสำหรับสินค้าที่จะเข้ามาเสนอขายผ่านร้านเซเว่นฯ และช่องทางของทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้งนั้น ขอเพียงเป็นสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาด สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานสินค้า ได้รับเครื่องหมายรับรองจากหน่วยงานราชการ เช่น อย. เครื่องหมายรับรองมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ มอก. ก็สามารถติดต่อเข้าไปได้
โลกการค้า...ขอยกตัวอย่างสินค้าเกษตรแปรรูปที่เห็นใน 7-11 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก...อาทิเช่น ผลไม้แช่อิ่ม “เสวย” ซึ่งตอนนี้โด่งดังเป็นที่รู้จัก และมียอดจำหน่ายถึงปีละ 50 ล้านบาท จากเดิมที่เป็นครอบครัวเกษตรกร เช่าที่ทำสวนผลไม้ ผ่านวิกฤติมาหลายครั้งจนเกือบจะไม่รอด แต่ด้วยโอกาสที่ได้รับจากซีพี ออลล์ ทำให้ทุกวันนี้มีโรงงานแปรรูปขนาดใหญ่ได้มาตรฐาน ได้ช่วยรับซื้อสินค้าเกษตร จากพี่น้องชาวสวนปีละหลายพันตัน ช่วยให้เกิดการจ้างงานคนในพื้นที่ทุกเพศทุกวัยกว่า 50 ชีวิต ที่สำคัญที่สุดคือได้ช่วยขยายผลปณิธานของคำว่า “แบ่งปันโอกาสให้กับทุกคน”
อีกหนึ่งตัวอย่างคือ “กล้วยหอมทอง” เป็นอีกหนึ่งผลผลิตทางการเกษตร ที่กลุ่มสหกรณ์การเกษตรท่ายาง....กล้วยหอมทองลูกเดี่ยว ที่เห็นอยู่ในร้านเซเว่นฯ เกิดจากการสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคและนำมาต่อยอดจนทำให้เป็นธุรกิจที่โอบอุ้มเกษตรกรให้มีรายได้ที่มั่นคง โดยนายมานะ บุญสร้าง หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด เล่าว่า ในปี 2556 ได้สังเกตเห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปเน้นซื้อสินค้าคุณภาพ สะดวก รวดเร็วและพร้อมรับประทานได้ทันที การขายกล้วยเป็นหวี ทำให้ผู้บริโภคหลายคนรับประทานไม่ทัน จึงได้ลองเสนอขายกล้วยหอมทองในร้านเซเว่นฯ แบบบรรจุใส่ถุงเป็นลูกเดี่ยว ซึ่งกล้วยหอมทองที่ส่งนี้จะอยู่หน้าร้านได้ประมาณ 2-3 วัน ปรากฏว่าขายดี จึงได้ส่งขายต่อเนื่องและขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันส่งกล้วยหอมทองจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นฯ จำนวน 50,000 ลูกต่อวัน ทำให้เกษตรกรในท้องถิ่นที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์กว่า 350 รายมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในเรื่องของรายได้แล้วก็ในรูปของสุขภาพเพราะปลูกแบบปลอดสารพิษ
วันนี้หลายคนที่เดินเข้า 7-11 แล้วเห็นชั้นวางจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรเพิ่มขึ้นอีกมาอีกชั้นหนึ่งมีสินค้าทางการเกษตรมากมายหลายชนิดตามฤดูกาลวางจำหน่าย อยู่ตอนนี้ เช่น ส้ม แตงโม เงาะ สาลี่แอปเปิ้ล ฯลฯ ซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะพูดแซวๆ ว่า7-11 จะขายทุกอย่างเลย....แต่จงคิดอีกมุมว่าลูกค้าที่เดินเข้า 7-11 เป็นคนละกลุ่มกับที่เดินเขาตลาดสด และสินค้าเกษตรเหล่านี้ก็ขายดี ขายได้ในราคาที่ยุติธรรมสำหรับลูกค้า และที่สำคัญทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น สินค้าที่ผลิตได้มีสถานที่จำหน่ายกระจายออกไปได้อย่างกว้างขวาง ไม่ต้องเจ็บปวดกับการถูกพ่อค้าคนกลางกดราคารับซื้ออีกต่อไป
กระบองเพชร

เหมาะสมแล้ว! ‘เท้ง’ ไม่ขอขยายความตั้ง ‘สุรพล’ นั่งประธานยุทธศาสตร์ผู้ว่าฯ กทม. ย้ำโจทย์จต้องการชนะระบอบน้ำเงิน
เขียวชอุ่ม! ยลโฉมความอุดมสมบูรณ์ น้ำตกหงาว สวยสะกดตาต้อนรับหน้าฝน
พลังแห่งเสียงดนตรีสู่ความเป็นเลิศ วงดนตรีผสมผสานและการพัฒนา Modern Heritage Performance Model (MHP Model)
เซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์! นุ่น เนตรชนก ท้องแล้ว แม่สามีปลื้มใจได้สะใภ้คนเก่งนำทัพคณะลิเก
พลอยทะเล ตัวแทนรัฐบาลรับเรื่อง ลั่นไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ลุยตรวจมาเฟียป่าตอง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี