วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
บุคคลที่ถูกกล่าวขานในระดับโลกอย่างกว้างขวางในช่วงปีที่ผ่านมาคงจะไม่มีผู้ใดเกินไปกว่าประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐรัสเซีย เพราะเป็นผู้สั่งให้กองทัพรัสเซียกรีธาทัพเข้าไปบุกรุกและยึดครองดินแดนส่วนหนึ่งของยูเครนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 หลังจากเคยได้กระทำมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 2014 ที่ได้ทำการยึดครองเขตไครเมียจนถูกชาวโลกตะวันตกประณามว่าเป็นผู้รุกราน โหดร้ายทารุณไม่เคารพซึ่งกติกากฎบัตรระหว่างประเทศ และไม่เคารพในอำนาจอธิปไตยของประเทศหนึ่งใด อีกทั้งยังสร้างความหวาดกลัว หวาดหวั่น ให้กับชาวโลกโดยเฉพาะในแถบยุโรปว่า รัสเซียได้เตรียมความพร้อมในการใช้อาวุธนิวเคลียร์หากมีความจำเป็น
วลาดีมีร์ ปูติน เป็นใคร? และคิดอ่านอย่างไร? จึงเป็นคำถามที่มีขึ้นมาเป็นระยะๆ เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักและเข้าอกเข้าใจในตัวเขามากขึ้น
ในวัยเด็ก ปูติน ได้เพ้อฝันที่จะเป็นนักสืบหน่วยราชการลับมาโดยตลอด จนได้สมความปรารถนาหลังจากที่เรียนจบปริญญาด้านกฎหมาย และสมัครเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการลับของสหภาพโซเวียต (เคจีบี) และได้ถูกส่งไปประจำการที่อดีตเยอรมันตะวันออกเป็นเวลาหลายปี จวบเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายในปลายปี ค.ศ. 1990 ปูตินก็ถูกย้ายมาเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และต่อมาก็ได้มาทำงานที่สำนักประธานาธิบดีที่กรุงมอสโก ซึ่งฝีมือการทำงานของเขาได้ไปเข้าตาประธานาธิบดี บอริส เยลต์ซิน และได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้สืบทอดอำนาจเมื่อปี ค.ศ. 1999 หลังจากนั้น ปูตินก็ครองความเป็นใหญ่ในสหพันธ์สาธารณรัฐรัสเซียมาจนบัดนี้ และก็มีผลงานในการสร้างเสถียรภาพกลับคืนสู่บ้านเมือง ขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาและเสริมสร้างแสนยานุภาพทางการทหารและกิจการด้านอวกาศ เพื่อไม่ให้ถูกทิ้งห่างจากสหรัฐอเมริกา
แม้ว่าปูตินจะขึ้นสู่อำนาจในกรอบประชาธิปไตย แต่เขากลับมีวิธีบริหารจัดการบ้านเมืองแบบผู้นำนำพา และจำกัดจำเขี่ยคู่ต่อสู้ทางการเมือง ซึ่งก็มักจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบจากโลกตะวันตกเป็นธรรมดา แต่อย่างไรก็ดีคะแนนนิยมชมชอบในประเทศของเขาก็ยังคงเส้นคงวาที่ประมาณร้อยละ 80 เพราะความเป็นผู้นำที่โดดเด่น และผลงานที่ตอบสนองประชาชนพลเมือง
ปูตินนับเป็นชาวรัสเซียคนหนึ่งที่ยังอาลัยอาวรณ์จากการจากไปของอดีตสหภาพโซเวียต ที่มีสาธารณรัฐรัสเซีย และชาวรัสเซียเป็นแกน โดยเห็นว่าในปลายสมัยของสหภาพโซเวียต และรัฐสืบทอดอำนาจคือ สหพันธ์สาธารณรัฐรัสเซีย มิได้รับการปฏิบัติที่ดีเยี่ยงมิตรจากฝ่ายตะวันตกนำโดยสหรัฐอเมริกา ที่ยังมีความรู้สึกนึกคิดว่า รัสเซียก็ยังมีความน่าสะพรึงกลัว แม้ว่าสหภาพโซเวียตจะล่มสลายไปแล้ว นั่นก็เพราะยังมีอาวุธนิวเคลียร์มากมายนับเป็นที่สองรองจากสหรัฐอเมริกา อีกทั้งรัสเซียก็ไม่ได้ตกต่ำ ย่อยยับ ไปตามสหภาพโซเวียต หากแต่สามารถประคับประคองตัวภายใต้การนำพาของปูตินกลับขึ้นมาได้และยังคงอยู่ด้วยความทะนง ไม่โอนอ่อนยอมอ่อนข้อให้กับฝ่ายสหรัฐฯ และยุโรปตะวันตก ซึ่งปูตินก็ตระหนักรู้ และเห็นว่า นอกจากฝ่ายสหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรปตะวันตก จะไม่แสวงหามิตรไมตรีแล้ว ยังได้พยายามที่จะตีกรอบและคุกคามความมั่นคงปลอดภัยของรัสเซียอีกด้วย โดยเฉพาะการขยายจำนวนสมาชิกขององค์การนาโต ด้วยการนำเอาประเทศต่างๆ ที่เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของอดีตสหภาพโซเวียตเข้ามาเป็นสมาชิก จนกระทั่งการพยายามเอายูเครนเข้ามาเป็นสมาชิกนาโตให้ได้ ซึ่งในกรณีนี้ปูตินเห็นว่านอกจากเป็นการละเมิดคำมั่นสัญญาที่จะมิให้มีการขยายจำนวนประเทศสมาชิกองค์การนาโต (หลังการรวมตัวของเยอรมันตะวันตกและตะวันออกแล้ว) ยังถือเป็นการขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ เข้ามาประชิดพรมแดนของรัสเซีย ซึ่งเท่ากับเป็นการคุกคามความมั่นคงปลอดภัยของรัสเซียอย่างเป็นที่สุด อีกทั้งก่อนหน้านั้น ฝ่ายสหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรปตะวันตกยังได้เข้าไปแทรกแซงในกิจการการเมืองภายในของยูเครน โดยเฉพาะการก่อการประท้วงและล้มล้างรัฐบาลยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซียในปี ค.ศ. 2014 และจากบัดนั้นมาจนถึงบัดนี้ รัฐบาลของยูเครนก็ได้ทำตนเป็นสาวกของฝ่ายสหรัฐฯ และเป็นปฏิปักษ์ต่อฝ่ายรัสเซีย
ด้วยความที่ปูตินเห็นว่าชาวรัสเซีย และยูเครนนั้นมาจากรากเหง้าเดียวกัน จึงเป็นพี่น้องกันมิใช่คนอื่นไกล (รัฐรัสเซียรัฐแรกเรียกว่า Rus Kiev ที่บ่งบอกว่าความเป็นตัวตนของรัสเซียนั้นเริ่มต้นที่เมืองเคียฟ ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นเมืองหลวงของยูเครน) ฉะนั้น ปูตินจึงจำเป็นจะต้องแสดงอิทธิฤทธิ์ ว่าตนไม่สามารถรับได้กับการที่ยูเครนจะเข้าไปเป็นสมาชิกองค์การนาโต ไปฝักใฝ่อยู่กับฝ่ายสหรัฐฯ จึงตอบสนองด้วยการรุกรานยูเครนถึง 2 ครั้ง 2 คราดังกล่าว
โลกของปูตินจึงเป็นโลกแห่งความยิ่งใหญ่ และการรักษาสถานภาพของรัสเซียในฐานะรัฐชั้นนำในเวทีโลกที่มิใช่พลังเศรษฐกิจที่สำคัญ หากแต่ยังมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย และมีองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีแสนยานุภาพทางการทหาร โดยเฉพาะอาวุธนิวเคลียร์และขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ
ในภาพรวม ปูตินนั้นต้องการให้รัสเซียมีสุ้มมีเสียงในโลกกว้าง และมีบทบาทในเรื่องความมั่นคงปลอดภัย อีกทั้งประสงค์ที่จะให้ดินแดนอันใหญ่โตไพศาล และเขตแดนที่ยาวมากที่สุดในโลกมีความมั่นคงปลอดภัย ปราศจากการคุกคามใดๆ ทั้งสิ้น และจะไม่ยินยอมให้ประเทศใดมาบ่อนทำลาย หรือกระทำการให้รัสเซียต้องล่มสลาย แตกแยกออกไปเป็นประเทศเล็กประเทศน้อยเฉกเช่นที่เกิดขึ้นกับอดีตสหภาพโซเวียตเป็นอันขาด
และดังเช่นผู้นำประเทศทั่วๆ ไป ที่พยายามเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้กับชนชั้น และประชาชนพลเมืองต่างๆ ด้วยลัทธิชาตินิยม และการเฝ้าย้ำ และเร้าอารมณ์ประชาชนว่า รัสเซียถูกต่างชาติรุมเร้าและคุกคามอย่างไม่ลดละ ทำให้เกิดความชอบธรรมในการตอบโต้ ก่อให้เกิดเป็นความจำเป็นที่รัสเซียจะต้องยืนหยัด และต่อสู้ภายใต้การนำพาของประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน เท่านั้น
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี