วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

ดูทั้งหมด

  •  

“ประเทศไทยและภูฏาน มีสายสัมพันธ์ที่หาได้ยาก เราเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคม ขณะที่จักรวรรดิต่างๆเข้ายึดครองและแบ่งแยกดินแดน ประเทศไทยยังคงเป็นเอกราช ด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ต่อเนื่องกันมา และที่สำคัญที่สุดด้วยความเข้มแข็งอดทน ของประชาชนชาวไทย จิตวิญญาณแห่งเอกราชหยั่งรากลึกในแผ่นดินนี้”

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือพระราชดำรัสของสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรภูฏาน ที่พระราชทานไว้เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ในวโรกาสที่พระองค์ทรงได้รับการทูลเกล้าฯถวาย ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาระหว่างประเทศ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะที่ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรด้วยพระราชหฤทัยตั้งมั่นอยู่บนการพัฒนาอันยั่งยืน ทรงให้ความสำคัญด้านการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ ทรงดำเนินโครงการในพระราชดำริ โดยให้ความสำคัญแก่เยาวชนและเด็ก ทรงเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และทรงสนับสนุนการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นของประชาชนตามวิถีประชาธิปไตย


และในวโรกาสเดียวกันนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทูลเกล้าถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชาสังคมวิทยาและมนุษยวิทยาแก่สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก ในฐานะที่ทรงเป็นนักพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ทรงมีพระปรีชาญาณ พระเมตตาและพระวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวภูฏานทั้งในด้านสุขภาวะ ความเสมอภาค การอนุรักษ์และการพัฒนาและนำพาประเทศไปสู่ความเป็นสมัยใหม่

ไทยและภูฏาน มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ มาตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๒ นับจนถึงวันนี้ก็เป็นระยะเวลา ๓๖ ปี ความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมนั้นไม่ได้มีแต่เฉพาะในส่วนของรัฐบาลเท่านั้น แต่ในส่วนของพระราชวงศ์ของทั้งสองประเทศนั้น เป็นความสัมพันธ์ที่มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งเป็นที่สุด

การเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยโดยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีในพิธีซึ่งถือว่ามีความสำคัญนี้ จึงนับได้ว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงใส่พระทัย และให้ความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติอื่น และพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ของชาตินั้นๆ

เกียรติประวัติของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตหลายพระองค์ได้ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์มากมาย แต่หากจะนับถึงเกียรติประวัติของพระมหากษัตริย์ที่ต้องถือว่าสำคัญยิ่ง ที่ทำให้ราชอาณาจักรจักรสยามธำรงอยู่ได้จนถึงปัจจุบันนี้ที่จะต้องถูกกล่าวถึงนั้นมีอยู่ ๓ พระองค์

ในปี พ.ศ.๒๑๑๒ อาณาจักรอยุธยาในรัชสมัยของสมเด็จพระมหินทราธิราช ต้องเสียอิสรภาพให้กับอาณาจักรหงสาวดีในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง ราชวงศ์ของกรุงศรีอยุธยาถูกกวาดต้อนพร้อมกับราษฎรจำนวนหนึ่งไปยังอาณาจักรหงสาวดี ซึ่งในจำนวนนั้นมีพระนเรศวรซึ่งมีพระชนมายุเพียง ๕ พรรษาเศษ และพระนางสุพรรณกัลยาผู้เป็นพระเชษฐภคินีได้ถูกนำตัวไปชุบเลี้ยงด้วย จนกระทั่งพระนเรศวรมีพระชนมายุ ๑๖ พรรษา ได้ทูลขอกษัตริย์หงสาวดีเพื่อเสด็จกลับมายังกรุงศรีอยุธยา ซึ่งก็ทรงได้รับอนุญาต

เมื่อเสด็จกลับมาแล้วพระองค์ก็ได้ช่วยทำนุบำรุงบ้านเมือง รวมทั้งสร้างกองทัพให้มีความเข้มแข็ง โดยกรุงศรีอยุธยายังคงต้องส่งเครื่องราชบรรณาการไปถวาย กษัตริย์หงสาวดีโดยตลอด

หลังจากที่พระเจ้าบุเรงนองสวรรคต พระเจ้านันทบุเรงพระราชโอรสเริ่มไม่ไว้วางพระทัยพระนเรศวรที่เข้มแข็งมากขึ้น จึงวางแผนกำจัดพระนเรศวรโดยให้ยกทัพไปช่วยรบกับเมืองอังวะที่ก่อการกบฏ แต่พระองค์ทราบว่าจะถูกลอบปลงพระชนม์จึงยกทัพกลับ หงสาวดีได้ให้สุรกรรมามายกทัพติดตามจนเกือบจะทันที่ฝั่งแม่น้ำสะโตง พระนเรศวรได้เสด็จข้ามมาก่อน และได้ใช้พระแสงปืนยิงข้ามแม่น้ำถูกแม่ทัพพม่าเสียชีวิต ซึ่งต่อมาพระแสงปืนดังกล่าวได้รับการขนานนามว่าพระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง

พระนเรศวรทรงยกทัพกลับ พร้อมนำชาวกรุงศรีอยุธยาที่พลัดถิ่นกลับมาด้วย จนถึงเมืองแครง พระองค์จึงจัดทำพิธีหลั่งน้ำทักษิโณทกประกาศอิสรภาพ ไม่ขึ้นกับกรุงหงสาวดีอีกต่อไปในปี พ.ศ.๒๑๒๗ พระนเรศวรจึงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่กู้ชาติไทยได้

กษัตริย์พระองค์ที่ ๒ ที่กู้ชาติได้เช่นกันคือสมเด็จพระเจ้าตากสิน โดยอาณาจักรอยุธยาได้เสียอิสรภาพให้กับอาณาจักรหงสาวดีในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๓๑๐ โดยพระเจ้ามังระได้ให้เนเมียวสีหบดียกทัพมาจากทางเหนือและมังมหานรธายกมาทางทิศตะวันตก ได้เข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่เป็นเวลานาน ถึงแม้พระเจ้าเอกทัศน์พระมหากษัตริย์องค์ที่ ๓๓ จะได้กระทำการต่อสู้อย่างเต็มที่ก็ไม่สามารถจะต่อสู้ได้ โดยก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตก พระเจ้าตากซึ่งขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นพระยาวชิรปราการ ได้รับมอบหมายให้ตั้งค่ายต่อสู้กับพม่าอยู่ที่วัดพิชัย ได้เห็นแล้วว่ากรุงศรีอยุธยาจะต้องพ่ายแพ้แน่ จึงยกพลจำนวนประมาณ ๕๐๐ คน ส่วนหนึ่งเป็นทหารม้าหนีออกจากค่ายพิชัย โดยมุ่งหมายที่จะไปรวบรวมไพร่พลเพื่อกลับมาต่อสู้กับพม่า

พระเจ้าตากและไพร่พลที่ติดตามไปได้ยกเข้าตีหัวเมืองรายทาง รวบรวมไพร่พลตั้งแต่นครนายก แปดริ้ว ชลบุรี ระยอง จนในที่สุด สามารถเข้าตีเมืองจันทบุรีจนแตกได้ จึงได้ปักหลักเพื่อรวบรวมไพร่พลได้ประมาณ ๕,๐๐๐ นาย และต่อเรือรบจำนวนประมาณ ๑๐๐ ลำ รวมทั้งยึดเรือสำเภาจีนที่มาค้าขายอยู่แถวเมืองตราดเป็นกองทัพเรือ รอจนกระทั่งพ้นฤดูมรสุม จึงยกทัพเข้ามาทางปากน้ำเจ้าพระยา เข้าตีค่ายพม่าที่กรุงธนบุรีจนได้รับชัยชนะอย่างรวดเร็ว และยกทัพเรือต่อขึ้นไปตีค่ายโพธิ์สามต้นที่พม่าให้สุกี้พระนายกองรักษาค่ายและดูแลกรุงศรีอยุธยาไว้จนค่ายพม่าแตก แม่ทัพพม่าเสียชีวิตในที่รบ พระองค์จึงได้ประกาศอิสรภาพ ซึ่งตรงกับวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๓๑๐ นับเป็นเวลาเพียง ๗ เดือน หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาแตก

พระมหากษัตริย์อีกพระองค์หนึ่งที่มิอาจจะไม่กล่าวถึงได้คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ที่ขึ้นครองราชย์ในช่วงที่ฝรั่งเศสเข้ามาล่า อาณานิคม สามารถเข้ายึดเวียดนาม เขมร และลาวไว้ได้ทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถจะยึดประเทศไทยได้

ฝรั่งเศสได้อ้างว่าไทยรุกรานดินแดนลาวที่ฝรั่งเศสครอบครองอยู่ โดยยกกองเรือเข้าอ่าวไทยผ่านมาสู่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒มีการสู้รบกันของเรือรบทั้งสองฝ่ายจนเกิดความเสียหายเป็นเหตุที่ทำให้ฝรั่งเศสเรียกร้องให้สยามต้องชดใช้ความเสียหายเป็นเงินจำนวน ๓ ล้านฟรังก์ ถ้าไม่เช่นนั้นจะปิดปากอ่าวและแสดงท่าทีว่าจะเข้ายึดกรุงเทพฯ ทำให้พระองค์ต้องนำเงินถุงแดงที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้ารัชกาลที่ ๓ ได้สะสมไว้มาชดเชยความเสียหาย

แต่กระนั้นฝรั่งเศสก็ยังแสดงอำนาจโดยบุกเข้ายึดจันทบุรีและตราด จนในที่สุดสยามต้องยอมแลก ๒ จังหวัดนี้กับเมืองเสียมราฐ พระตะบอง และศรีโสภณ ซึ่งปัจจุบันนี้เขมรเป็นผู้ครอบครอง แต่ก็ทำให้พระองค์สามารถรักษาอิสรภาพของอาณาจักรรัตนโกสินทร์ไว้ได้

นอกจากพระมหากษัตริย์ทั้ง ๓ พระองค์แล้ว ในพระราชดำรัสของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีก็ยังทรงยกย่องพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ เป็นอย่างมาก ที่ได้สานต่อพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการนำมาใช้บริหารและปกครองอาณาจักรภูฏาน

ในส่วนหนึ่งของพระราชดำรัสนั้น สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีมีทรงกล่าวว่า “เมื่อข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์นั้น ข้าพเจ้าโชคดีที่มีบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ๒ ท่านคอยชี้นำ ท่านแรกคือพระบิดาของข้าพเจ้า อีกท่านหนึ่งคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ที่ได้รับการขนานนามว่ากษัตริย์นักพัฒนา ทรงเป็นต้นแบบของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแก่โลก ทรงเป็นกษัตริย์ที่ได้รับการเคารพสูงสุดในโลก” ซึ่งทำให้พระองค์เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงการปกครองที่ทำให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข พระองค์ได้กล่าวในตอนท้ายว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ที่ได้มีพระบิดา และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙เป็นครูของข้าพเจ้า”

แม้แต่พระมหากษัตริย์จากต่างแดนยังยกย่องเทิดทูนพระมหากษัตริย์ไทย ฉะนั้นใครผู้ใดที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทย หากไม่สามารถที่จะรับรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่ได้ทรงสร้างชาติมา ตลอดจนไม่ให้ความเทิดทูน เคารพยกย่อง และยังมีพฤติกรรมในลักษณะดูหมิ่นดูแคลน ตลอดจนมีความพยายามในการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อลดบทบาทของพระมหากษัตริย์นั้น น่าจะถือได้ว่าเป็นผู้ที่เนรคุณต่อแผ่นดิน

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
14:15 น. ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง
14:06 น. ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร
13:54 น. นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย
13:29 น. ทหารพรานรวบ 14 คนไทย อ้างถูกหลอกไปเปิดบัญชีม้าในปอยเปต
13:28 น. พบร่างชาย 77 ปี เจ้าของอู่รมควันคารถ หลังครอบครัวประกาศตามหา 3 วัน
ดูทั้งหมด
ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนให้ที่ดิน พุทธมณฑล 2,500 ไร่ เป็นศาสนสมบัติกลาง
พิษสงครามเขย่าหุ้นไทย ร่วงหนัก -8.01% ชน Circuit Breaker
หวานข้ามซีกโลก ก้อย อรัชพร วิดีโอคอลหา พิธา เสิร์ฟโมเมนต์หัวใจฟู
ขึ้นมือ1โลก!'วิว'ร้อนแรงลิ่วตัดเชือกออลอิงแลนด์
ครูชัยยศ พ้นมลทิน หลังคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องคดีทุจริตอาหารกลางวัน
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 8 มีนาคม 2569
เรื่องปริมาณแพทย์
‘ความฉิบหาย’ ของ ‘มะพร้าวน้ำหอม’
สอนเรื่องเงินให้ลูก...ด้วยการทำตัวเป็นแบบอย่าง
โรคไข้หัดสุนัข
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย

ทหารพรานรวบ 14 คนไทย อ้างถูกหลอกไปเปิดบัญชีม้าในปอยเปต

กกต.เคลียร์ชัด! ยันประกาศผลออกเสียงประชามติเป็นไปตามกฎหมาย

พบร่างชาย 77 ปี เจ้าของอู่รมควันคารถ หลังครอบครัวประกาศตามหา 3 วัน

ศุภชัย ฟาด เสรีพิศุทธ์ มโน ภท.ง้อขอเสียง ยันไม่เคยเชิญร่วมรัฐบาล

พร้อมแล้ว 95% เลขาฯสภาฯ เผยยังไม่มี พ.ร.ฎ.เปิดประชุมรัฐสภา

  • Breaking News
  • ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง
  • ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร
  • นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย
  • ทหารพรานรวบ 14 คนไทย อ้างถูกหลอกไปเปิดบัญชีม้าในปอยเปต ทหารพรานรวบ 14 คนไทย อ้างถูกหลอกไปเปิดบัญชีม้าในปอยเปต
  • พบร่างชาย 77 ปี เจ้าของอู่รมควันคารถ หลังครอบครัวประกาศตามหา 3 วัน พบร่างชาย 77 ปี เจ้าของอู่รมควันคารถ หลังครอบครัวประกาศตามหา 3 วัน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

2 มี.ค. 2569

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

23 ก.พ. 2569

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

16 ก.พ. 2569

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

9 ก.พ. 2569

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

2 ก.พ. 2569

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

26 ม.ค. 2569

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

19 ม.ค. 2569

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

12 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved