วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569
นับแต่พรรคอนาคตใหม่ถือกำเนิดขึ้นก็มีการพูดถึง “เวลา” เรื่อยมา จนกระทั่งมาพูดกันบ่อยในสมัยที่เป็นพรรคก้าวไกล คนที่พูดก็คือคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ คุณพิธาลิ้มเจริญรัตน์
ในยุค “ฝ่ายซ้าย” เฟื่องฟู คือหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จนถึงวันที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้ “คนป่าคืนเมือง” ด้วยคำสั่งที่ 66/2523 ก็พูดถึงกันในหมู่ฝ่ายซ้ายแทบไม่หยุด และก็ไม่ใช่มีเฉพาะในประเทศไทย ฝ่ายซ้ายในทุกประเทศก็พูดเช่นกัน เพราะคำนี้มาจากลัทธิมาร์กซ์
เวลา ของมาร์กซิสต์นั้นหมายถึง การมาถึงของ “กงล้อประวัติศาสตร์”
ดังนั้นเวลาของพวกมาร์กซิสต์จึงแตกต่างจากเวลาอื่น คือเวลาที่เป็นปรมัตถสัจจะและเวลาที่เป็นสมมุติสัจจะ
“เวลาที่เป็นปรมัตถสัจจะ” คือการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ทั้งที่ปรากฏและไม่ปรากฎต่อการรับรู้ของมนุษย์ ซึ่งไม่มีใครหาต้นกำเนิดได้ หาที่สิ้นสุดก็ไม่ได้ ชั่งตวงวัดก็ไม่ได้ และอาการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาตินั้นเป็นปัจจุบันเสมอ
“เวลาที่เป็นสมมุติสัจจะ” คือเวลาที่มนุษย์คิดขึ้นเอง โดยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ โดยเฉพาะดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ หมู่ดาวต่างๆ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติ แล้วมนุษย์จดจำหรือบันทึกไว้อย่างกว้างๆ เรียกเป็นวัน เดือน ปี น้ำขึ้น-น้ำลง ข้างขึ้น-ข้างแรม ฤดูกาลต่างๆ ซึ่งไม่มีความแน่นอน เช่นในฤดูฝน กลางวันจะสั้นกว่ากลางคืน เป็นต้น ต่อมามนุษย์จึงกำหนดเวลาขึ้นเองโดยอิงกับปรากฏการณ์ของธรรมชาตินั้น เป็นวัน ชั่วโมง นาที วินาที ซึ่งมีความแน่นอนแม่นยำ เพราะเป็นเวลาจากเครื่องประดิษฐ์
“เวลาของกงล้อประวัติศาสตร์” เป็นสมมุติสัจจะเช่นกัน แต่หาความแน่นอนแม่นยำไม่ได้ มันถูกสร้างขึ้นจากการคิดค้นและความเชื่อของมนุษย์ ที่เป็นผลจากการเข้าไปศึกษาสภาพสังคมมนุษย์ในอดีตจนถึงวันที่รู้ผลของการศึกษานั้น แล้วสรุปออกมาเป็น “ยุค”
1.ยุคชุมชนบรรพกาล เป็นยุคที่คนเท่าเทียมกัน ไม่มีชนชั้นทางสังคม ทุกคนเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติและมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน เพราะมีคนน้อย
2.ยุคทาส พัฒนามาจากยุคชุมชนบรรพกาล เหตุเพราะมีคนที่ใช้คนอื่นทำงานหรือผลิตแทนตนจึงมีชนชั้นเกิดขึ้น คือชนชั้นนายทาสและชนชั้นทาส ทั้ง 2 ชนชั้นเกิดความขัดแย้งและต่อสู้กันในสังคม
3.ยุคศักดินา เป็นผลจากยุคทาส มีที่ดินเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุด พวกนายทาสมีที่ดินเป็นของตน และเปลี่ยนทาสเป็นเลกหรือไพร่ให้ทำงานในที่ดินนั้น โดยตอบแทนบางส่วนจากผลผลิตหรือได้รับความคุ้มครองจากตน จึงมีชนชั้นเจ้าที่ดิน(ศักดินา)กับชนชั้นเลกหรือไพร่
4.ยุคทุนนิยม พัฒนาจากยุคศักดินา ที่ปัจจัยการผลิตเปลี่ยนจากที่ดินมาเป็นทุน เจ้าของที่ดินและชนชั้นกลางเป็นเจ้าของทุน-เจ้าของกิจการและจ้างคนทำงาน แม้จะมีการตอบแทนค่าแรง เกิดเป็นชนชั้นนายทุนและชนชั้นกรรมาชีพ ทั้ง 2 ชนชั้นนี้ขัดแย้งและต่อสู้กัน จนส่งผลไปเป็นยุคสังคมนิยม
5.สังคมนิยม เกิดขึ้นโดยการปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพ โค่นล้มหรือทำลายชนชั้นนายทุนลง และสถาปนาชนชั้นตนเป็นผู้ครอบครองปัจจัยการผลิตและอำนาจรัฐ เรียกว่า “เผด็จการชนชั้นกรรมาชีพ”
6.ยุคคอมมิวนิสต์ เป็นพัฒนาการทางสังคมขั้นสูงสุดของมนุษย์ที่พัฒนามาจากยุคสังคมนิยม ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อสังคม ร่วมกันทำงาน แบ่งกันกินอย่างเท่าเทียม เป็นสังคมที่ไม่มีชนชั้น มนุษย์ทุกคนสามารถใช้ชีวิตตามใจปรารถนา
คาร์ล มาร์กซ์ เชื่อว่า สังคมมนุษย์ทุกสังคมจะต้องพัฒนาจากยุคชุมชนบรรพกาลมาจนสิ้นสุดที่ยุคคอมมิวนิสต์ในเส้นทางนี้เท่านั้น ไม่มีเส้นทางใดอีก และมันต้องเป็นเช่นนั้น! เมื่อสังคมมนุษย์พัฒนามาสิ้นสุดที่สังคมคอมมิวนิสต์หรือที่ ดร.ปรีดี พนมยงค์ เรียกว่า “สังคมพระศรีอาริย์” มันก็จะหยุดพัฒนา เพราะมนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกันมีกินมีใช้ มีเกียรติมีศักดิ์ศรีไปพร้อมๆ กันแล้ว!
มันต้องเป็นเช่นนั้น มันจึงถูกเปรียบว่าเป็น“กงล้อประวัติศาสตร์” หรือ “กงล้อแห่งกาลเวลา”ที่ใครก็ไม่อาจต้านทานขัดขวางได้ มันจะบดขยี้คนทุกคนทุกชนชั้นที่ขัดขวางต่อต้านมันจนแหลกสลายไป อย่างที่มันเคยบดขยี้มาแล้วในประเทศที่มี “การปฏิวัติสังคมนิยม” ในศตวรรษที่แล้ว
แต่! แต่ไม่นานนัก มันก็บดขยี้ฝ่ายเดียวกันเองด้วย หลายประเทศจึงเปลี่ยนกลับมาสู่ระบบทุนนิยม(ตลาดเสรี) ที่เหลือรอดก็มีแค่เกาหลีเหนือ แต่ก็เดี้ยง!
ประเทศไทยก็รอดมาได้จนวันนี้ แต่เชื้อมาร์กซิสต์ยังฝังใจคนจำนวนมาก จึงแพร่ระบาดจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่เรื่อยมา กระทั่งวันหนึ่งลูกชายนายทุนที่ชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีฐานคิดอยู่ที่ลัทธิมาร์กซิสต์กงล้อประวัติศาสตร์หรือกงล้อแห่งกาลเวลา จึงกลับมาหมุนอยู่ในปากของพวกเขาอีกครั้ง
แต่เขาใช้คำว่า เวลา
หมายถึง “เวลาของกงล้อประวัติศาสตร์จะหมุนเข้าบดขยี้สังคมเก่า ที่เป็นซากเน่าของพวกนายทุน ขุนศึก ศักดินาให้พินาศไป” และพรรคก้าวไกลนั้นเองคือกงล้อประวัติศาสตร์!
คุณพิธานั้นประดิดประดอยวาทะ พูดเรื่องเวลาทั้งในสภาและนอกสภาบ่อยครั้ง (บางครั้งก็ใช้วลี “สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง) ดังนั้นถ้าได้ยินพรรคก้าวไกลพูดถึงเวลาก็รับรู้ไว้ว่าพวกเขาหมายถึงอะไรและใคร
แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น คอยชมวันที่ 7 สิงหาคมนี้ว่า กงล้อประวัติศาสตร์จะบดขยี้พรรคก้าวไกลหรือไม่!

ปลื้มคนกรุงเชียร์ภูมิใจไทย! 'ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์'ช่วยผู้สมัครสส.หาเสียง ดีใจกระแสตอบรับดี
'พิพัฒน์' มองสมการการเมือง ชี้ 'ฟ้า–แดง' จับมือเป็นสิทธิ์ ไม่ก้าวล่วง เชื่อคนใต้อาจไม่พอใจ
ส่องมุมมอง 'วัส ติงสมิตร' สรุปมหากาพย์บิ๊กโจ๊ก บทเรียนใหญ่ของแมวเก้าชีวิต
'หมออนามัยขี้mouth'ไม่ปลื้มแคนดิเดตรมว.สาธาณสุข พรรคส้ม จวกอวยแต่สปสช.
เปิดโพลสวนดุสิต พรรคประชาชนยืนหนึ่ง 'เพื่อไทย'เบียด'ภูมิใจไทย' ชิงพื้นที่ สส.เขต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี