วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
อยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน สำหรับรัฐบาลนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ที่เร่งมือในการทำงานหามรุ่งหามค่ำ ตามที่สัญญาไว้กับประชาชนซึ่งจะทำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ขอพยายามให้ทำอย่าให้ประชาชนมองว่าโดนหลอก หลังจากที่นายกฯเศรษฐา ลงพื้นที่หลายจังหวัดในภาคเหนือ สัปดาห์นี้นายกฯเศรษฐาพร้อมด้วย นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ จะเดินทางเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
ถ้าเดาใจนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ได้ก็คงรู้ว่านายกฯเศรษฐา คงไม่ประสงค์จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้มันยุ่งยาก เพราะยังหาคำตอบไม่ได้ว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไรบ้าง แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นผลต่อเนื่องมาจากการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมา เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วก็ต้องจำยอมยึดมั่นใจคำสัญญา แต่จะทำได้หรือไม่ได้ก็ยังไม่มีใครรู้ได้
ประมาณปลายปี 2563 กลุ่มไทยภักดีที่นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ออกแถลงการณ์ เรื่องคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อร่างใหม่โดยตั้ง ส.ส.ร. มีเนื้อหาน่าสนใจหลายประการขอเชิญชวนประชาชน ที่เป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่วมกันปกป้อง คัดค้านการล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ด้วยเหตุผล รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านการลงประชามติเสียงข้างมากของประชาชน 16.8 ล้านเสียง ซึ่งถือว่าเป็นการใช้อำนาจอธิปไตย โดยตรงของประชาชน และถือว่าเป็นอำนาจสูงสุด ที่นักการเมืองต้องเคารพ ถ้ายอมให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะนำไปสู่การต้องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญอีก 10 ฉบับ เท่ากับว่าจะต้องร่างกฎหมายใหม่ทั้งสิ้น11 ฉบับ ทำให้ง่ายแก่การซุกประโยชน์ของนักการเมือง มีพรรคการเมืองบางพรรค อาศัยการล้มล้างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างใหม่ (ที่ทะลุเพดานรัฐธรรมนูญ)
จุดเด่นของรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ การปราบโกงโดยเฉพาะคดีอาญาไม่หมดอายุความ และการพิจารณาคดีลับหลังหากจำเลยหนีซึ่งอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มีคดีทุจริตถูกตัดสิทธิ์สมัครสส.ตลอดชีวิต ซึ่งนักการเมืองไม่ชอบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ สามารถป้องกันสส.มาผลาญงบประมาณแผ่นดิน ปีละสามถึงสี่หมื่นล้านบาท เพราะในอดีตรัฐธรรมนูญไม่เข้มงวด แต่ฉบับนี้ทั้งรัฐมนตรีและสส. ถ้าถูกจับได้มีความผิด ต้องถูกถอดถอน
เจตนารมณ์กว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ ระบุว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มีผู้ไม่นำพาหรือไม่นับถือยำเกรงกฎหมายการปกครองบ้านเมืองทุจริตฉ้อฉลหรือบิดเบือนอำนาจ หรือขาดความตระหนักสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ผล
เหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่พบว่าปัญหาของรัฐธรรมนูญนี้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน กลับกลายว่ารัฐธรรมนูญนี้ ช่วยปกป้องประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ประชาชนยังยากลำบาก ควรจะประหยัดงบประมาณ 15,000 ล้านบาท ในการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า
จึงเห็นว่า ถ้าบรรดาพรรคการเมืองจะซีกรัฐบาล หรือฝ่ายค้านที่จะคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั้น ควรต้องตอบคำถามให้ชัดว่าแก้เพื่อใครและประชาชนได้ประโยชน์อะไรบ้าง ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ก็ควรเสนอหน้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ชูวิทย์ ขยี้จุดอ่อนพรรคประชาชน ซัดเรียงตัวมีตราบาปเรื่อง ม.112
ไอซ์ รักชนก โวยเลือกตั้งล่วงหน้าพิรุธบาน เหน็บกกต.อย่าลืมลงชื่อเป็นผู้ช่วยหาเสียง
อภิสิทธิ์ ลั่นปชป. สมบัติพ่อเฒ่า ปลุกคนคอนไล่คนโกง 90 วันเดินหน้าปราบทุนเทา
สมชัย ตำหนิแรง กกต. Human error ปมจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต
มวลอากาศเย็นระลอกใหม่! ไทยตอนบนอุณหภูมิลดลง ใต้ฟ้าคะนองบางแห่ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี