วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
สังคมมีกฎระเบียบเพื่อให้สมาชิกของสังคมอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข แม้กฎระเบียบอาจจะถูกคนบางจำพวกกระแนะกระแหนว่าทำให้เกิดอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของตนเองก็ตาม แต่ผู้เขียนก็ยังคงต้องยืนยันเหมือนเดิมว่า หากสังคมไร้กฎ ไร้ระเบียบ สังคมจะเกิดความโกลาหล ยุ่งเหยิง แล้วอาจจะเกิดเหตุมิคสัญญีกลียุคได้ในที่สุด
อย่าลืมว่าคนแต่ละคนมีความต้องการส่วนตัวไม่เหมือนกัน เมื่อคนอยู่รวมๆ กันเป็นสังคม เป็นชุมชนก็ต้องพยายามไม่ทำตามความต้องการของตนเองมากจนเกินไป จนกลายเป็นว่าไปลุกล้ำก้ำเกินสิทธิเสรีภาพของคนอื่นๆ
คนมีสิทธิเสรีภาพในการดำเนินชีวิตก็จริง แต่ก็ต้องไม่ใช้สิทธิเสรีภาพของตนเองมากเกินไป จนกระทบกระเทือนหรือละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น เรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็นมากที่คนซึ่งชอบอ้างสิทธิเสรีภาพตะพึดตะพือต้องสำเหนียกไว้ด้วย เพราะคนบางจำพวกอ้างสิทธิเสรีภาพตลอดเวลา โดยไม่นำพาว่าการกระทำของตนนั้นทำให้คนอื่นเดือดร้อนและเสียหาย
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย ในแต่ละสังคม เพื่อให้สังคมเกิดความปกติสุขให้มากที่สุด และเพื่อป้องปรามมิให้คนที่ชอบอ้างสิทธิเสรีภาพกระทำความเดือดร้อนต่อบุคคลอื่น นั่นคือเหตุที่สังคมต้องมีกฎ มีระเบียบ มีข้อบังคับ และมีกฎหมาย เพื่อให้สมาชิกสังคมถือเป็นแนวปฏิบัติ
ในที่นี้จะไม่ยกทฤษฎีการจัดระเบียบสังคมใดๆ ขึ้นมากล่าวอ้างแต่จะขอกล่าวโดยสรุปว่าสังคมทุกสังคมล้วนมีกฎ มีระเบียบ และมีกฎหมาย ดังนั้น ใครก็ตามที่เป็นสมาชิกของสังคม จึงต้องทำตามกฎระเบียบข้อบังคับ และกฎหมายของสังคมโดยไม่มีข้อยกเว้น
กฎระเบียบต่างๆ ของสังคมทำให้สมาชิกของสังคมเกิดความตระหนักรู้ว่าแต่ละคนต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างไรในการมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน โดยสมาชิกสังคมทุกคนต้องมีส่วนรับผิดชอบการอยู่ร่วมกัน และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม
Broon and Selzinck สรุปว่าสังคมมีรูปแบบการจัดระเบียบ 5 รูปแบบคือ
1 แบบเครือญาติ
2 แบบนายกับบ่าวหรือแบบจงรักภักดี
3 แบบวรรณะหรือสถานภาพ
4 แบบพันธสัญญา
5 แบบองค์กรหรือระบบ
พูดโดยรวบรัดคือแต่ละสังคมมีการจัดระเบียบสังคมทั้งสิ้น แต่ที่เน้นการมากๆ ก็คือ การจัดระเบียบสังคมโดยรูปแบบบรรทัดฐานของสังคม และการกำหนดสถานภาพ
บรรทัดฐานของสังคม แบ่งเป็น ธรรมเนียม กฎศีลธรรมและกฎหมาย ลองไปศึกษาดูว่าแต่ละสังคมมีบรรทัดฐานสังคมอะไรบ้าง เพราะแต่ละสังคมจะมีรูปแบบต่างกัน แต่รับรองว่าทุกสังคมต้องมีบรรทัดฐานสังคมอย่างแน่นอน ไม่เคยมีสังคมใดปราศจากบรรทัดฐาน
คราวนี้กลับมาพูดเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงสำหรับคนบางกลุ่มในสังคมไทย ในเรื่องการแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน กับการตัดผมทรงนักเรียน
เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดมาโดยตลอด โดยเฉพาะกับนักเรียนในวัยเรียน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เราพบเห็นมาโดยตลอดว่านักเรียนวัยรุ่นบางกลุ่มมักแสดงพฤติกรรมต่อต้านกฎระเบียบตลอดเวลา สาเหตุหนึ่งที่วัยรุ่นบางจำพวกชอบต่อต้านกฎระเบียบก็เพราะ ต่อต้านแล้วกลายเป็นคนเด่งดังในกลุ่มเพื่อนๆ หรือหากจะพูดชัดๆ ก็คือสร้างปมเด่นให้กับตนเอง ซึ่งคนจำพวกนี้ส่วนมากมักมีปัญหาส่วนตัว ต้องการความโดดเด่น ต้องการเป็นจุดสนใจ ต้องการเป็นที่สนใจของคนรอบข้าง แล้วที่พบบ่อยๆ คือคนที่มีพฤติกรรมชอบสร้างปมเด่นนั้น มักมีปัญหาส่วนตัว เช่น ขาดความอบอุ่น ขาดความรัก ขาดคนสนใจ ปราศจากความสามารถพิเศษในเชิงบวกและเชิงสร้างสรรค์ ดังนั้นจึงพบเป็นประจำว่าคนพวกนี้มักสร้างเรื่องพิสดารแปลกประหลาด เพื่อให้ตัวเองได้รับความสนใจ
หากพิจารณาจากเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาก็จะพบว่ามีคนบางจำพวกชอบแหกกฎแหกระเบียบของโรงเรียนตลอดเวลา เพราะเห็นว่าการกระทำดังกล่าว
ทำให้ตนเองดูเด่นดังในสายตาของเพื่อนๆ โดยเฉพาะเพื่อนๆ กลุ่มที่มีผลการเรียนเลวทรามต่ำช้า และเป็นพวกชอบสร้างให้ตัวเองกลายเป็นหัวโจกของเพื่อนๆ แต่เราจะไม่พบว่ากลุ่มที่เรียนหนังสือดีมากๆ ประพฤติตนประหลาดๆเหมือนพวกชอบแหกกฎ เพราะคนที่เรียนหนังสือดี หรือเล่นกีฬาดี หรือทำกิจกรรมดี มักจะมีความโดดเด่นเป็นพิเศษอยู่แล้ว จึงไม่ต้องสร้างความเด่นด้วยการทำตัวพิสดารแปลกประหลาด ไม่ต้องแหกกฎแหกระเบียบของโรงเรียน ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพด้วยการแต่งการผิดระเบียบ ไม่ต้องสร้างความเด่นแบบพิสดารให้ตัวเองด้วยการทำให้ผมของตนเองมีสีสันสารพัดสารพัน จนกลายเป็นพวกหัวด่างไปในที่สุด
จากความจริงในสังคมไทยทุกวันนี้ คุณคิดว่าสังคมไทยมีคนรักษากฎระเบียบมากน้อยเพียงใด คุณเคยเห็นคนไทยทุกคนขับขี่จักรยานยนต์แล้วสวมหมวกนิรภัยหรือไม่ เคยเห็นคนขับจักรยานยนต์ย้อนศร ขับบนทางเท้า เคยเห็นพวกไร้ความละอายจอดรถยนต์บนถนนที่รถติดสาหัส แล้วเดินลอยหน้าที่แสนจะไร้ยางอายลงไปซื้อของกินริมถนนหรือไม่ หรือเคยเจอรถยนต์ราคาแพง แต่คนขับไร้ยางอายจอดกีดขวางชาวประชา โดยรอรับลูกเมียผัวหรือโคตรเหง้าที่ลงจากรถไฟฟ้าหรือไม่ หรือเคยพบเจอคนบางจำพวกไร้ยางอายยิ่งกว่าด้วยการทำหลังคาจอดรถยนต์แบบถาวรบนถนนสาธารณะที่อยู่หน้าบ้านของตนเองและผู้อื่นหรือไม่นี่คือตัวอย่างของความไร้ระเบียบในสังคมไทย ซึ่งรับรองว่าคุณต้องเคยประสบพบเจออย่างแน่นอน แต่ก็หวังว่าคุณจะไม่ร่วมทำความน่าอับอายเช่นนี้ไปกับเขาด้วย
เราเห็นชัดเจนใช่ไหมว่าทางเท้าของกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ ถูกคนไร้ยางอายจับจองเป็นที่ทำมาหากินแบบถาวรตลอดชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐอำนวยความสะดวกให้คนทำผิดกฎหมาย ทำผิดกฎหมายได้ง่ายดายยิ่งขึ้น เพราะคนทำผิดกฎหมายบอกว่าจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ของรัฐแล้ว หรือเราคงเห็นรถบรรทุกแล่นในเขตตัวเมืองชั้นในของกรุงเทพฯในช่วงเวลาห้ามรถบรรทุกแล่นเป็นประจำใช่ไหม เราลองไปถามคนขับรถบรรทุกเหล่านั้นดูก็ได้ แล้วจะพบคำตอบว่า จ่ายส่วยให้ตำรวจไปแล้ว
ถามว่าทำไมคนไทยจำนวนไม่น้อยจึงจงใจละเมิดกฎระเบียบของบ้านเมืองตลอดเวลา คนไร้สติจำพวกนี้กล้าละเมิดแม้กระทั่งไฟจราจร ดังนั้น เราจึงพบคนไร้ระเบียบและไร้ยางอายขับรถต่างๆ ฝ่าสัญญาณไฟแดงเป็นประจำ แม้บริเวณนั้นจะมีป้อมยามตำรวจตั้งอยู่ก็ตาม เหตุที่คนกล้าทำผิดกฎระเบียบ และผิดกฎหมายได้เป็นประจำ ก็เพราะว่าเขาเห็นว่ากฎหมายไม่สามารถเอาผิดเขาได้ เมื่อเขาเชื่อเช่นนั้น เขาจึงละเมิดกฎหมายได้โดยไม่สะทกสะท้านใดๆ
กลับไปพูดถึงการทุรนทุรายดิ้นรนไม่สวมชุดนักเรียนให้ถูกกฎระเบียบเมื่อต้องไปโรงเรียนสำหรับคนบางกลุ่ม คนจำพวกนี้อ้างว่าการสวมชุดนักเรียนไม่ได้ทำให้เรียนดีขึ้นกว่าเดิม แต่เป็นการกดขี่ แต่เมื่อไปดูผลการเรียนของคนที่ชอบแหกกฎแหกระเบียบของโรงเรียนแล้ว จะพบว่าส่วนมากผลการเรียนเลวร้ายมาก มากเสียจนไม่สมควรเรียนต่อไป แต่น่าจะไปทำอย่างอื่นแทนการเรียน เพราะแทนที่จะเอาเวลาไปคิดเรื่องการเรียนให้มากขึ้น เพื่อให้เรียนได้ดีขึ้น ก็กลับเอาเวลาไปหาทางแหกกฎดังนั้น ผลการเรียนจึงต่ำทรามมาก การอ้างว่าการสวมชุดนักเรียนไม่ทำให้เรียนดีขึ้นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว แม้แต่งกายผิดระเบียบตลอดเวลา หรือไม่สวมเครื่องแบบไปเรียน ก็ไม่ได้ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างที่กล่าวอ้างแม้แต่น้อย
คนสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยบางแห่งแสดงอาการประมาณว่าดัดจริตเกินงามด้วยการบอกว่าอย่าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องเครื่องแต่งกายนักเรียนเลย เพราะมันไร้สาระ ปล่อยให้เด็กอิสระดีกว่า เพราะเด็กจะได้ปลอดโปร่งแล้วเรียนหนังสือได้ดีขึ้น แต่ผลปรากฏว่า คนที่แต่งตัวผิดระเบียบ แต่งตัวประหลาดมหัศจรรย์ ไร้กาลเทศะ
ไร้ความพอดีพองาม กลับมีผลการเรียนที่ต่ำทรามมาก จนหลายคนเรียนไม่จบ ต้องถูกไล่ออกกลางครัน
มีคำถามทิ้งท้ายว่า การแต่งเครื่องแบบนักเรียนให้ถูกต้องตามกฎแล้วไปโรงเรียนนั้น มันสร้างความอึดอัดคับข้องใจให้กับผู้แต่งกายมากจนหายใจไม่ออก กินไม่ได้ ถ่ายไม่สะดวก หรือทำให้สมองตื้อจนเรียนหนังสือไม่ได้จริงๆ หรือ
การทำตามกฎระเบียบเบื้องต้นไม่ได้ มันคือการบ่งบอกว่าตนเองเป็นคนไร้ระบบไร้ระเบียบ ไร้ความอดทน กับอีแค่แต่งตัวให้ถูกระเบียบของโรงเรียนซึ่งเป็นเรื่องแสนจะง่ายดายยังไม่มีปัญญาทำได้ แล้วจะไปมีปัญญาทำอะไรที่ดีงามกับชีวิตได้ในยามที่ต้องออกไปเผชิญชีวิตจริงในสังคม
หรือหากคิดว่ากฎระเบียบไม่สำคัญไม่จำเป็นต่อความปลอดภัยของสังคม ขอเชิญให้พวกที่ไร้ระเบียบขับรถ หรือเดินฝ่าไฟจราจรที่บริเวณสี่แยก แล้วรอดูผลว่าจะยังมีเวลาหายใจต่อไปอีกสักกี่วัน
ส่วนพวกคนสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยที่ดัดจริตบอกว่าเครื่องแบบไม่สำคัญกับการเรียนนั้น ก็เพราะคนประหลาดเชิงอุบาทว์เหล่านั้นเคยตัวที่ไม่ต้องแต่งเครื่องแบบเวลาเข้าไปทำงานในมหาวิทยาลัยก็เลยดัดจริตบอกว่าเครื่องแบบไม่สำคัญ หากฉันเป็นนักเรียนของคนสอนหนังสือจำพวกประหลาดเหล่านั้น วันหนึ่งฉันจะแต่งกายประหลาดสุดๆ เข้าไปนั่งฟังคนสอนหนังสือจำพวกแสนดัดจริต แล้วจะดูสิว่าคนดัดจริตจำพวกนั้นจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เช่น แต่งชุดกงเต๊กเข้าไปฟังคำบรรยาย แต่งชุดว่ายน้ำ แต่งชุดคนเชิดสิงโต แต่งชุดคนป่าที่เอาใบไม้มานุ่งแทนเสื้อผ้า ฉันอยากจะเห็นว่าคนสอนหนังสือจำพวกแสนดัดจริตจะเกิดอาการอย่างไร แต่ก็ไม่แน่นะ เพราะคนสอนหนังสือจำพวกนี้อาจจะอยากสวมบิกินีแบบ G sting ตัวเดียวเข้าไปสอนหนังสือก็ได้

เท้ง แท็กทีม ช่อ พรรณิการ์ ลุยหาเสียงเชียงราย ชงแก้ฝุ่นพิษเร่งด่วนเป็นระบบ
หนุ่มสั่งหม้อหุงข้าวพันกว่าบาท เปิดกล่องมาถึงกับทรุด ใหญ่เท่าฝ่ามือ หุงได้แค่ข้าวแมวดม
อ.เจษฏ์เดือด! ตอก วิโรจน์ ย้ำชัด รำดาบ ถวายความจงรักภักดี (คลิป)
หล่อเก่งครบเครื่อง ไม้ กวิน ลูกชายพยัคฆ์หน้าหยกทำโซเชียลแตก
ค้างสต็อกเพียบ ชาวเน็ต อึ้ง กองพัสดุขนส่งเจ้าดังค้างเต็มโกดัง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี