วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์หุ้นบริษัทบี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM วันที่ 13 สิงหาคมนี้ BGRIM น่าจะรายงานกำไรสุทธิ 2Q67F ที่ 260 ล้านบาท (-31% QoQ และ-62% YoY) พร้อมกับกำไรหลักที่ 560 ล้านบาท (+15% QoQ แต่ -18% YoY) (ไม่รวมขาดทุน FX มากขึ้นและต้นทุนพิเศษ) ขณะที่ กำไรหลัก 1H67 น่าจะอยู่ที่ 1.0 พันล้านบาท (-2% YoY)คิดเป็น 53% จากกำไรหลักใหม่ปี 2567F ของเรา จากรายจ่าย SG&Aและต้นทุนดอกเบี้ยสูงขึ้น ถึงแม้ว่า margin ของ SPP ดีขึ้น
กำไรหลักเพิ่มขึ้น QoQ น่าจะมาจาก margin ของ SPP ดีขึ้น (ราคาก๊าซเฉลี่ยต่ำลงที่ 305 บาท/mmbtu (-Bt36 QoQ และ -Bt99 YoY) เทียบกับค่า Ft คงที่อยู่ที่ 0.39 บาท/kWh) ถูกฉุดจาก SG&A สูงขึ้น (ค่าที่ปรึกษา) ราคาก๊าซได้รวมผลย้อนหลังของ Margin S (1 เดือน) และมาตรการราคาก๊าซเดียวร่วม (3 เดือน) ส่วนกำไรลดลง YoY จะเป็นเพราะ margin ใน 2Q66 สูงกว่าปกติร่วมกับรายจ่าย SG&A ต้นทุนดอกเบี้ยสูงขึ้น ขณะที่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มผู้ใช้งานอุตสาหกรรม (IU) ทรงตัว YoY แต่ปริมาณใช้ไฟฟ้าของ EGAT เพิ่มขึ้น 13% YoY (รับรู้ผลบวกเต็มปีจาก BGPAT 2-3 (โรงละ 98MWe) โดยรวมแล้ว เราคาด GPM ใน 2Q67F ที่ 19.1% (เทียบกับ 18.0% ใน 1Q67)
ปรับลดกำไรปี 2567-69F ลง 14-17% การปรับลดกำไรของเราหลักๆ สะท้อนจากการสูงขึ้นของรายจ่าย SG&A (นำโดยค่าที่ปรึกษา) ต้นทุนดอกเบี้ย ขณะที่ สมมุติฐานค่า Ft ปี 2567F และราคาก๊าซของ SPP ปี 2567F ของเรายังคงเดิมที่ 0.40 บาท/kWh และ 325 บาท/mmbtu (ใกล้กับ guidance ของ BGRIM ที่ 320-325 บาท/mmbtu) หลังปรับกำไรลดลงแล้ว เรามองกำไรหลักปี 2567F เป็นขาลงซึ่งจะลดลง 3% YoY ตามต้นทุนดอกเบี้ยและรายจ่ายสูงผิดปกติ ก่อนจะฟื้นตัวขึ้น 6% YoY และ 2% YoY ในปี 2568-69F บนสมมุติฐานที่ margin ของ SPP สูงขึ้น,ขนาดกำลังการผลิตใหม่เข้ามาพร้อมกันโดยเฉพาะจากกลุ่ม IU แต่กำไรของเราต่ำกว่าตลาดอยู่ 18-25% เรามองว่ากำไร 2H67F จะอ่อนแอกว่า 1H67F กดดันจากปัจจัยฤดูกาลและ margin ของ SPP ต่ำลง (ราคาก๊าซ 2H67 เป็นขาขึ้น)
เราคงคำแนะนำ ซื้อ และปรับลดราคาเป้าหมายลงใหม่ที่ 26.00 บาท จากเดิม 30.50 บาท เพื่อสะท้อนการปรับกำไรของเราลดลง อย่างไรก็ดีมองว่า BGRIM เป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์ของในกลุ่มโรงไฟฟ้าจากราคาก๊าซขาลงและกระแส Data Center ที่กำลังเข้ามาในไทยในระยะยาว ถึงแม้เราจะเชื่อว่าตลาดจะปรับลดกำไรลงตามเรา แต่จากปัจจัยภายนอกที่เริ่มเป็นใจ (การกลับตัวของ US$/THB แข็งค่าขึ้นและ bond yields ลดลง) น่าจะมีน้ำหนักหนุนต่อการ rerating ของราคาหุ้นในระยะสั้นมากกว่า
ปัจจัยเสี่ยงจากการปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, ปัญหา cost overruns และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย
ที่มา : บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

‘ศุภจี-ชาบีดา’ ร่วมเปิด Thailand Pavilion เมืองคานส์ ดัน‘หนังไทย-คอนเทนต์ไทย’สู่เวทีโลก
หล่มเก่าระอุรอบใหม่! สมาชิกฌาปนกิจฯ จี้สอบความโปร่งใสหลังคดีอืด
กรุณพล เทียนสุวรรณ รายงานตัวเป็นสส. หลัง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลาออก
สิ้นสุดหน้าร้อน! กรมอุตุประกาศไทยเข้าสู่ฤดูฝน 15 พ.ค. คาดปริมาณฝนน้อยกว่าปี’68
14 พฤษภาคม 'วันอนุรักษ์ควายไทย' รำลึกคุณสัตว์คู่กสิกรรม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี