วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ในหน้าประวัติศาสตร์อเมริกา มีสงคราม 2 ครั้ง ที่ส่งผลกระทบการสร้างชาติอเมริกาอย่างแท้จริง สงครามหนแรกคือสงครามปฎิวัติประกาศเอกราชจากอังกฤษ และครั้งที่สองคือสงครามกลางเมือง โดยเฉพาะสงครามกลางเมืองที่เป็นเบ้าหลอมสำคัญที่สะท้อนความเป็น “อเมริกา” จนถึงปัจจุบัน
หลังสงครามกลางเมืองปิดฉากลง โดยสมรภูมิเก็ตตีสเบิร์กเป็นจุดตัดสินว่าฝ่ายเหนือชนะฝ่ายใต้ มีผู้บาดเจ็บล้มตายไม่น้อยกว่า 1,030,000 ราย หรือร้อยละสามของประชากรทั้งหมด ทหารเสียชีวิต 620,000 นาย และพลเรือนเสียชีวิต 50,000 คน ทั้งนี้
ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจสูงถึง 750,000 - 850,000 นาย ซึ่งจำนวนนี้มากกว่าจำนวนทหารอเมริกันที่ตายในสงครามโลกครั้งที่สองถึงสองเท่า สงครามกลางเมืองจึงนับว่าพร่าชีวิตคนอเมริกันไปมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตในสงครามครั้งอื่นๆรวมกัน
หลังสงคราม ชาวเมืองเก็ตตีสเบิร์กช่วยกันฝังศพทหารทั้งสองฝ่ายในสุสาน เพราะหลังจากศึกสงบลง ฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ศพทหารทั้งสองฝ่ายส่งกลิ่นเน่าเหม็นตลบเมือง จึงต้องรีบฝังศพในสุสาน
สี่เดือนครึ่งหลังการรบในเก็ตตีสเบิร์ก ประธานาธิบดีอัมราฮัม ลินคอล์น เดินทางไปที่เมืองเก็ตตีสเบิร์ก ในวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน ค.ศ.1863 เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ที่สุสานเมืองเก็ตตีสเบิร์ก สุนทรพจน์นี้เรียกว่า “Gettysburg Address.” และถือเป็นสุนทรพจน์ที่โด่งดังและรู้จักกันอย่างแพร่หลายในอเมริกา โดยมีใจความดังนี้
“เมื่อ 87 ปีมาแล้วที่บรรพบุรุษของเราอพยพมาก่อร่างสร้างประเทศ ณ แผ่นดินนี้ สร้างประเทศใหม่ที่มีเสรีภาพ และได้อุทิศชีวิตตนเพื่อดำรงความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนกำเนิดมาเท่าเทียมกัน
ขณะนี้เราทำสงครามกลางเมือง นี่ถือเป็นการตรวจสอบว่าชาติของเราหรือชาติใดๆ จะยังสามารถทุ่มเทเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อธำรงรักษาเสรีภาพให้ยืนยงตลอดไปได้หรือไม่
เราต่างมาชุมนุมกันที่สนามรบอันยิ่งใหญ่แห่งสงคราม เรามาปฎิสันถารเพื่อจะอุทิศบางพื้นที่ในสนามรบให้เป็นแหล่งพำนักนิรันดร์ของวีรชนผู้เสียสละเพื่อให้ชาติดำรงอยู่ต่อไป จึงเป็นเรื่องเหมาะสมอย่างยิ่งที่ทุกคนมารวมตัวกันในวันนี้
สิ่งที่สำคัญกว่าอื่นใดก็คือ เราไม่สามารถเสียสละ และไม่สามารถทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ได้ ท่านผู้กล้าหาญทั้งที่ดำรงอยู่และผู้วายชนม์ด้วยผ่านสงครามสู้รบ วีรบุรุษทั้งผองทำให้แผ่นดินนี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
โลกแทบจะไม่จดจำอันใดเลย และหลงลืมไปในไม่ช้าว่า เหตุใดเราจึงมาชุมนุมกันที่นี่ แต่โลกจะไม่มีวันลืมวีรกรรมของบรรพบุรุษเหล่านั้น จึงเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเราในการสานต่องานที่บรรพบุรุษผู้ผ่านสมรภูมิแห่งนี้ทำไว้อย่างสมเกียรติเต็มภาคภูมิก่อนหน้าเราให้แล้วเสร็จ
เราควรรับช่วงต่อจากบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ผู้ซึ่งสละชีวิตเลือดเนื้อทั้งปวง เพื่อชีวิตของวีรบุรุษเหล่านี้จะไม่สูญเปล่า พระผู้เป็นเจ้าจะทรงดำรงอยู่กับเรา ด้วยความพิทักษ์ดูแลของพระผู้เป็นเจ้า ประเทศชาติของเราจะถือกำเนิดใหม่ท่ามกลางเสรีภาพ รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน จะไม่มีวันสาบสูญไปจากโลกนี้”
น่าเสียดายที่หลังจากนายพลโรเบิร์ต อี.ลี ประกาศยอมแพ้สงครามในเดือนเมษายน ค.ศ. 1865 คนอเมริกันทั้งประเทศต้องตระหนกตกใจกับข่าวร้ายที่ตามมา
เรื่องนี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของอเมริกา ข่าวร้ายที่ว่านี้คือ ประธานาธิบดีลินคอล์นถูกลอบสังหารในโรงละครที่วอชิงตันอีกห้าวันต่อมา หลังการประกาศยุติสงคราม ประธานาธิบดีลินคอล์นถูกยิงโดยนักแสดงผู้ฝักใฝ่สมาพันธรัฐชื่อจอห์น วิลค์ส บูธ (John Wilkes Booth) และเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น
การลอบยิงประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์นคือการลอบสังหารประธานาธิบดีอเมริกันครั้งแรก ในหน้าประวัติศาสตร์อเมริกา ทั้งประเทศตกอยู่ในความโศกเศร้า ชาวอเมริกันยกย่องลินคอล์นให้เป็นหนึ่งในประธานาธิบดีอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนถึงปัจจุบัน

อ.ไชยันต์ ย้อนรอยอดีต การเลือกตั้งสกปรกที่สุด
1 คะแนนก็มีศักดิ์ศรี! ครูเยาว์ บุก กกต.อุดรฯ ยันกาเองกับมือ แต่ผลเป็นศูนย์ได้ยังไง?
ต๊ะ นารากร จี้ เท้ง ขอโทษ ที่โหวตให้ อนุทิน เป็นนายกฯ ต้นเหตุให้เกิดผลการเลือกตั้งแบบนี้
ดร สุวินัย ปอกเปลือก ส้ม ชี้จุดพลาด สู้ด้วยความรู้สึก แต่พ่ายโลกความจริง
แขก คำผกา เตือนอย่าหลงกลพรรคส้ม ตีรวนลงถนน เปิดทางให้อำนาจนอกระบบมาแทรกแซง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี