วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
ในทันทีที่มีการแพร่ระบาดของโคขวิดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ก็ได้รับทราบอย่างชัดเจนว่า การแพร่ระบาดนั้นไม่ใช่การแพร่ระบาดของโรคระบาดธรรมดา แต่เป็นสงครามชีวภาพที่กระทำต่อประเทศจีน ดังนั้นประธานสี จิ้น ผิง จึงประกาศทั่วทั้งประเทศจีนระดมกองทัพและประชาชนจีนทั่วประเทศให้เข้าสู่สงครามชีวภาพนั้น และต้องเอาชนะสงครามนั้นให้ได้
หลังจากนั้นประเทศจีนก็ค้นพบพันธุกรรมที่มีการตัดต่อพันธุกรรมของไวรัสสองชนิด คือไวรัสซาร์สและไวรัสเอดส์จนกลายเป็นพันธุกรรมใหม่ ซึ่งตอนแรกเรียกว่า
ไวรัสอู่ฮั่น ต่อมาจึงมีการขนานนามเป็นทางการว่าโควิด-19
และเมื่อทราบโครงสร้างพันธุกรรมของโคขวิดแล้ว จีนจึงค้นพบสูตรยาในการรักษาไวรัสนี้ และประสบความสำเร็จโดยได้รับต้นแบบตัวยาจากประเทศไทย และได้รับแบบอย่างการใช้พลาสมาในการรักษาไวรัสที่ได้ผลอย่างรวดเร็วจากคณะแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี
ดังนั้นประเทศจีนซึ่งขณะนั้นมีการแพร่ระบาดจนมีผู้ติดเชื้อถึง 80,000 คน จึงสามารถรักษาเยียวยาให้หายได้ในเวลาไม่กี่วัน
จากนั้นก็ได้ส่งทั้งยา แบบแผนการรักษาและผู้เชี่ยวชาญออกไปช่วยเหลือมิตรประเทศในการรับมือกับการแพร่ระบาดอย่างขนานใหญ่ ซึ่งขณะนั้นกำลังแพร่ระบาดหนักที่อิตาลี ฝรั่งเศส และอิหร่าน รวมทั้งเกาหลีใต้ด้วย ทำให้ประเทศเหล่านั้นสามารถสกัดการแพร่ระบาดได้ผลสำเร็จเช่นเดียวกัน
ในขณะนั้นก็เป็นที่ทราบกันทั่วไปทั่วโลกว่าผู้ถือสิทธิบัตรเป็นเจ้าของโคขวิดได้เตรียมการผลิตและจำหน่ายวัคซีนให้แก่มวลมนุษย์ถึง 7,000 ล้านคน ซึ่งถ้าหากสำเร็จตามแผนการที่วางไว้ก็จะมั่งคั่งร่ำรวยจนสุดคณานับ แต่ทว่าความสำเร็จไม่ได้อำนวยให้แก่ผู้วางแผนเช่นนั้น เพราะวัคซีนที่เตรียมไว้กลับไม่สามารถป้องกันรักษาโคขวิดได้จริงแม้ต้องปรับปรุงแล้วถึงสองครั้งก็ไม่สำเร็จ
ในขณะเดียวกัน ประเทศจีนและรัสเซียซึ่งทราบสถานการณ์และสภาพการณ์ของโคขวิดเป็นอย่างดีว่าแพร่เชื้อง่าย ระบาดได้ไว จำเป็นที่จะต้องมีวัคซีนป้องกันในที่สุด จึงทุ่มเทการศึกษาวิจัยและผลิตวัคซีน ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในเวลาไล่เลี่ยกัน
เมื่อประสบความสำเร็จแล้วประธานสี จิ้น ผิง ได้ประกาศต่อชาวโลกว่าความสำเร็จในการค้นพบวัคซีนชนิดนี้จะถือว่าเป็นสมบัติของมวลมนุษย์ และจีนจะผลิตออกจำหน่ายทั่วโลกในราคาทุน แต่จีนมีความจำเป็นต้องใช้วัคซีนนี้แก่ชาวจีนก่อนซึ่งมีจำนวนมาก จึงทำให้แผนการช่วยเหลือและจัดส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศต้องล่าช้ากว่ารัสเซียซึ่งสามารถผลิตและออกจำหน่ายได้ในเดือนกันยายน หรือตุลาคม นี้
ความสำเร็จของการผลิตวัคซีนดังกล่าวคือการทำลายแผนการจำหน่ายวัคซีนให้แก่มนุษย์ 7,000 ล้านคนทั่วโลกอย่างหนักหน่วง และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ที่วางแผนจะผลิตออกจำหน่ายอย่างรุนแรง
ดังนั้นในขณะที่ยังไม่สามารถผลิตวัคซีนได้สำเร็จ จึงมีการสร้างกระแสข่าวและโจมตีวัคซีนของจีนและรัสเซียอย่างกว้างขวาง สื่อหลักของโลกได้โหมกระหน่ำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและกว้างขวางทั่วโลกว่าวัคซีนทั้งของจีนและรัสเซียไม่มีคุณภาพ ไม่ผ่านการทดลองกับคนตามมาตรฐาน
ซึ่งถ้าใครติดตามข่าวเรื่องนี้ก็คงจะทราบว่าทั้งจีนและรัสเซียได้ทดลองใช้วัคซีนกับมนุษย์มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม 2563 แล้ว เฉพาะจีนนั้นได้ทดลองกับมนุษย์หลายแสนคนจนมั่นใจในความสำเร็จ
ในขณะที่สหรัฐซึ่งยังไม่มีวัคซีนใช้ รีบแจ้งความจำนงว่าจะช่วยเหลือส่งวัคซีนให้แก่กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งน่าจะจำกัดอยู่เพียงเมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เพราะคงไม่รวมจีนซึ่งเป็น 1 ใน 6 ประเทศกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงด้วย
กล่าวได้ว่าเป็นการจับจองที่นั่งไว้ก่อนทั้งที่คนที่จะนั่งอยู่ที่ไหนยังไม่รู้ จึงต้องจับตาดูกันว่าการเอาตีนมาขวางที่นั่งจับจองไว้ล่วงหน้าแบบนี้จะได้ผลสำเร็จประการใดหรือไม่
ทันทีที่ข่าวนี้ปรากฏประธานสี จิ้น ผิง ก็ได้แถลงว่าจีนจะส่งวัคซีนมาช่วยเหลือกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงก่อนเพราะเป็นมิตรประเทศที่ใกล้ชิดกับจีน
ก็เป็นที่คาดหมายได้ว่าโดยความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงกับจีน โดยเฉพาะคือ เมียนมา ลาว และกัมพูชานั้นคงจะยอมรับความช่วยเหลือจากจีนอย่างแน่นอนก็คงเหลือแต่ไทยและเวียดนามว่าจะรับความช่วยเหลือจากจีนหรือจะรอรับความช่วยเหลือจากสหรัฐซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือเมื่อใดและได้ผลจริงหรือไม่
เพราะขณะนี้ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสมากที่สุดลำดับหนึ่งของโลกก็คือสหรัฐ ในขณะที่จีนได้แก้ปัญหานี้ตกไปโดยพื้นฐานสิ้นเชิงแล้ว
และเป็นที่คาดหมายว่าในที่สุดชาวเวียดนามก็ต้องเลือกที่จะรับความช่วยเหลือจากจีน จึงคงเหลือแต่ประเทศไทยเท่านั้นว่าจะตกลงใจและตัดสินใจในเรื่องนี้
อย่างไร แต่ในที่สุดความร่วมมือช่วยเหลือกันในภาคประชาชนย่อมไม่มีอุปสรรคใดที่จะมาขวางกั้นได้เป็นแน่นอน
ดังนั้นในขณะที่สงครามชีวภาพได้โรยราไป โดยเฉพาะกลุ่มประเทศองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ยกเว้นอินเดีย สามารถรับมือกับการแพร่ระบาดได้เรียบร้อยแล้ว แต่กำลังระบาดหนักอยู่ในสหรัฐ และไม่มีทีท่าว่าจะรับมือได้อย่างไร
สงครามวัคซีนก็กำลังก่อตัวขึ้น และกำลังโหมกระแสปะทะกันในการชักชวนและชวนเชื่อในการใช้วัคซีนโคขวิดกันอย่างกว้างขวางรุนแรงในขณะนี้
ก็ต้องตั้งคำถามในใจแต่ละคนว่าเราจะเลือกใช้วัคซีนอย่างไหนกัน!

สุดเอือม! หลวงพี่เมาหนักกลาง บขส.อุดรธานี พูดลิ้นรัว ตำรวจคุมตัวสึก
ระทึกคืนเคาท์ดาวน์ปีใหม่ กระสุนตกทะลุหลังคา เฉี่ยวร่างเจ้าของบ้าน
‘นายกฯ’อวยพรปีใหม่ 2569 ขอคนไทยมีความสุข เฉลิมฉลองด้วยความไม่ประมาท
เช็คอากาศปีใหม่ ‘ไทยตอนบน’หนาวเย็น ‘ภาคใต้ตอนล่าง’ฝนน้อย ‘ฝุ่น’ค่อนข้างมาก
'ดร.ส้ม' ลั่นไม่เคยเคลมผลงานใคร ยันลุยดัน กม.คุกคามทางเพศมาตั้งแต่ปี62

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี