วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘2Q26 คาดกำไรยังดีขึ้น q-q’
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ Liberator ระบุ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย(SCC) 2Q26 คาดกำไรยังดีขึ้น q-q
2Q26 คาดการดำเนินงานยังดีขึ้น q-q แม้ปริมาณขายลดลง แต่ส่วนต่างราคาดีขึ้น และมีเงินปันผลจากบริษัทร่วม : แยกธุรกิจได้ดังนี้
ปูนซีเมนต์ คาดปริมาณขายลดลง q-q แต่ราคาขายมีการทยอยปรับขึ้นตั้งแต่ปีก่อนหน้าทำให้ราคาขายยังอยู่ในระดับสูง โดยปริมาณขายที่ดีขึ้นส่วนใหญ่ยังมาจากโครงการลงทุนของภาครัฐ
บรรจุภัณฑ์ คาดการดำเนินงานดีขึ้น q-q จากปริมาณขายเพิ่มขึ้น และสามารถปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนเพิ่มขึ้น อีกทั้งการดำเนินงานของ Fajar ดีขึ้นเช่นกันจากการปรับโครงสร้างภายใน รวมถึงมีการปรับราคาขายได้ใกล้เคียงราคาตลาด
ปิโตรเคมี แม้ว่า MOC จะใช้กำลังการผลิตเต็มกำลังการผลิตก็ตาม แต่จากการปิดโรงงานไป 2 แห่ง (ROC ปิดทั้งไตรมาส ส่วน LSP ปิดราว 1.5 เดือน) ส่งผลให้ปริมาณขายลดลง q-q เช่นเดียวกับปริมาณขาย PVC คาดว่าลดลง q-q เช่นกันจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ แต่คาดได้ส่วนช่วยจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ขยับขึ้นมา HDPE +201 เหรียญ/ตัน, PP +152 เหรียญ/ตัน PVC +105 เหรียญ/ตัน โดยโรงงาน MOC จะเน้นการขายในสินค้ากลุ่ม HVA ซึ่งจะมีราคาขายสูงกว่าปกติราว 200 เหรียญต่อตัน อีกทั้งคาดจะมีกำไรสต็อกเข้ามาจากการบริหารการซื้ออย่างระมัดระวังมากขึ้น และปกติใน 2Q จะมีเงินปันผลจากบริษัทร่วมทุนเข้ามาทั้งจากโตโยต้าและคูโบต้าที่บริษัทถืออยู่ รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงทั้งจาการคืนหนี้และอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง คาดกำไรปกติอยู่ที่ 7,017 ล้านบาท ฟื้นตัวอย่างมีนัย q-q และจะมีกำไรจากสต็อกเข้ามาราว 1,017 ล้านบาท ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มเป็น 8,034 ล้านบาท +29% q-q
แนวโน้มครึ่งปีหลัง 2026 อาจชะลอลงบ้างตามส่วนต่างราคาที่ลดลง : สำหรับส่วนต่างราคา HDPE สัปดาห์ล่าสุดปรับลงมาเหลือเพียง 397 เหรียญต่อตัน ผู้บริหารคาดว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์คงจะอยู่บริเวณ 350-390 เหรียญต่อตัน ปัจจัยสนับสนุนมาจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้กำลังการผลิตในตลาดหายไปราว 20% รวมถึงคาดจะเห็นการลดการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่ๆ ในตลาดอย่างญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ทำให้ภาวะอุปทานล้นตลาดคลี่คลายลง
การผลิต คาดว่ายังคงผลิตที่ MOC ที่เดียว ส่วน ROC และ LSP ต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะกลับมาผลิตได้เมื่อไหร่
แนวโน้มกำไรฟื้นต่อ
“แนวโน้มการดำเนินงาน 2Q26 คาดฟื้นตัว q-q ตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ดีขึ้นจากปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ขณะที่ช่วงที่เหลือของปีคาดส่วนต่างราคาชะลอตัวลงตามราคานาฟทาที่ลดลง แต่อุปทานในตลาดที่หายไปราว 20% และผู้ผลิตรายใหญ่ในหลายประเทศร่วมกันลดกำลังการผลิต ทำให้ภาวะอุปทานล้นตลาดคลี่คลายลง คาดจะเป็นบวกมากขึ้นต่อธุรกิจปิโตรเคมีที่สร้างปัญหามายาวนาน และหากโครงการอีเทนใน LSP จะเริ่มได้ในปี 2027 จะยิ่งช่วยการดำเนินงานให้ดีขึ้น มุมมองต่องบดีขึ้นเราคาดว่าตลาดจะมีการปรับประมาณการขึ้นทำให้ยังพอเก็งกำไรได้”
ที่มา..บล.ลิเบอเรเตอร์

เพื่อไทย หารือ Airbnb เร่งดัน พ.ร.บ.โรงแรมฯ เข้าสภา ปลดล็อกข้อจำกัดที่พักขนาดเล็ก
ทรัมป์ประกาศกร้าว! สหรัฐฯจะเป็นผู้พิทักษ์ช่องแคบฮอร์มุซ เรียกเก็บค่าผ่านทาง 20%
ศุภชัย เฉ่ง ทนายอั๋น ไร้ความสามารถยื่นฟ้องตน แต่เจอยกฟ้อง จ่อเอาคืนแถลงข่าวผิด กม.
พายุรุนแรงสุดแห่งปี ไต้ฝุ่นบาหวี่ถล่มจีน ฝนกระหน่ำ น้ำท่วมหลายมณฑล
ยอดสูญเสีย 100 ราย ยธ.ชงเคาะเงินเยียวยาเหยื่อไฟไหม้ลาดพร้าว พรุ่งนี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี