วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
ผมคิดว่าหลายคนคงเอียนคำว่า“ประชาธิปไตย” กับคำว่า “ประชาชน”มาก เพราะใช้กันพร่ำเพรื่อและบิดเบือนจนมั่ว ต่างก็ใช้เพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายตนทั้งนั้น ส่วนมากก็เป็นนักการเมือง สื่อส้มและนักวิชาการ ตามมาด้วยลิ่วล้อกองอวยที่คอยเลียน้ำลายมาพ่นต่ออย่างผู้ทรงภูมิรู้
พวกนักการเมือง สื่อส้ม และทั้งนักวิชาการได้ยึดเอาคำว่าประชาธิปไตยไว้เป็นของฝ่ายตนนานแล้ว ตั้งแต่ยุคเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง ต่อมาก็เสื้อส้มตั้งแต่กำเนิดพรรคอนาคตใหม่
พร้อมกันนั้นก็ผลักอีกฝ่ายว่าเป็นเผด็จการ
และพูดย้ำเรื่อยมาอีกว่าฝ่ายเผด็จการก็คือฝ่ายอนุรักษนิยม!
เมื่อคืนผมฟังสื่อส้มสัมภาษณ์นักวิชาการคนหนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร (ซึ่งก็เป็นรังใหญ่ของเสื้อส้มอีกรังหนึ่ง) ก็พูดย้ำอย่างที่กล่าวมา และเป็นที่มาของบทความนี้ของผม
นักวิชาการส้มคนนั้นพูดถึงพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยแค่ 2 พรรค คือพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน ส่วนนอกนั้นเป็นพรรคฝ่ายอนุรักษนิยม ไม่เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งก็คือเป็นพรรคฝ่ายเผด็จการ
ผมก็เถียงในใจว่าเขาเอาอะไรมาชี้วัดว่าพรรคไหนเป็นประชาธิปไตย พรรคไหนไม่เป็น ในเมื่อทุกพรรคก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ผ่านการเลือกตั้งพร้อมกัน ใช้กฎกติกาเดียวกัน และประชาชนเป็นผู้เลือกเหมือนกัน
การพูดอย่างนั้นคือการยึดครองความเป็นประชาธิปไตยและความชอบธรรมเป็นของฝ่ายตน เหมือนกับว่าโลกนี้มีประชาธิปไตยที่เที่ยงแท้หนึ่งเดียว คือประชาธิปไตยของฝ่ายตน!
แต่ประชาธิปไตยที่เที่ยงแท้มีจริงหรือ?
อังกฤษ อเมริกา แม้แต่จีนและเกาหลีเหนือ ที่มีระบอบการปกครองแตกต่างกันก็ประกาศเสมอมาว่าประเทศของตนเป็นประชาธิปไตย และมีรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับทุกประเทศทั่วโลก
และรัฐธรรมนูญแต่ละประเทศ...อย่างจีนและเกาหลีเหนือก็ไม่ได้มาจากประชาชน อย่างที่พรรคการเมืองในประเทศไทยกำลังหาเรื่องจะแก้หรือสร้างใหม่ ด้วยข้ออ้างว่าฉบับเก่าไม่ได้
มาจากประชาชน ไม่ยึดโยงกับประชาชน
แต่กลับยอมรับว่ารัฐธรรมนูญของประเทศเหล่านั้นว่าเป็นประชาธิปไตย ด้วยข้ออ้างว่า “ตามแบบของเขา” ถึงขนาดนักการเมืองพรรคเพื่อไทยหลายคนไปเกาหลีเหนือแล้วกลับมาอวยสารพัดไม่เชื่อถาม อดิศร เพียงเกษ ได้
แต่ในเมืองไทยกลับยอมไม่ได้ที่จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่แม้ร่างโดยคนกลุ่มเดียว แต่ก็ให้ประชาชนลงมติ
ทั้งหมดนี้ยืนยันได้ว่ารัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้มี “แบบเดียว-อย่างเดียว”ที่เป็นมาตรฐานตัดสินว่าเป็นประชาธิปไตยที่เที่ยงแท้หรือไม่เที่ยงแท้
ผมว่านักการเมืองในประเทศไทยส่วนมากรู้ แต่ที่ต้องแก้หรือสร้างใหม่นั้นเป็นเรื่อง “การแย่งชิงอำนาจประเทศ” กับเรื่องมาตราต่างๆ ที่คอยควบคุมนักการเมืองไม่ให้ประพฤติชั่ว ตั้งแต่เรื่องจริยธรรม เรื่องโกงและขายชาติ และการลงโทษที่รุนแรง ซึ่งทำให้พวกเขาประณามรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้ในปัจจุบันว่าเป็นฉบับเผด็จการ ไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้นักการเมืองขาดอิสระและอ่อนแอ เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย
แล้วรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยของฝ่ายเขาเป็นอย่างไร?
ก็เป็นอย่างที่พรรคส้มออกมาประกาศว่าต้องแก้มาตรา 1 และ 2 และแก้มาตรา 112 ซึ่งเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์และอีกหลายมาตรา โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับความมั่นคง
ทั้งหมดก็เพื่อวางยาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อ่อนแอลง โดยจะถูกจัดวางให้พ้นไปจากความเกี่ยวข้องกับการเมือง-การปกครอง คือไม่ได้เป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยผ่านฝ่ายบริหาร ผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ และผ่านฝ่ายตุลาการอย่างในปัจจุบันอีกต่อไป
เป็นการ “เนรเทศ” สถาบันพระมหากษัตริย์ออกไปทำหน้าที่ด้านวัฒนธรรมอย่างเดียว ซึ่งมีเป้าหมายอยู่แล้วก็คือเปลี่ยน “ราชอาณาจักรเป็นสาธารณรัฐ”
“ประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐ” (ไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์) นั้นเองคือความเป็นประชาธิปไตยที่เที่ยงแท้ของฝ่ายเขา
วิมล ไทรนิ่มนวล

โรนัลโด้ อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีออกจากซาอุฯ มุ่งหน้ามาดริด
ครูชัยยศ พ้นมลทิน หลังคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องคดีทุจริตอาหารกลางวัน
โซเชียลแห่แชร์ ทรัมป์ มีแผลผื่นแดงหนารอบลำคอ แพทย์ประจำตัวแจงไม่ใช่โรคร้ายแรง
อนุทิน สั่งด่วน! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน
ทั่วโลกจับตา! เปิดตัวเต็ง ว่าที่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คนใหม่ หลังสิ้นสุดยุคคาเมเนอี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี