วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เมื่อพรรคส้มถือกำเนิดขึ้น เพื่อนในเฟซบุ๊กของผมหลายคนต่างก็ตื่นเต้นยินดี ที่มีพรรคการเมืองที่ให้ความหวัง เพราะนักการเมืองเก่านั้นเล่นการเมืองกับนักการเมืองเพื่อช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์กัน และเล่นการเมืองกับประชาชนเพื่อผูกขาดคะแนนเสียงหรือความนิยมของพรรคตน
ผมจึงเข้าใจว่าทำไมจึงมีคนจำนวนมากตั้งความหวังไว้กับพรรคส้ม แต่ผมเห็นการเมืองและนักการเมืองมาเยอะจนไม่ตื่นเต้นยินดีอะไร ทุกครั้งที่มีนักการเมืองหน้าใหม่ มีพรรคการเมืองหน้าใหม่ ลงท้ายก็ไม่แตกต่างจากนักการเมืองและพรรคการเมืองเก่า คือคิดถึงแต่อำนาจและผลประโยชน์ตนเป็นหลัก ประชาชนเป็นแค่เหยื่อและเครื่องมือขึ้นสู่อำนาจ
ไม่ได้หมายความว่าไม่มีนักการเมืองที่ตั้งใจทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติเลยมีนักการเมืองที่ดี แต่ทว่ามีน้อยเกินกว่าจะต้านทานนักการเมืองที่ไม่ดีได้ ซ้ำยังอยู่ภายใต้คำสั่งของหัวหน้าพรรคหรือเจ้าของพรรคเสียอีก ประเทศไทยจึงไม่มีความหวังมากนักกับนักการเมือง
เมื่อมีคนตื่นเต้นยินดีกับเจ้าของพรรคส้ม ผมก็หาข้อมูลว่าเขาเป็นใคร เคยมีบทบาททางการเมืองหรือมีความสามารถอะไรบ้าง ก็ปรากฏว่าเขาเป็น “เสื้อแดง” ในสมัยเสื้อแดงเรืองอำนาจ จนกระทั่งถูกปราบปราม เขาเองก็ลงถนนกับม็อบเสื้อแดงด้วย จนถูกกระสุนยางยิงโอดโอยว่าโคตรเจ็บเลย
เมื่อค้นต่อไปอีกหน่อย ก็รู้ว่าเขาเกิดในครอบครัวนักธุรกิจและนักอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในยุคโครงการ “รถยนต์คันแรก”
และเป็น “มาร์กซิสต์”
ผมไม่ได้แปลกใจเรื่องลูกเศรษฐีหรือตระกูลมั่งคั่งทั้งหลายจะเป็นมาร์กซิสต์ เพราะคนวัยหนุ่มสาวนั้นเป็น “วัยแสวงหา” ตั้งแต่แสวงหาผัวหาเมียไปจนถึงแสวงหาอุดมคติ-อุดมการณ์ให้ตัวเอง มันเป็นเรื่องของการสร้างตัวตนให้มั่นคงและขยายใหญ่ขึ้น เพื่อให้ตนได้ภาคภูมิใจตัวเอง และคนอื่นได้ชื่นชม ซึ่งก็เพื่ออัตตาของตนจะได้ขยายเป็นอภิอัตตา
ทั้งหมดเป็นเรื่องของอำนาจทั้งสิ้น
มันเป็นสินค้าแบรนด์เนมของตน ส่วนมีและใช้แล้วจะเกิดประโยชน์หรือโทษแก่ตนและคนอื่นหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ผู้คนชื่นชมและชื่นชอบที่พรรคส้มก็เพราะ “Radical” คือนิยมความรวดเร็วและรุนแรง
พรรคส้มประสบความสำเร็จเกินที่ใครจะคาดถึง แต่ต่อมาก็โดนยุบเพราะทำผิดกฎหมาย พวกเขาหลายคนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง“ในวิกฤตมีโอกาส” พวกเขาและกองเชียร์ก่นโทษศาลว่ากลั่นแกล้ง เพราะ “มีคำสั่งจากเบื้องบน” ! ต่อมาก็เกิด “ม็อบคณะราษฎร 2563” ลงถนนใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อปะทะกันพวกเขาใช้ก้อนอิฐ ท่อนไม้ ท่อนเหล็ก บางคนก็ใช้ปืน ทำร้ายเจ้าหน้าที่จนบาดเจ็บแต่พวกเขาก็ก่นด่าประณามว่าพวกเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง ป่าเถื่อน ส่วนตนเองไม่!
เวลาล่วงมาจนเป็น “พรรคส้มเวอร์ชั่น 2”ก็มีการหาเสียงแสดงเจตนาว่าจะยกเลิกมาตรา 112 และแก้ไข…ทั้งท้าทายทั้งบ่อนเซาะสถาบันศาลและกฎหมาย ถึงกับบัญญัติศัพท์ “นิติสงคราม”ให้ลิ่วล้อนำไปใช้ด้อยค่าและโจมตีศาลและกฎหมาย และโยงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ว่าอยู่เบื้องหลังเช่นเคย โดยเฉพาะคดียุบพรรคทั้ง 2 ครั้ง
นั่นคือเบื้องหน้าของพวกเขา เบื้องหลังพวกเขาก็แทรกซึมเข้าไปตามหน่วยงานและสถาบันต่างๆ ของรัฐ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษา ตั้งแต่มัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย รวมทั้งแทรกซึมเข้าไปในชนกลุ่มน้อยและชนพื้นถิ่นต่างๆ เพื่อปลุกปั่นยุยงให้แบ่งแยกดินแดน
ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พวกเขาเข้าไปปลุกปั่นให้แบ่งแยกดินแดนเป็นรัฐปัตตานีภาคเหนือให้แบ่งแยกเป็นรัฐล้านนา ภาคอีสานให้เป็นรัฐอีสานหรือล้านช้าง และยังเข้าไปปลุกปั่นพวกแรงงานพม่า ลาว เขมรในประเทศไทยให้เกลียดชังเหยียดหยามพระมหากษัตริย์และประเทศไทยด้วย
อีกด้านหนึ่งก็ยอมรับคำสั่ง คำแนะนำ เงิน และการสนับสนุนด้านอื่นๆ จากประเทศมหาอำนาจ เพื่อบ่อนเซาะประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์ของประเทศมหาอำนาจเหล่านั้น เพียงเพื่อพวกตนจะได้ชูคออยู่บนยอดสุดของอำนาจในประเทศ
ทั้งหมดเพื่อให้ประเทศไทยเกิดกลียุค ทำสงคราม กลายเป็นประเทศที่ล้มเหลว อย่างน้อยก็บ่อนเซาะประเทศไทยและสถาบันกษัตริย์ไปเรื่อยๆ จนอ่อนแอ เมื่อนั้นฝ่ายของพวกเขาก็สามารถทำตามเป้าหมายหลักได้
ผมไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทำอะไรหรือไม่ มากน้อยเพียงใด หรือทำเต็มที่แล้ว แต่เอาไม่อยู่ จึงมีการปลุกปั่น แทรกซึม และมีการกระด้างกระเดื่องมากขึ้นทุกวัน แม้แต่พวกต่างชาติที่ทำมาหากินอยู่ในประเทศไทยก็เหิมเกริมท้ายอำนาจอธิปไตยของประเทศไทย!
“สลิ่มต่อสู้กับนักการเมืองชั่วเพื่อปกป้องเชิดชูประเทศชาติ แต่เสื้อแดงกับเสื้อส้มต่อสู้กับประเทศชาติเพื่อปกป้องเชิดชูนักการเมืองชั่ว”
จะปล่อยไว้ทำไม?
วิมล ไทรนิ่มนวล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี