วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
โครงการแจกเงิน 500,000 ล้านบาท ผ่านดิจิทัล วอลเล็ต ที่พรรคเพื่อไทยคุยโวว่าทำได้ทันทีที่ตั้งรัฐบาล แต่เวลาผ่านมาเกือบปีโครงการมักง่ายเอาแต่ได้โดยไม่มีแผนงานชัดเจนของเพื่อไทยไม่คืบหน้าใดๆ เลย และมีทีท่าจะฝันสลายทำไม่ได้ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ผู้คงจะหมดเวลาในฐานะนายกรัฐมนตรีในไม่ช้าไม่นานนับจากวันนี้
โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้คนไทย 50 ล้านคน ที่เพื่อไทยใช้หาเสียงมักง่ายโดยไม่มีแผนงานชัดเจนว่า หาเงิน หลายแสนล้านมาจากไหน ผิดกฎหมายวินัยการเงินการคลังหรือไม่เป็นเหตุให้โครงการดิจิทัล วอลเล็ต ล่าช้ามาเกือบปี เพราะพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนวิธีการนำเงินงบประมาณมาใช้หลายครั้งหาทางให้อยู่ในกรอบกฎหมาย และท้าทายคำเตือนจากธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและคณะกรรมการป้องกันปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าทุกแนวทางที่ ครม.เพื่อไทย เสนอมา ล้วนแต่เสี่ยงผิดกฎหมายวินัยการเงิน แต่รัฐบาลที่ผู้บารมีนอกรัฐธรรมนูญบงการให้ผันเงินงบประมาณปี 2567-2568 มาใช้แก้ผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน
ครม.พรรคเพื่อไทย เมื่อเดือนเมษายน มีแผนกู้เงินธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์ 1.73 แสนล้านบาทมาสมทบกับงบประมาณปี 2567 ใช้ในโครงการ แต่หลังจากมีเสียงเตือนว่า เสี่ยงต่อผิดกฎหมาย และ ครม.มีสิทธิ ติดคุก ทำให้ ครม.เพื่อไทยเปลี่ยนแผนการใหม่หันมาคว้าเงินงบประมาณปี 2567-2568 ไปใช้แทน ดังที่ ครม.เพื่อไทยแถลงว่า บริหารเงินงบประมาณจากปี 2567 มา 1.65 ล้านบวกกับบริหารงบประมาณปี 2568 อีก 2.85 ล้านบาท รวมเป็นสี่แสนห้าหมื่นล้านบาท ซึ่งพรรคเพื่อไทยตีขลุมว่า ประชาชนมาลงทะเบียนรับเงินประมาณ 45 ล้านคน
และเมื่อพบว่า งบประมาณ 3.48 ล้านบาทปี 2567 ใช้ไปแล้วกว่า 90% รัฐบาลเพื่อไทยมักง่ายโดยการเสนอ พ.ร.บ.เพิ่มงบประมาณปี 2567 เข้าสภาดังที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2567 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาทว่า วันนี้ต้องมาพูดกันเรื่องดิจิทัล วอลเล็ต ทั้งที่ความจริงควรจะจบไปนานแล้ว แต่เพราะว่า รัฐบาลที่เคยสัญญาว่าจะทำทันที วันนี้มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น
และอีกเหตุผลที่ต้องมาพูดกันวันนี้ ก็เพราะวันนี้รัฐบาลเสนอ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2567 เพื่อเติมเข้ามา ซึ่งมีสาระสำคัญแค่เพื่อขอกู้มาแจก 1.12 แสนล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเงิน 4.5 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลจะเอาไปทำดิจิทัล วอลเล็ต ซึ่งรัฐบาลอ้างว่าทำแบบสิงคโปร์ที่เขาก็แจก นายกฯคนใหม่ของสิงคโปร์ เป็นคนแจกเอง แต่ขอทำความเข้าใจว่าที่สิงคโปร์แจก เขาแจกจริง แต่เขาแจกเพราะเขามีเงินหรือพอให้แจก แต่ประเทศไทยเรากู้มาแจก มันคนละเวอร์ชั่นกันเลย
17 กรกฎาคม ร่างพ.ร.บ.เพิ่มเติมงบประมาณก็ผ่านวาระรับหลักการจากสภา ที่ดูเหมือนว่าพรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนโครงการที่สร้างความเสียหายแก่วินัยการเงิน ที่ทำให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานต้องมีภาระหนี้หลายแสนล้านไปหลายสิบปี #แต่หากเข้าใจธรรมชาติการเมืองไทย ก็จะถึงบางอ้อว่า พรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่มั่นใจว่านายเศรษฐาต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนที่จะมีการแจกเงินดิจิทัลเป็นทางการ และเมื่อถึงวันที่ฟอร์มรัฐบาลชุดใหม่โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ก็ล้มเลิกไปโดยปริยาย
ประสบการณ์ติดตามการเมืองไทยมาเชื่อว่า พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน ยกเว้นพรรคเพื่อไทยต่างตระหนักว่า สาเหตุที่เจ้าของพรรคเพื่อไทยกดดันรัฐบาลให้นำนโยบาย “ดิจิทัล วอลเล็ต” มาใช้ เพราะเหตุว่า โครงการดิจิทัล วอลเล็ต เปิดช่องให้ทุจริตคอร์รัปชั่นได้ง่ายกว่าโครงการจำนำข้าวหลายเท่าตัว
การโกงอันดับแรกที่ทำได้ง่ายที่สุดคือแจกเงินเข้าบัญชีผีที่ยากต่อการตรวจสอบ เจ้าของพรรคเพื่อไทยรู้ดีว่า คนไทยที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่จริงในทะเบียนบ้านตามบัตรประชาชนมีหลายล้านคน เห็นได้จากที่มีการเลือกตั้ง สส.ทีไร นักการเมืองต่างก็จ่ายเบี้ยเลี้ยง จ่ายค่าเดินทางให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ออกไปทำงานไปเรียนหรือไปพักอาศัยอยู่นอกเขตเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในบัตรประชาชน ให้คนเหล่านั้นเดินทางกลับมาลงคะแนนเสียงให้ในเขตที่มีทะเบียนบ้าน นักการเมือง/พรรคการเมืองซื้อเสียงโดยการจ่ายเบี้ยเลี้ยงและออกเงินค่าเดินทางให้พวกเขามาลงคะแนน
ในเมื่อการแจกเงินดิจิทัลมีเงื่อนไขให้ใช้จ่ายภายในอำเภอใจตามบัตรประชาชนของผู้รับแจกเงิน และมีเงื่อนไขให้ใช้เงินทิพย์ 10,000 บาท ให้หมดภายในหกเดือน หากผู้รับแจก 10,000 บาท ไปแล้วจ่ายไม่หมดเงินจะตกไปในกระเป๋าใคร ทันตแพทย์สม สุจีรา มีคำตอบให้ประเด็นนี้
เฟซบุ๊ก ทันตแพทย์สม สุจีรา ที่แพร่หลายอยู่ในกรุ๊ปไลน์ตั้งคำถามว่า “#ทำไมต้องแจกเงิน “ดิจิทัล” ขออธิบายเปรียบเทียบให้เห็นชัดดังนี้...เวลาเราไปศูนย์อาหาร ต้องเอาเงินสดไปแลกเป็นบัตรแล้วเติมเงินเข้าไป นั่นแหละ คือรูปแบบหนึ่งของเงินดิจิทัล หลังจากนั้น เงินเราจะอยู่ในกำมือของเจ้าของศูนย์อาหารทันที #ถ้าหมดเวลาใช้ เงินจะกลายเป็นศูนย์ ไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆ.. เช่นเดียวกับการแจกเงินดิจิทัล ภายในหกเดือนถ้าใช้ไม่หมด เงินนั้นก็จะถูกตัดไป แต่เงินกว่า 500,000 ล้านบาท รวมค่าพัฒนาระบบ จะกลายเป็นเงินสดของผู้วางแผน
คนงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ ทั้งแบบหนีไปเองหรือรัฐส่งไป รวมๆ แล้ว 400,000 คน เฉพาะไต้หวัน อิสราเอล เกาหลีใต้ ก็ประมาณ 200,000 คนแล้วได้คนละหมื่นรวมเป็น 4,000 ล้านบาท หายไปในกระเป๋านักการเมืองแน่นอน อยู่ในเรือนจำอีกสามแสนคน บวชเป็นพระและแม่ชี ที่ไม่ต้องการใช้เงินอีกสามแสน คนมีเงินเก็บที่อาจใช้เงินดิจิทัลไม่หมดอีกหลายล้านคน รวมๆ แล้วจะเหลือเงินจากโครงการนี้ไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นล้านบาทจะเข้ากระเป๋าใคร?? ยังไม่รวมค่าออกแบบระบบ อีกกว่าหมื่นล้านบาท คำว่า“ค่าออกแบบ” ทำให้เสาไฟกินรี ที่ขายในอีเบย์ต้นละสามพันกลายเป็นเจ็ดหมื่นได้ ทำให้การรวมเบอร์ 191 เข้ากับ 1669ซึ่งถ้าให้ True ทำระบบไม่น่าเกินร้อยล้าน พุ่งเป็น 7,000 ล้านได้ พวกเขาออกแบบระบบเอง สร้าง backdoor ไว้เพียบ ระบบ Blockchain ซ่อนช่องไว้คอร์รัปชั่นได้ง่ายมาก เรียกว่า ไม่กินกันเฉพาะโครงการแจกเงินหมื่น ในอนาคต ทั้งเงินชราภาพ ที่จะแจก หรือเงินอื่นๆ ได้กินอย่างต่อเนื่องจากช่องทางนี้...หนักกว่าจำนำข้าวอีก..แล้วอย่าหวังว่า จะตรวจสอบได้ พวกเขาจะอ้างว่า เรื่องเงินทองเป็นเรื่องของความมั่นคง ต้องเป็นความลับ “ความมั่นคงของพวกเธอน่ะสิ พวกนักการเมือง ไม่ใช่ความมั่นคงของประเทศชาติ ประชาชน” เฮ้อ....ประเทศไทย”
ทั้งหมดนั้น เป็นบทความบนเฟซบุ๊ก ทันตแพทย์สม สุจีรา ที่แพร่หลายในกรุ๊ปไลน์ เป็นเรื่องที่ท่านโพสต์จริงหรือไม่ ไม่สำคัญเท่าข้อมูลในเฟซบุ๊กที่แสดงให้เห็นว่านโยบายดิจิทัล วอลเล็ต เปิดช่องทางให้ทุจริตคอร์รัปชั่นได้ง่ายกว่าโครงการรับจำนำข้าว เฉพาะตัวเลขคนงานไทยไปทำงานต่างประเทศและผู้ที่บวชเป็นพระเป็นชี ตลอดถึงที่เป็นนักโทษอีกสามแสนคนหากได้รับคนละ 10,000 รวมกันน่าจะเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท เงินจำนวนนี้ทำบัญชีผีได้ง่ายกว่า #ทำสัญญาผีขายข้าวจีทูจีกับจีน การสวมสิทธิ์คนอยู่นอกพื้นที่ในบัตรประชาชนทำได้ง่ายกว่า นำข้าวจากกัมพูชา จากลาว จากพม่า มาสวมสิทธิ์เป็นข้าวไทยแล้วรับเงินไปตันละ 15,000 บาท หากนับรวมค่าสร้างระบบที่เรียก Blockchain เข้าอีก 1.2 ล้านล้านบาทประเทศจะเสียหายกว่าโครงการจำนำข้าวหลายเท่า
โครงการรับจำนำข้าวที่ทักษิณคิด เพื่อไทยทำถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตือนล่วงหน้าว่า จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติจากการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่เจ้าของพรรคเพื่อไทยจองหองดื้อรั้นผลักดันให้รัฐบาลทำโครงการรับจำนำข้าวตามแผนการที่ตัววางไว้จนประเทศไทยเสียหายกว่า 9.4 แสนล้านบาท
โครงการ ดิจิทัล วอลเล็ต ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกฤษฎีกา และ คณะกรรมการป้องกันปราบปรามทุจริตแห่งชาติ ประสานเสียงเตือนว่า เสี่ยงต่อผิดกฎหมายวินัยการเงินการคลัง แต่เจ้าของพรรคเพื่อไทยผู้ทะนงว่าตัวข้าคือศูนย์กลางอำนาจสั่งการให้สมุนบริวารเดินหน้าแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต เพื่อประโยชน์สูงสุดของพรรคเพื่อไทย ประเทศชาติฉิบหายไม่สำคัญเท่าการได้กำไรและได้คะแนนนิยม นี่คือเหตุผลที่ทำนายว่า นโยบายดิจิทัล วอลเล็ต ไม่มีวันปฏิบัติได้ในรัฐบาลนี้
สุทิน วรรณบวร

'ศุภจี' ลั่นสู้ทุกช่องทาง! ปมมาเลย์ระงับกุ้งไทย เร่งงัด 13 มาตรการอุ้มเกษตรกร
ฮอตไม่หยุด! นักท่องเที่ยวทะลัก ปราสาทตาควาย-เนิน 350 วันที่ 2 กว่า 1,500 คน
ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ 7 มิถุนายน 2569
รัฐบาลย้ำชัด เดินหน้า UNCLOS เพื่อเขตแดนทางทะเลเท่านั้น ไม่ใช่การเจรจาพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน
ส่อโดนแฉทุจริต!‘ซัลลิแวน’ประธานค้อนลาออกจากตำแหน่ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี