วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย)วิเคราะห์หุ้นกลุ่มสื่อหรือ Media Sector ยอดโฆษณารวมเดือนพฤษภาคม 2565 เพิ่มขึ้น 11% YoY เนื่องจากยอดโฆษณาของสื่อทุกประเภทดีขึ้นตามสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลงไป โดยยอดโฆษณาในโรงภาพยนตร์เพิ่มเป็น 500 ล้านบาท (+541% YoY) จากฐานที่ต่ำเพราะปิดโรงภาพยนตร์ชั่วคราวในปีที่แล้ว และมีโปรแกรมหนังเด็ดเข้าโรงฉาย คิดเป็นสัดส่วน 70% ของยอดโฆษณาเฉลี่ยต่อเดือนก่อน COVID จะระบาด นอกจากนี้ยอดโฆษณาของสื่อนอกบ้าน (Out-Of-Home หรือ OOH) เพิ่มเป็น 1.1 พันล้านบาท (+30% YoY) จากการที่ผู้คนกลับเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศ และนักเรียนกลับเข้าไปเรียนที่โรงเรียนคิดเป็นสัดส่วน 90% ของยอดโฆษณาก่อน COVID ระบาด ขณะเดียวกัน ยอดโฆษณาผ่านสื่อ TVเพิ่มขึ้น 3% YoY ในเดือนพฤษภาคม 2565 ทั้งนี้ ยอดโฆษณารวมของทุกสื่อเพิ่มขึ้น 7% YoY ในงวด 5M65 โดยยอดโฆษณาผ่านสื่อโรงภาพยนตร์ และสื่อ OOH เพิ่มแข็งแกร่งถึง 70% YoY และ 19% YoY ตามลำดับ ขณะที่ยอดโฆษณาผ่านสื่อ TV ลดลงเล็กน้อย 2% YoY ในงวด 5M65
ธุรกิจ และกิจกรรมนอกบ้านฟื้นตัวขึ้น
เนื่องจากมีการผ่อนคลายมาตรการคุม COVID-19 ลง แนวโน้มของ Google mobility จึงแสดงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของกิจกรรมนันทนาการซึ่งกลับมาอยู่ระดับใกล้ปกติแล้วน่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศูนย์การค้า รวมถึงโรงภาพยนตร์ โดยจะทำให้จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การผ่อนคลายนโยบาย WFH และการกลับเข้าเรียนในโรงเรียนจะทำให้มีกิจกรรมการเดินทางในระบบขนส่งมวลชนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจสื่อ OOH ใน 2H65 เราจึงคาดว่ายอดโฆษณาจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากกิจกรรมทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดย PLANB คาดว่า utilization rate ของบริษัทในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 จะอยู่ที่ประมาณ 55% (จาก 43% ใน 2Q64 และ 52% ใน 1Q65) ตามแนวโน้มยอดโฆษณาของสื่อ OOH ขณะที่เราคาดว่า utilization rate ใน 2H65 จะเพิ่มเป็น 62% (บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 66%) ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น
ธุรกิจสื่อจะเติบโตแข็งแกร่งตั้งแต่ 2Q65 เป็นต้นไป
เราคาดว่ากำไรของธุรกิจสื่อจะเพิ่มขึ้น QoQ ใน 2Q-3Q65 เนื่องจาก i) กิจกรรมทางเศรษฐกิจและกิจกรรมนอกบ้านเพิ่มขึ้น ทำให้จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ในโรงและยอดโฆษณาเพิ่มขึ้น ii) ปัจจัยฤดูกาล เพราะตามปกติแล้ว 1Q จะเป็นช่วง low season เราคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง YoY จากฐานที่ต่ำใน 2Q-3Q64 เนื่องจากเราคาดว่ากำไรจะเติบโตแข็งแกร่งใน 2H65 เราจึงยังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มสื่อที่ Overweight โดยเลือก MAJOR (แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2565F ที่ 26.75 บาท) และ PLANB (แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2565F ที่ 10.00 บาท) เป็นหุ้นเด่นของเรา เราคาดว่าผลประกอบการของ MAJOR จะฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากที่ถูกกระทบหนักสุดจากการที่ต้องปิดบริการโรงหนังไปในช่วง 2Q-3Q65ขณะเดียวกัน เราคาดว่า PLANB จะได้อานิสงส์จากการประหยัดต่อขนาดซึ่งเกิดจาก utilization ที่เพิ่มขึ้นตามยอดโฆษณาที่แข็งแกร่งใน 2H65
ปัจจัยเสี่ยงจากยอดโฆษณาต่ำกว่าที่คาดไว้
ที่มา : บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

วัส ติงสมิตร ชี้ช่อง อ.โต้ง สู้คดีเลิกจ้าง 17 ปี ย้ำต้องฟ้องศาลแรงงาน
เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี