วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
ในที่สุดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และนายกเมืองพัทยา รวมทั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ได้มาถึงโค้งสุดท้ายในวันที่22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 นี้ ใครจะได้รับเลือกตั้งหรือไม่ ต้องติดตามผลต่อไป สำหรับประชาชน คงหวังเพียงให้ผู้สมัครดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงไว้
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทำการสำรวจคะแนนนิยมของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ช่วงเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง ห้ามเผยแพร่ผลสำรวจเลือกตั้งการจัดทำสามารถจัดทำได้ แต่ห้ามเผยแพร่เด็ดขาด เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป จนถึงเวลาปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง หรือเวลา 17.00 น. ของวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เพื่อป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งหรือจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนให้ผู้สมัครรับสมัครเลือกตั้งคนใดมีคะแนนนำได้ หรือทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิดความสงสารแล้วตัดสินใจลงคะแนนให้ผู้สมัครที่มีผลคะแนนสำรวจต่ำได้
หน้าที่สำคัญของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามรัฐธรรมนูญ 3 ประการ คือ (1) ด้านบริหาร คือการควบคุมและดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้ง ทั้งการเลือกตั้งระดับชาติระดับท้องถิ่น รวมทั้งการออกเสียงประชามติ (2) ตุลาการ คือ การสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาดสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ นับคะแนนใหม่รวมทั้งการสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครและสมาชิกสภา ที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และ (3) นิติบัญญัติ คือ การออกกฎระเบียบ คำสั่งข้อกำหนดที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน
ย้อนไปเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายสุรพล เกียรติไชยากร ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย โดยให้ใบส้ม หรือเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราว 1 ปี
หลังพิจารณาสำนวนสืบสวนที่คณะกรรมการสืบสวน สำนักงานกกต.เชียงใหม่ พบว่า พฤติการณ์ของนายสุรพลเข้าข่ายกระทำความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (2) บัญญัติว่า ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้เงินหรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด เนื่องจากนายสุรพล ถวายซองทำบุญให้แก่พระครูถาวรวรคุณ จำนวน 2,000 บาท
มติดังกล่าวมีผลให้กกต. สั่งจัดเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดเชียงใหม่ ผู้สมัครชุดเดิมสามารถ
ลงแข่งขันได้ ยกเว้นนายสุรพล การเลือกตั้งซ่อมผู้ที่ชนะการเลือกตั้ง คือ นางศรีนวล บุญลือ จากพรรคอนาคตใหม่
เมื่อกกต.สั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายสุรพลและสั่งเลือกตั้งใหม่ และได้ดำเนินการต่อนายสุรพลตามมาตรา 138 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 คือ ร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้ง
ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง พ.ศ. 2561 ได้กำหนดให้ผู้ที่มีอำนาจในการพิจารณาตรวจสอบความโปร่งใสในการเลือกตั้ง พร้อมทั้งอำนาจในการลงโทษ คือ กกต. และศาล
จนเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2563 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษายกคำร้องกรณีกกต.ให้ใบส้ม
หรือเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราว 1 ปีเนื่องจากศาลมีความเห็นว่า เงิน 2,000 บาท เป็นค่าเทียนสะเดาะเคราะห์ และในวันที่ไปทำบุญ นายสุรพลไม่ได้พูดหาเสียงเพียงแค่ทักทายกับประชาชน ทั้งไม่ได้ฝากเนื้อฝากตัวกับชาวบ้าน จึงยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่า เป็นการบริจาคเงินทำบุญให้กับวัด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ตนเอง และเมื่อฟังว่าไม่ได้กระทำผิดจึงไม่จำเป็นต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8 ตามคำร้อง พิพากษาให้ยกคำร้อง
นายสุรพลใช้เวลาในการต่อสู้คดีเป็นเวลา 1 ปี 5 เดือน 5 วัน คดีนี้เป็นคดีแรกที่สส.ฟ้องกกต.ได้รับชัยชนะ ต่อมานายสุรพล ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอคืนสิทธิการเป็น สส. แต่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง โดยระบุว่า เป็นการใช้อำนาจของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญ หาก นายสุรพล เห็นว่า สำนักงานกกต.จังหวัดเชียงใหม่และกกต. กระทำละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของนายสุรพลตามที่กล่าวอ้างอาจใช้สิทธิเยียวยาทางศาลอื่นได้
นายสุรพล จึงยื่นฟ้องต่อศาล เรียกร้องค่าเสียหายจาก กกต. และเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2565 ศาลจังหวัดฮอด ได้พิพากษาคดีแพ่งหมายเลขดำที่พ.164/2562 และคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ พ. 23/2565 ให้นายสุรพลชนะคดี และสั่งให้ กกต.จ่ายค่าเสียหายและเยียวยา จาก กกต.ที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติในฐานะ สส.8 สมัย รวมกว่า 64.1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งสิ้นกว่า 70 ล้านบาท ทั้งนี้ กกต.สามารถยื่นอุทธรณ์คดีได้ ภายเวลา 1 เดือน
ปัญหาจึงมีว่าใครจะเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายให้นายสุรพล? ตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น หน่วยงานของรัฐจะรับภาระชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ได้รับความเสียหายไปก่อน
ดังนั้น สำนักงาน กกต. จึงต้องชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย ให้แก่นายสุรพล ส่วนจะไล่เบี้ยเพื่อเรียกร้องเงินคืนจากคณะกรรมการกกต. ได้หรือไม่ ต้องพิจารณาว่า การละเมิดนั้นได้เกิดขึ้นจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นคณะกรรมการเลือกตั้ง 7 คน หรือไม่ หากใช่คณะกรรมการเลือกตั้งต้องรับผิดชดใช้เงินจำนวน 70 ล้านกว่าบาท เป็นการส่วนตัว
การเลือกตั้งในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องทำงานด้วยความระมัดระวังและรอบคอบมากขึ้น อย่าให้เกิดปัญหาเหมือนช่วงในอดีต

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี