Logo วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 02.00 น.
เรียนออนไลน์...ไทยแลนด์

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เมื่อเริ่มทดสอบระบบการเรียนออนไลน์และออนแอร์ ความโกลาหลเกิดขึ้น เริ่มจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าเป็นการเปิดภาคเรียนแล้ว ทุกคนต้องเรียน ทั้งๆ ที่เป็นเพียงการทดสอบระบบและเสริมกิจกรรมให้แก่ผู้ปกครองและเด็ก เนื่องจากมีการเลื่อนการเปิดภาคเรียนไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว กล่าวถึง กรณีการเปิดเรียนทางออนไลน์ของนักเรียนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า จากการติดตามข้อมูล และได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ปกครองของนักเรียนในหลายพื้นที่ พบว่าเกิดปัญหา และอุปสรรคมากมาย ที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องตระหนัก และนำปัญหาที่เกิดขึ้นไปแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศที่เกิดขึ้นมาช้านาน เด็กนักเรียนในชนบท จะเสียเปรียบนักเรียนในสังคมเมือง ทั้งด้านข้อมูลข่าวสาร ตำราเรียน ครูอาจารย์ที่มีความชำนาญในการสอน และโอกาสในการเรียนพิเศษ หรือสถาบันกวดวิชา ฯลฯ


เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนโรงเรียนไม่สามารถจะเปิดเรียนได้ตามปกติ ทำให้กระทรวงศึกษาธิการ ต้องมีนโยบายให้เปิดเรียนทางออนไลน์ และระบบดาวเทียม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 พ.ค.เป็นวันแรก พบว่ามีปัญหาอุปสรรคที่ตนได้รับการร้องเรียน ซึ่งสามารถรวบรวมได้ดังนี้คือ

1.มีนักเรียนบางส่วน ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเลต โทรทัศน์

2.ในพื้นที่ชนบทบางแห่ง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่สามารถเรียนทางออนไลน์ได้ และไม่มีจานดาวเทียม หรือจานดาวเทียมรับสัญญาณไม่ได้

3.ในพื้นที่ที่มีสัญญาณอินเตอร์เนต ก็เกิดสภาพสัญญาณล่ม และสัญญาณอินเตอร์เนตไม่เสถียร ต้องจ้างช่างมาปรับจูนสัญญาณใหม่

4.เด็กนักเรียนยังขาดความพร้อมในการเรียนทางออนไลน์ ไม่มีสมาธิในการเรียน ไม่สามารถเรียนด้วยตนเองได้ ขาดแรงจูงใจ เพราะไม่มีครูคอยกระตุ้นเตือนเหมือนในห้องเรียน

5.ในครอบครัวที่มีพี่น้องกำลังเรียนหนังสือหลายคนแต่มีโทรทัศน์เพียงเครื่องเดียว ทำให้ไม่สามารถเรียนได้ครบทุกคน

6.เกิดปัญหาปมด้อยของนักเรียน มีการเปรียบกับเพื่อนๆที่มีอุปกรณ์ในการเรียนที่ดีกว่า ทันสมัยกว่า มีความพร้อมมากกว่า

7.เป็นภาระการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในการซื้ออุปกรณ์ในการเรียนออนไลน์ และการเรียนผ่านดาวเทียมเพิ่มขึ้นอีกในยามที่กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจเช่นนี้

8.ผู้ปกครองนักเรียนต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยควบคุมให้ลูกนั่งเรียนผ่านออนไลน์ ทำให้เสียเวลาในการทำงาน หรือประกอบอาชีพในการทำมาหากินของแต่ละวันได้

จึงขอเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมความพร้อม และเร่งรัดให้มีการเรียนการสอนในห้องเรียนของโรงเรียนให้เร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็ก ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษา เพราะการเรียนในห้องเรียน ย่อมมีประสิทธิภาพ และผลสัมฤทธิ์มากกว่า การเรียนผ่านระบบออนไลน์หรือดาวเทียม และเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ระหว่างนักเรียนในเมืองกับในชนบท ที่มีความไม่เท่าเทียมทางการศึกษามาเป็นเวลายาวนานด้วย

ขณะที่ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เขียนบทความสั้นๆ ชื่อ “โรงเรียนควรเปิดได้แล้วหรือไม่ ถ้าเรียนออนไลน์ไม่ใช่คำตอบ” ว่า

กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดชัดเจนแล้วว่า ถ้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ลดลงจนถึงเกณฑ์ปลอดภัยต่อการไปโรงเรียนของนักเรียน โดยเฉพาะชั้นอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทาง สพฐ. จะจัดให้มีการสอนออนไลน์ (และออนทีวี) ผ่านช่องทีวีดิจิทัลเพื่อการศึกษา (DTV ช่อง 37-53) ซึ่งจะเริ่มต้นทดลองการถ่ายทอดการสอนผ่านช่องทีวีดิจิทัลในวันที่ 18 พฤษภาคม (2563) นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเทอมที่ถูกเลื่อนไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

ประเด็นที่กลายเป็นข้อกังวลของวงการศึกษา คือ การปล่อยให้นักเรียนหยุดเรียนอย่างยาวนาน ถึงแม้จะมีการเรียนผ่านช่องทีวีดิจิทัลก็ตาม ก็อาจส่งผลเสียหายต่อกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน ทั้งนี้เพราะความไม่เชื่อว่าการสอนออนไลน์ (และออนทีวี) ผ่านทีวีดิจิทัลที่ สพฐ. จะดำเนินการนั้น จะสามารถพัฒนาคุณภาพนักเรียนได้อย่างที่ควรจะเป็น

ในทางกลับกัน ถ้าให้นักเรียนไปโรงเรียนในช่วงเวลานี้ แล้วนักเรียนเกิดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็จะกลายเป็นความไม่สบายใจของผู้ปกครอง และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ด้วยประเด็นความขัดแย้งของแนวทางจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีความแน่นอนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ จึงกลายเป็นเรื่องที่สังคมให้ความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง

ดังนั้น ผมในฐานะที่ทำงานทางด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง จึงขอเสนอความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ เพื่อหวังว่าจะช่วยนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้มีทางออกที่เหมาะสม และถือเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความห่วงใยที่มีต่อสถานการณ์อันไม่ปกติ ซึ่งกระทบต่อกลไกทางการศึกษาจนอาจส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนในบ้านเมืองของเรา

คงต้องเริ่มต้นกันด้วย การพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียของการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (และออนทีวี) รวมไปถึงการไปโรงเรียนภายใต้สถานการณ์ที่ภาครัฐยังไม่ให้ความแน่นอนในเรื่องของความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

1.การสอนออนไลน์ (และออนทีวี) ทำให้นักเรียนอยู่บ้านเรียนหนังสือได้ โอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสน้อย ในขณะที่การไปโรงเรียน นักเรียนมีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสมากกว่า

2.การเรียนที่โรงเรียน นักเรียนมีโอกาสที่จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมได้มากกว่าการเรียนออนไลน์ (และออนทีวี) เพราะนักเรียนอยู่ที่บ้านโดยไม่มีเพื่อนเล่น และไม่มีปฏิสัมพันธ์อื่นๆ

3.การเรียนออนไลน์ (ออนทีวี) นักเรียนไม่มีโอกาสรับประทานอาหารเช้าและกลางวัน รวมทั้งดื่มนม เหมือนที่ไปโรงเรียน ดังนั้น การเรียนออนไลน์(และออนทีวี) จะกระทบกับนักเรียนที่มาจากครอบครัวยากจนมากกว่านักเรียนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี

4.การเรียนออนไลน์ (และออนทีวี) ผ่านช่องทีวีดิจิทัลที่ สพฐ. เตรียมการนี้ มีโอกาสสูงมากที่นักเรียนจะไม่สนใจ และหลุดไปจากการสอนที่ถ่ายทอดอยู่ ความไม่สนใจและหลุดไปจากสาระที่สอน จะส่งผลให้นักเรียนขาดความต่อเนื่องในการเรียนของคาบชั่วโมงต่อไป และสุดท้ายมีโอกาสที่จะหลุดจากการเรียนไปเลย คือไม่อยากไปโรงเรียนเลย ถึงแม้โรงเรียนจะเปิดสอนตามปกติแล้วก็ตาม (เมื่อการระบาดของเชื้อไวรัสสิ้นสุด)

5. ข้อจำกัดของการเรียนออนไลน์ (และออนทีวี) เหล่านี้ เมื่อนำขึ้นมาพิจารณากับความเสี่ยงของนักเรียนต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว แน่นอนว่า พ่อแม่ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน คงจะไม่มีใครต้องการให้เกิดการติดเชื้อของนักเรียน จึงไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า ควรเลือกการเรียนออนไลน์ (และออนทีวี)หรือการให้นักเรียนไปโรงเรียน

ทั้ง 5 ประเด็นที่ผมนำขึ้นมากล่าว เพื่อให้เข้าใจปัญหาสำคัญที่ต้องทำการแก้ไข แต่การแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกหนทางใด ก็ไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่า นักเรียนจะไม่ติดเชื้อไวรัส (ถ้าไปโรงเรียน) และไม่มีใครยืนยันได้ว่า นักเรียนจะได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ตามเป้าหมายที่ควรจะเป็น ผ่านการเรียนออนไลน์(และออนทีวี) สิ่งที่ควรต้องมาให้น้ำหนักก็คือ คำถามที่ว่า ใครควรจะเป็นผู้ตัดสินใจว่านักเรียนควรจะไปโรงเรียน หรือควรจะเรียนออนไลน์ (และออนทีวี)

ถ้า สพฐ. จะเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้ แล้วให้นักเรียนทั้งประเทศปฏิบัติตาม ผมคิดว่าคงจะไม่ถูกต้องนัก เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน

ที่สำคัญ ความรับผิดชอบด้านสาธารณสุขในบริเวณพื้นที่ตั้งของแต่ละโรงเรียนนั้น ก็มีบริบทสภาพแวดล้อมตามความเข้าใจและความคุ้นเคยของคนในพื้นที่ และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขในบริเวณดังกล่าว

ดังนั้น คณะบุคคลที่ควรต้องตัดสินใจ ว่าสถานการณ์ระบาดของไวรัสในบริเวณพื้นที่ตั้งของโรงเรียนนั้นๆ จะปลอดภัยพอที่จะให้นักเรียนไปโรงเรียนได้หรือไม่ น่าจะให้คณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน อันประกอบด้วย ตัวแทนผู้ปกครอง(พ่อแม่) บุคคลในชุมชน ครู และผู้บริหารโรงเรียนรวมไปถึงแพทย์ในพื้นที่ดังกล่าวเข้าร่วมให้ความเห็นก็น่าจะเป็นช่องทางที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย ไม่ใช่ปล่อยตามอำเภอใจของ สพฐ.

ได้สองความเห็นจากสองท่านนี้ ก็สะท้อนปัญหาได้ครบสมบูรณ์พอดี เป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องจะต้องนำไปพิจารณา!!!

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:57 น. อนุชา ปราศรัยโค้งสุดท้าย อ้อนขอโอกาส ‘ชาวเมือง’ ย้ำไปรื้อทุจริต สร้างอนาคตเพื่อ กทม.
20:45 น. คืบหน้า ฉลองกรุงวิกฤต! เสาไฟโค่นยาว 2 กิโลเมตร ทับรถพังกว่า 30 คัน เร่งนำรถเครนรื้อถอนเปิดเส้นทาง
20:32 น. ชัชชาติ ปราศรัยหน้าสวนลุมพินี กางแผนเพิ่มสวนสาธารณะ-ขยาย Hawker Center ครบ 50 เขต
20:31 น. แดรี่โฮม แจงรอบสอง! หลังเอา นมโปรตีน ตรวจอีกครั้ง พบโปรตีนตรง แต่ไขมันเกินฉลากจริง เร่งแก้ไขทันที
20:28 น. วิโรจน์ ปลุกคนกรุงฯ เลือก ผู้ว่าฯ-ส.ก. พรรคประชาชนยกทีม
ดูทั้งหมด
ยิ่งโตยิ่งสวย น้องปีใหม่ ฉายแววสวยหวาน นั่งแท่นพิธีกรคู่แม่แอฟ
ทบ.แสดงความยินดี นนร.บุณยเกียรติ วังเสนา คว้าเกียรตินิยมเหรียญทอง รร.นายร้อยทหารปืนใหญ่รัสเซีย
ไม่ได้มีแค่อัลไซเมอร์! หมอวี เผย 4 อาการสมองเสื่อม ที่ทำให้คนรัก 'หายไป' ทีละนิด
‘ในหลวง’ พระราชทานนามกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ ‘ควีนสุทิดา’ โอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
อาจารย์ ม.มหาสารคาม หวด อิงฟ้า ปม #Saveทับลาน มนุษย์ต่างสัตว์ป่าที่เหตุผล
ดูทั้งหมด
Clubhouse รู้เรื่องตาสู่ประชาชน by ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ‘เป็นต้อกระจก ไม่ตกกระใจ’
ก.ม.คุ้มครองผู้บริโภคใหม่
กังฉินโยนกลอง
ลากคอ ‘ขบวนการโกงสอบ’ เข้าคุก ควบคู่คุ้มครองสิทธิ ‘คนสอบได้สุจริต’ อย่างไร?
บุคคลแนวหน้า : 26 มิถุนายน 2566
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุชา ปราศรัยโค้งสุดท้าย อ้อนขอโอกาส ‘ชาวเมือง’ ย้ำไปรื้อทุจริต สร้างอนาคตเพื่อ กทม.

คืบหน้า ฉลองกรุงวิกฤต! เสาไฟโค่นยาว 2 กิโลเมตร ทับรถพังกว่า 30 คัน เร่งนำรถเครนรื้อถอนเปิดเส้นทาง

ชัชชาติ ปราศรัยหน้าสวนลุมพินี กางแผนเพิ่มสวนสาธารณะ-ขยาย Hawker Center ครบ 50 เขต

แดรี่โฮม แจงรอบสอง! หลังเอา นมโปรตีน ตรวจอีกครั้ง พบโปรตีนตรง แต่ไขมันเกินฉลากจริง เร่งแก้ไขทันที

วิโรจน์ ปลุกคนกรุงฯ เลือก ผู้ว่าฯ-ส.ก. พรรคประชาชนยกทีม

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 10 ศาสตราจารย์ จาก 6 มหาวิทยาลัย

  • Breaking News
  • อนุชา ปราศรัยโค้งสุดท้าย อ้อนขอโอกาส ‘ชาวเมือง’ ย้ำไปรื้อทุจริต สร้างอนาคตเพื่อ กทม. อนุชา ปราศรัยโค้งสุดท้าย อ้อนขอโอกาส ‘ชาวเมือง’ ย้ำไปรื้อทุจริต สร้างอนาคตเพื่อ กทม.
  • คืบหน้า ฉลองกรุงวิกฤต! เสาไฟโค่นยาว 2 กิโลเมตร ทับรถพังกว่า 30 คัน เร่งนำรถเครนรื้อถอนเปิดเส้นทาง คืบหน้า ฉลองกรุงวิกฤต! เสาไฟโค่นยาว 2 กิโลเมตร ทับรถพังกว่า 30 คัน เร่งนำรถเครนรื้อถอนเปิดเส้นทาง
  • ชัชชาติ ปราศรัยหน้าสวนลุมพินี กางแผนเพิ่มสวนสาธารณะ-ขยาย Hawker Center ครบ 50 เขต ชัชชาติ ปราศรัยหน้าสวนลุมพินี กางแผนเพิ่มสวนสาธารณะ-ขยาย Hawker Center ครบ 50 เขต
  • แดรี่โฮม แจงรอบสอง! หลังเอา นมโปรตีน ตรวจอีกครั้ง พบโปรตีนตรง แต่ไขมันเกินฉลากจริง เร่งแก้ไขทันที แดรี่โฮม แจงรอบสอง! หลังเอา นมโปรตีน ตรวจอีกครั้ง พบโปรตีนตรง แต่ไขมันเกินฉลากจริง เร่งแก้ไขทันที
  • วิโรจน์ ปลุกคนกรุงฯ เลือก ผู้ว่าฯ-ส.ก. พรรคประชาชนยกทีม วิโรจน์ ปลุกคนกรุงฯ เลือก ผู้ว่าฯ-ส.ก. พรรคประชาชนยกทีม
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ผู้ว่า ‘อนุชา’ และ สก.ประชาธิปัตย์

ผู้ว่า ‘อนุชา’ และ สก.ประชาธิปัตย์

24 มิ.ย. 2569

‘โลกคือละคร’ ของ ‘อนุทิน’

‘โลกคือละคร’ ของ ‘อนุทิน’

21 มิ.ย. 2569

ความเจื้อยแจ้วของโฆษกพรรคส้ม

ความเจื้อยแจ้วของโฆษกพรรคส้ม

17 มิ.ย. 2569

น้ำพระทัยเพื่อคนทุกข์-คนคุก

น้ำพระทัยเพื่อคนทุกข์-คนคุก

14 มิ.ย. 2569

‘ทักษิณ’ จะไป ‘ดูไบ’ ?!

‘ทักษิณ’ จะไป ‘ดูไบ’ ?!

10 มิ.ย. 2569

กรุงเทพฯ ต้อง ‘สุจริต’

กรุงเทพฯ ต้อง ‘สุจริต’

7 มิ.ย. 2569

ใต้เส้นบรรทัด : กระชากหน้ากาก ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’

ใต้เส้นบรรทัด : กระชากหน้ากาก ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’

3 มิ.ย. 2569

‘เอกสิทธิ์’ กับความขี้ขลาดของ สส. และสภา

‘เอกสิทธิ์’ กับความขี้ขลาดของ สส. และสภา

31 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved