วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เขียนให้คิด
เขียนให้คิด

เขียนให้คิด

เฉลิมชัย ยอดมาลัย
วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2563, 02.00 น.
คดีอธิการบดีราชภัฏเชียงใหม่ ใช้งบฯหลวงจัดทัวร์ยุโรป ทำได้หรือไม่ ผิดหรือถูก

ดูทั้งหมด

  •  

ในเมื่อมหาวิทยาลัยหลายแห่งหลายที่ซึ่งเต็มไปด้วยเหตุทุจริต เต็มไปด้วยความสกปรกโสโครก อันเกิดจากการกระทำของผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยระดับเสียแล้ว มหาวิทยาลัยนั้นๆ ก็ไม่ต่างไปจากซ่องโจรแม้โจรที่เป็นผู้บริหารระดับสูงจะมีปริญญาบัตรหลายใบ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากสถาบันการศึกษาแห่งใดบนโลกใบนี้ก็ตาม

คำพูดประโยคนี้สะท้อนว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งของไทยในยุคนี้มีสภาพภายในไม่ต่างไปจากชุมโจร เพราะยิ่งเข้าไปขุดไปคุ้ยก็ยิ่งพบความไม่ชอบมาพากลอย่างมากมาย แต่น่าประหลาดใจที่หน่วยงานหลักของประเทศไทยซึ่งมีหน้าที่รักษาความบริสุทธิ์โปร่งใสของประเทศไทยกลับทำเสมือนเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่กล้าตรวจสอบ ไม่กล้าเอาผิดกับผู้กระทำผิดกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย แต่ที่น่าอดสูยิ่งกว่าคือ ในมหาวิทยาลัยบางแห่งนั้นกลับมีผู้บริหารระดับสูงสุดบางคนในฝ่ายตุลาการของประเทศไทย เข้าไปเกลือกกลั้วมั่วสุมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยเรื่องฉ้อฉลทุจริต


เขียนให้คิดสัปดาห์นี้ นำคุณไปตั้งคำถามกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ คำถามคือ ผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่สามารถใช้เงินงบประมาณแผ่นดินนำกลุ่มคนไปท่องเที่ยวในยุโรปได้หรือทั้งนี้กลุ่มที่เดินทางไปยุโรปกับคณะนี้ประกอบด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย จำนวน 40 คน ไปท่องเที่ยว แต่อ้างว่าไปดูงานต่างประเทศ คือ จีน เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ใช้เวลาเดินทางรวม 13 วัน ใช้งบประมาณ 6 ล้านกว่าบาท สาธารณชนที่รับทราบเรื่องนี้กำลังติดตามว่าพฤติกรรมเช่นนี้ถือหรือผิดกฎหมาย

ย้อนความไปเมื่อปี 2557 ระหว่างวันที่ 12-29 มีนาคม ได้ปรากฏความจริงซึ่งเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งในหมู่ประชาคมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ว่า มีคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ คือคณะกรรมการมหาวิทยาลัยและคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย จำนวน 40 คน เดินทางไปต่างประเทศโดยระบุว่าเพื่อดูงานที่ประเทศจีน และประเทศยุโรปตะวันตกอีก3 แห่ง คือ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นในยุคของอธิการบดีชื่อ ประพันธ์ ธรรมไชย ประเด็นนี้ทำให้ประชาคมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ตั้งคำถามอย่างครึกโครมว่าไปดูงานอะไรจริงหรือ เพราะไม่ปรากฏว่ามีการรายงานผลการดูงานที่เป็นรูปธรรม ไม่มีการระบุว่าไปดูงานด้านใด และก่อให้เกิดผลประโยชน์อย่างไรกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

การเดินทางที่กล่าวถึงในข้างต้น ไม่ได้ถูกตั้งคำถามเพียงเฉพาะภายในกลุ่มประชาคมราชภัฏเชียงใหม่เท่านั้น แต่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีความเห็นว่า การเดินทางทั้งหมด 13 วัน โดยใช้เงินงบประมาณ 6,040,487.13 บาทนั้น เมื่อพิจารณารายละเอียดแล้วพบว่ามีการดูงานในประเทศจีนเพียงครึ่งวัน โดยดูงานที่มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศเสฉวน ส่วนการเดินทางข้ามทวีปเพื่อไปยุโรป ไม่พบว่ามีการดูงานด้านการศึกษาแต่อย่างใด แต่เป็นการไปท่องเที่ยวมากกว่า โดยคณะได้ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยมิได้มีการดูงานด้านการศึกษาใดๆ แม้แต่น้อยถือเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินโดยไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในโครงการศึกษาดูงานแต่ที่มากกว่านั้นคือ การเดินทางไปท่องเที่ยวยุโรปตะวันตกในครั้งนั้นไปในหัวข้อที่ผู้เดินทางระบุชัดเจนว่า ท่องเที่ยวยุโรป เมืองโรแมนติกในฝัน

ดังนั้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 สตง. จึงมีมติหลังตรวจสอบการเดินทางดังกล่าวโดยถี่ถ้วนแล้วว่า การเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เฉพาะในส่วนของประเทศจีน ถือได้ว่าเป็นการศึกษาดูงานที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบราชการ (แต่เมื่อประชาคมราชภัฏเชียงใหม่เห็นมติของ สตง. ก็ส่งเสียงหัวเราะ แล้วถามกลับว่า แค่ไปดูงานเพียงครึ่งวันนี่หรือเป็นการทำถูกกฎหมาย ทั้งๆ ที่คณะอยู่ในประเทศจีนนานถึง 4 วัน)

อย่างไรก็ตาม สตง. มีความเห็นเพิ่มเติมว่า การเดินทางไปยุโรป(เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส) อีก 9 วัน ไม่มีการดูงานด้านการบริหารการศึกษาตามที่ระบุไว้ในโครงการเพื่อขออนุมัติใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่เป็นการไปท่องเที่ยวเท่านั้น

เพราะฉะนั้น อธิการบดีซึ่งเป็นผู้อนุมัติโครงการ และรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ขออนุมัติโครงการ (โดยทั้งสองรายนี้ร่วมเดินทางไปกับคณะด้วย) จึงมีความผิดด้านวินัยอย่างร้ายแรง และต้องรับผิดทางละเมิดด้วย และต้องส่งมอบคืนเงินที่ใช้ในการเดินทางตามที่ขอเบิกไปคืนให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ให้ครบถ้วน

สำหรับเรื่องนี้ ผู้ว่าการ สตง. (ในขณะนั้น) คือ พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส เคยระบุว่าต้องตรวจสอบต่อไปว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่กระทำการทุจริต หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือไม่ ซึ่งถือเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือไม่ และจะเสนอเรื่องนี้ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พิจารณาดำเนินคดีอาญาต่อไป พร้อมทั้งจะเสนอให้คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังของ สตง. ไต่สวนและพิจารณาลงโทษทางปกครองต่อไป

จากวันนั้นจวบจนบัดนี้ เรื่องการเดินทางไปจีนและยุโรปของคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ยังคงถูกเก็บอยู่ใน ป.ป.ช. แม้วันเวลาจะผ่านเลยมานานถึง 3 ปี แต่ยังไม่มีผลสรุปที่ชัดเจน จึงทำให้ประชาคมราชภัฏเชียงใหม่ตั้งคำถามว่า ป.ป.ช. ติดขัดปัญหาใดในการพิจารณาคดีนี้หรือ ทั้งๆ ที่ สตง. ได้ระบุความผิดชัดเจนไปแล้ว แต่บางฝ่ายในราชภัฏเชียงใหม่ก็พยายามมองว่า ป.ป.ช. คงกำลังทำงานนี้อยู่ แล้วก็ให้กำลังใจ ป.ป.ช. แต่ก็บอกว่าขอให้ ป.ป.ช. เร่งสรุปคดีนี้ด้วย เพราะกินเวลามาเนิ่นนานมากแล้ว แต่บางฝ่ายก็วิพากษ์ว่าการที่เรื่องนี้ล่าช้า เพราะมีการพยายามวิ่งเต้นเพื่อดึงคดีหรือไม่ ซึ่งคำถามเหล่านี้มีมากขึ้นเป็นลำดับเมื่อ ป.ป.ช. ยังไม่มีผลสรุปของคดีนี้ หลังจากที่มีผู้ตั้งคำถามว่าเหตุใดเรื่องนี้จึงล่าช้าจนผิดสังเกต อย่างไรก็ตาม หลายคนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งที่เฝ้ารอผลสรุปจาก ป.ป.ช. บอกว่าหากเรื่องนี้ออกมาว่าผิดถูกสถานใด จะได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป เพราะหากผิดก็จะไม่ทำตาม แต่หากไม่ผิดก็จะทำตามบ้าง

อย่างไรก็ตาม เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูก สตง. ระบุความผิดไปแล้ว ก็ต้องขอเรียนให้ผู้อ่านทราบว่า สภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้มีคำสั่งที่ 76/2560 ลงวันที่ 20 กันยายน 2560 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีโครงการศึกษาดูงานต่างประเทศของผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยมีข้อสรุปว่า เป็นการดำเนินงานที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว และต่อมาวันที่ 12 มกราคม 2561 ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงรายงานผลการสอบสวนต่อนายกสภามหาวิทยาลัยสรุปว่า การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายทุกรายการ คือ ค่าที่พัก เบี้ยเลี้ยงค่ายานพาหนะของคณะผู้ร่วมเดินทางถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ได้เบิกเกินสิทธิ์ที่พึงได้รับ ทุกอย่างเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2560 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่สอง)พ.ศ. 2554 และสรุปว่าการเบิกจ่ายเงินไปราชการโดยไม่ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เป็นการดำเนินการอย่างถูกต้องตามข้อกฎหมายทุกประการ ข้อสังเกตคือผลการสอบของคณะกรรมการชุดนี้ต่างจากการระบุความผิดโดย สตง. อย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ สาธารณชนรับทราบโดยทั่วกันแล้วคือ ป.ป.ช. รับคดีนี้ไปพิจารณาเมื่อหลายปีมาแล้วแต่คำถามที่สาธารณชนเฝ้ารอคือ เมื่อไรผลการตัดสินคดีนี้จะปรากฏชัดต่อสาธารณชน พร้อมกับมีคำถามว่า ป.ป.ช. มีเหตุขัดข้องอันใดในการพิจารณาคดีนี้หรือ

ขอย้ำว่า เรื่องนี้ สตง. มีความเห็นชัดเจนไปแล้ว และคดีนี้อยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช. ส่วนเรื่องที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่พยายามค้นหาตัวว่าใครนำหนังสือลับที่ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ส่งถึงนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ออกไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะยิ่งตามหาก็ยิ่งดูเสมือนเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงประเด็น เพราะถ้าหากหนังสือลับฉบับนั้นเป็นเอกสารจริง โดยไม่มีการปั้นแต่งขึ้นมา ก็ต้องถือว่าเอกสารดังกล่าวคือประจักษ์พยานสำคัญของคดี เพราะการที่ผู้สื่อข่าวนำเสนอข่าวการทุจริตใดๆ โดยมีหนังสือลับฉบับใดฉบับหนึ่งเป็นเครื่องยืนยัน ก็คือการรับรองว่ามีเหตุทุจริตเกิดขึ้นจริง เรื่องนี้นับเป็นความสามารถของผู้สื่อข่าวในการค้นหาเอกสารลับ เป็นเรื่องที่ต้องสรรเสริญ เพราะการทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน (investigative news reporting) ที่แท้จริงต้องใช้เอกสารหลักฐานเป็นเครื่องประกอบที่สำคัญ ซึ่งดีกว่าการพูดเองโดยไม่มีหลักฐานชัดเจนเป็นเครื่องยืนยัน

แต่ประเด็นสำคัญที่สุดของเรื่องนี้อยู่ที่หนังสือที่ สกอ. แจ้งไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ให้เร่งดำเนินการตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) โดยเร็ว ซึ่งหนังสือฉบับดังกล่าวออกไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561 โดย สกอ. ส่งถึงนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม สกอ. ระบุว่าไม่เคยได้รับหนังสือชี้แจงใดๆ ตอบกลับจากนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และสกอ.ระบุว่าเรื่องการจัดการปัญหานี้อยู่ที่นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลการใช้จ่ายเงินของอธิการบดี และย้ำว่าอธิการบดีอยู่ใต้อำนาจปกครองของสภามหาวิทยาลัย

แต่สิ่งสำคัญที่ระบุในหนังสือของ สกอ. ที่ส่งถึงนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่คือ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้พิจารณาและมีมติให้ดำเนินการทางวินัยต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในฐานะหน่วยรับตรวจย่อมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินดังกล่าว โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด มีอำนาจหน้าที่แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินสั่งการและต้องสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยไม่ชักช้า

เพราะฉะนั้น เมื่อสาธารณชนที่เฝ้าติดตามคดีนี้มาเป็นระยะเวลานาน แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจาก ป.ป.ช. จึงทำให้เกิดคำถามจากสาธารณชนว่า เหตุใดคดีที่ สตง. ได้ระบุอย่างชัดเจนแล้วว่ามีความผิด และได้ส่งคดีนี้ไปยัง ป.ป.ช. นานหลายปีแล้ว แต่เหตุใด ป.ป.ช. ยังไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ ขอย้ำว่าสาธารณชนกำลังติดตามข้อสรุปเรื่องนี้เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติในอนาคต และขณะเดียวกัน สาธารณชนก็กำลังเฝ้ามองว่า เรื่องที่ สตง.ระบุว่าผิด จะกลายเป็นเรื่องที่ถูกในวิจารณญาณของ ป.ป.ช.หรือไม่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
01:37 น. ไทยคนแรก! 'วิว'คว้าเหรียญชิงแชมป์โลก3สมัยติด
01:29 น. หงส์เฮรวด!ทะยานฝูง-เช็คผลพรีเมียร์ลีกทุกคู่
22:07 น. 'สส.บอล'ย้ำจุดยืน! 'ครอบครัวเพื่อไทย'ขอทำหน้าที่เพื่อ ปชช.เหมือนเดิม
21:41 น. เบิกเนตร'เสี่ยหนู' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล
21:16 น. ว่าด้วยเรื่อง‘ยุบสภา’ อำนาจ‘นายกรัฐมนตรีตัวจริง’เท่านั้น
ดูทั้งหมด
'ทหารพิการขอทาน'ทำ'ฮุน เซน'เดือด! สั่งกวาดล้าง หวั่นทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยว
เพจดังเปิดข้อมูล! 'สมปอง'ครอบครองที่ดินเพียบ หลังมีข่าวยืมเงินอลงกต 13 ล้าน
4 งานใหญ่ในไทยประกาศยกเลิก-เลื่อนไม่มีกำหนด ผู้จัดแจงเหตุสุดวิสัย
บริษัทผู้ผลิต'กริพเพน'รับออเดอร์จากไทยเรียบร้อย 'ISP'ยันไม่จำเป็นต้องตรวจสอบซื้อขาย
(คลิป) 'เจ๊ปอง'พูดตรง..แต่อย่าด่าฉันนะ! 'นายกฯ' คนต่อไปต้องคนนี้!
ดูทั้งหมด
แย่งเป็นนายกฯเหมือนสุนัขแย่งกระดูก
ผ่าทางตันการเมืองไทย ต้องไม่จำนนใต้ตีนพรรคเซาะกร่อนบ่อนทำลาย
ประชาชนอยู่ตรงไหน
ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อชาติหรือเพื่อใคร
พัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองคุณภาพ คือ รากฐานของบ้านเมืองที่มั่นคง สุขสงบ และมีอนาคตที่ยั่งยืน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไทยคนแรก! 'วิว'คว้าเหรียญชิงแชมป์โลก3สมัยติด

หงส์เฮรวด!ทะยานฝูง-เช็คผลพรีเมียร์ลีกทุกคู่

เบิกเนตร'เสี่ยหนู' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล

อ่วมหนัก! 'ปากีสถาน'เจอน้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้านอพยพกว่า1.5ล้านคน

ไม่ต้องรอ 4 เดือน! ‘สมชัย’สรุปเป็นข้อๆ‘ยุบสภา’ง่ายนิดเดียว

โห่ไล่ 'ภูมิธรรม' นำทีมเจรจา 'ประชาชน' โหวตเลือกนายกฯ

  • Breaking News
  • ไทยคนแรก! \'วิว\'คว้าเหรียญชิงแชมป์โลก3สมัยติด ไทยคนแรก! 'วิว'คว้าเหรียญชิงแชมป์โลก3สมัยติด
  • หงส์เฮรวด!ทะยานฝูง-เช็คผลพรีเมียร์ลีกทุกคู่ หงส์เฮรวด!ทะยานฝูง-เช็คผลพรีเมียร์ลีกทุกคู่
  • \'สส.บอล\'ย้ำจุดยืน! \'ครอบครัวเพื่อไทย\'ขอทำหน้าที่เพื่อ ปชช.เหมือนเดิม 'สส.บอล'ย้ำจุดยืน! 'ครอบครัวเพื่อไทย'ขอทำหน้าที่เพื่อ ปชช.เหมือนเดิม
  • เบิกเนตร\'เสี่ยหนู\' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล เบิกเนตร'เสี่ยหนู' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล
  • ว่าด้วยเรื่อง‘ยุบสภา’ อำนาจ‘นายกรัฐมนตรีตัวจริง’เท่านั้น ว่าด้วยเรื่อง‘ยุบสภา’ อำนาจ‘นายกรัฐมนตรีตัวจริง’เท่านั้น
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

มีนายกรัฐมนตรีใหม่ ประเทศไทยจะดีขึ้นหรือไม่

มีนายกรัฐมนตรีใหม่ ประเทศไทยจะดีขึ้นหรือไม่

31 ส.ค. 2568

นายกรัฐมนตรีขายชาติได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย ใช่ไหม

นายกรัฐมนตรีขายชาติได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย ใช่ไหม

24 ส.ค. 2568

เมื่อนายกรัฐมนตรีขายชาติ ชาติไม่พินาศได้อย่างไร

เมื่อนายกรัฐมนตรีขายชาติ ชาติไม่พินาศได้อย่างไร

17 ส.ค. 2568

การแถลงนโยบาย ประจำปี 2025 โดยประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ที่ไทยน่าจะนำมาศึกษา

การแถลงนโยบาย ประจำปี 2025 โดยประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ที่ไทยน่าจะนำมาศึกษา

10 ส.ค. 2568

รัฐบาลชุดปัจจุบัน รักษาผลประโยชน์แห่งชาติ จริงหรือ

รัฐบาลชุดปัจจุบัน รักษาผลประโยชน์แห่งชาติ จริงหรือ

3 ส.ค. 2568

กัมพูชารุกรานไทย ยิงจรวดใส่ soft target

กัมพูชารุกรานไทย ยิงจรวดใส่ soft target

27 ก.ค. 2568

ทักษิณ ชินวัตร จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์?

ทักษิณ ชินวัตร จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์?

20 ก.ค. 2568

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติต้องมีกระดูกสันหลัง

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติต้องมีกระดูกสันหลัง

13 ก.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved