วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากการปฏิวัติของคณะทหารชุดหนึ่ง ซึ่งถ้าจะนับเวลากันแล้วก็เป็นเวลาถึง 87 ปี ในปีนี้
เหลียวมองรอบตัวแล้ว ความเป็นประชาธิปไตยในบ้านเราขณะนี้ก็ยังไม่สดใสเท่าที่ควร ยังลุ่มๆ ดอนๆล้มลุกคลุกคลานมาตลอดเวลาจากการช่วงชิงแย่งอำนาจกันในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจ หรือการแย่งอำนาจกันของนักการเมือง
87 ปีที่ผ่านจนถึงขณะนี้ยังวนเวียนอยู่อย่างนี้
ขอนำพระบรมราชวินิจฉัยของ ร.7 ที่ทรงถูกยึดอำนาจไปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 มาเล่าให้ฟังในวันนี้ ว่าพระองค์ทรงมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องความสมบูรณ์พูนสุขของราษฎร ที่คณะผู้ยึดอำนาจนำกราบบังคมทูล ให้ทรงลงพระปรมาภิไธยเห็นชอบ
พระบรมราชวินิจฉัยของพระองค์ท่านดังกล่าวนี้ มีเนื้อหาที่ใครก็ตามที่ได้อ่าน ก็ต้องบอกว่าเป็นพระบรมราชวินิจฉัยที่ถูกต้องที่สุด ที่คณะผู้ยึดอำนาจควรนำไปพิจารณาปฏิบัติ จึงขอนำมาเล่าให้ฟังในบางเรื่องดังนี้
ว่าด้วยหลักของราษฎร
“ข้าพเจ้าไม่มีความเห็นอันใดที่พิสดาร นอกจากว่าจะทำตามโครงการเศรษฐกิจนี้เมื่อไร ขอได้จัดการให้ราษฎรได้เป็นผู้เลือกที่จะได้ใช้การเศรษฐกิจดังกล่าวนี้จริงๆ คือขอให้ฟังเสียงราษฎรจริงๆ อย่าได้หักโหมบังคับเอาทางอ้อม หรือทางใดทางหนึ่งให้ออกเสียงเห็นด้วยเลย
ขออย่าโกรธราษฎร ถ้าเขาพาออกเสียงว่าไม่ชอบวิธีเหล่านี้ ซึ่งย่อมทำให้เกิดความไม่พอใจแก่ผู้เขียนโดยแน่นอน และอย่าให้ราษฎรนั้นถือทิฐิมานะงมงาย”
ว่าด้วยความแร้นแค้นของราษฎร
“ผู้เขียนโครงการกล่าวว่า ราษฎรเวลานี้แร้นแค้นอดอยากเต็มทน และราษฎรทั่วไปไม่ทราบเลยว่ารุ่งขึ้นจะมีอาหารเพียงพอ ไม่ขาดแคลนหรือไม่ ข้าพเจ้าขอเล่าว่า ราษฎรของเราตลอดจนชนชั้นคนขอทานยังมิปรากฏเลยว่าอดตาย คนที่อดตายก็มีแต่คนที่กลืนไม่ลงเพราะความเจ็บไข้เท่านั้น แม้แต่สุนัขตามวัดก็ปรากฏยังไม่มีอดตาย
แม้แต่ในปีน้ำท่วมปี พ.ศ.2460 ก็ไม่มีใครอดตาย เพราะมีข้าวเพียงพอที่จะแจกกัน และยังมีเหลือเอาไปจำหน่ายยังต่างประเทศเสียด้วยซ้ำ
จริงอยู่ ราษฎรเรายังไม่มีตึกอยู่โดยทั่วไปและยังไม่มีเครื่องแต่งตัวแบบฝรั่งทั่วไป และไม่มีรายได้เท่ากับคนงานฝรั่ง แต่ถ้าคิดเทียบอัตราเงินแบบฝรั่งแล้ว ได้มากก็ใช้มาก เพราะราคาเงินเขาจะสูงกว่าเรา
ถ้าจะเปรียบเทียบถึงใจและความพอใจของราษฎรฝรั่งและราษฎรของเราแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่าราษฎรของเรามีความสุขใจมากกว่าเสียอีก ข้าพเจ้ายอมรับว่าฐานะของการกินอยู่ของราษฎรของเรายังต่ำกว่าฐานะของราษฎรในเมืองต่างประเทศ ดังเช่นอังกฤษหรืออเมริกา
แต่ตามรายงานของโปรเฟสเซอร์ ซิมเมอร์แมน นั้นกล่าวว่า ฐานะของเรานี้สูงกว่าบรรดาราษฎรในประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย และมีความอดอยากแร้นแค้นทั้งกายและใจน้อยกว่าราษฎรชาวนาในประเทศรัสเซีย แต่ราษฎรเรามีน้อยคนหรือจะไม่มีก็ได้ ที่นอนกลางคืนแล้ว จะนึกว่ารุ่งเช้าจะหากินไม่ได้ นอกจากผู้นั้นจะกระดุกกระดิกตัวไม่ได้ เพราะทุกคนหากินได้เสมอ
ในประเทศรัสเซียเสียอีก ที่ราษฎรนอนไม่หลับ รุ่งขึ้นก็ไม่รู้ว่าจะได้อาหารเพียงพอหรือไม่ เพราะถ้าสหกรณ์หาอาหารมาให้ไม่เพียงพอแล้ว ซึ่งปรากฏอยู่เป็นประจำ การซื้ออาหารก็ซื้อหายาก บางครั้งต้องอดด้วยซ้ำไป จะไปขอเขากินก็ไม่มีใครให้ จะกลับไปทำของตัวกินก็ไม่มี เพราะไม่มีที่ทำกินเสียแล้ว
คนไทยเรายังมีนามีสวน ที่จะปลูกข้าวปลูกผักปลูกผลไม้ ก็หวังเสมอว่าจะหาข้าวกินได้ ไม่อดอยาก นอกจากกล้าดำเนินกิจการแบบรัสเซียเข้าแล้ว ความอดอยากจนตายอาจปรากฏเป็นความจริงได้
ว่าด้วยการประกันความสุขสมบูรณ์ของราษฎร
การที่คิดจะประกันความสุขสมบูรณ์นั้น เป็นของดีแน่ แต่ธรรมดาของการประกันย่อมจะต้องสละสิ่งใดสิ่งหนึ่งแลกเปลี่ยน เพื่อประกันความสุขสมบูรณ์ ทำตามแบบนี้นั้นผู้ประกันจะต้องเสียอะไรแลกเปลี่ยน แรงงานและการเสียภาษีวันละเล็กวันละน้อยเท่านั้น และหรือที่จะเป็นค่าแลกเปลี่ยน ข้าพเจ้าอยากจะว่า ค่าประกันความสุขสมบูรณ์อันนี้คือ ต้องสละเสรีภาพเสียกระมัง การเป็นไทยจะกลายเป็นทาสเสียละกระมัง เพราะตามที่ปรากฏในประเทศรัสเซีย ซึ่งก็ใช้วิธีประกันแบบนี้เหมือนกัน ราษฎรต้องประกันสุขด้วยเสรีภาพของเขา
และยอมตนเป็นทาสของรัฐบาล
เมื่อได้อ่านวิธีการตามโครงการเศรษฐกิจที่เขียนมานี้ ซึ่งเป็นวิธีเหมือนกันที่ใช้อยู่ในรัสเซียแล้ว ก็ไม่มีทางใดที่แตกต่างจากรัสเซีย ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างเดียวกัน
ก็เมื่อการประกันความสุขสมบูรณ์ที่อาจต้องแลกด้วยเสรีภาพความเป็นไทยแล้ว ก็เป็นการยากสักหน่อยที่จะยินดี ไม่อยากเห็นอะไรที่จะต้องสละเสรีภาพ
(อ่านต่อวันศุกร์)
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

พระราชินี เสด็จฯ ถึงอิตาลี เพื่อทอดพระเนตร แข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว
ปิดฉากมหากาพย์ 8 ปี คิงส์เกต ถอนคำร้องอนุญาโตตุลาการ ไทยไม่ต้องจ่ายชดเชย
กกต.แจงปมร้อน ยอดบัตรเขย่ง กว่า 3.2 แสนใบ 390 เขตเลือกตั้ง ยันไม่เป็นความจริง
มท. คุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ เตือน ปชช.พกพาโดยไม่มีเหตุสมควร มีความผิดตามกฎหมาย
ด่วน อสส.ชี้ขาดสั่งฟ้อง บอสแซม บอสมิน คดี ดิ ไอคอน กรุ๊ป ฉ้อโกงประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี