Logo วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อใคร

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เมื่อกลุ่มคนมารวมอยู่กันเป็นจำนวนมากขึ้นก็จะเกิดเป็นชาติ และการที่คนในชาติจะอยู่ร่วมกันได้โดยสงบนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกฎ ระเบียบ กติกาต่างๆ ซึ่งก็จะได้รับการพัฒนาตามบริบทของสภาพสังคม ตลอดจนธรรมเนียมประเพณี และศาสนา ซึ่งแต่ละชาติไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีรูปแบบของกฎหมายที่เหมือนกัน จึงเป็นที่มาของระบอบ เช่น ระบอบคอมมิวนิสต์ ระบอบสังคมนิยม ระบอบประชาธิปไตย เป็นต้น

ชาติไทยของเรานั้น เริ่มมีการนำกฎหมายมาใช้ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พระเจ้าอู่ทอง โดยเป็นรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลจากคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ที่มาจากประเทศอินเดียโดยผ่านมาทางมอญซึ่งเป็นกลุ่มชนที่มีความสัมพันธ์กับชนชาติไทยมานานแล้ว


กฎหมายไทยได้มีพัฒนาการมาตามลำดับในหลายรัชสมัยของพระมหากษัตริย์ที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา อาทิ ในสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่มีช้างเผือกไว้ประดับบารมี พระองค์ได้ปฏิรูประบบราชการเป็นอย่างมาก มีการปรับกฎระเบียบต่างๆ และยังทรงมีความสามารถในด้านการรบ จึงได้รับการเทิดทูนให้เป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่ง

กฎหมายของชาติไทยซึ่งถือว่าเป็นแม่บทกฎหมายที่สำคัญมากเกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ชำระกฎหมายเก่าที่มีมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล โดยได้ดำเนินการรวบรวมขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๔๗ เป็นกฎหมาย ๓ ฉบับ ฉบับแรกมีตราราชสีห์ประทับไว้ ฉบับที่ ๒ มีตราคชสีห์ประทับไว้ และฉบับที่ ๓ มีตราบัวแก้วประทับไว้ จึงเรียกกฎหมายนี้ว่ากฎหมายตราสามดวง และให้อารักษ์หลายท่านเขียนแยกเป็นฉบับหลวงและฉบับรองทรง โดยฉบับหลวง ๑ ชุด จะเป็นสมุดไทย ๔๑ เล่ม เมื่อรวม ๓ ชุดจึงเป็น ๑๒๓ เล่ม ความแตกต่างระหว่างฉบับหลวงและฉบับรองทรงคือฉบับรองทรงจะไม่มีตราประทับ เป็นที่น่าเสียดายว่าสมุดไทยเหล่านี้บางส่วนได้สูญหายไป คงเหลือเก็บไว้อยู่บ้างที่กระทรวงยุติธรรม หอสมุดแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์อัยการไทย

ความสำคัญของกฎหมายตราสามดวงมีอยู่หลายประการคือ เป็นกฎหมายของนักกฎหมายและการใช้เหตุผลของนักกฎหมายปรุงแต่ง เป็นกฎหมายที่มีลักษณะธรรมชาติ ไม่ละเว้นผู้ใดแม้แต่พระมหากษัตริย์ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย พระมหากษัตริย์และศาลมีส่วนสำคัญในการบัญญัติกฎหมายนี้ และไม่สามารถจะแก้ไขได้ ยกเว้นเมื่อเห็นว่ามีบางเรื่องที่ไม่เหมาะสมก็จะใช้การชำระสะสาง ไม่ใช้การแก้ไขหรือยกร่างขึ้นใหม่ เป็นกฎหมายที่ปรุงแต่งตามจารีตประเพณี และเป็นกฎหมายที่ใช้ในการชี้ขาดตัดสินคดี ไม่ใช่เขียนในลักษณะตำรากฎหมาย

กฎหมายตราสามดวงนี้ถูกใช้เป็นกฎหมายหลักของประเทศมาจนถึงแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช เป็นการใช้อยู่ยาวนานถึง ๑๐๓ ปี จึงมีการปฏิรูประบบกฎหมายและการศาลตามแบบประเทศมหาอำนาจยุโรป และได้เลิกใช้กฎหมายตราสามดวง

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระองค์ ได้มอบให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระราชโอรสที่สำเร็จวิชากฎหมายเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ทรงเป็นประธานคณะกรรมการจัดทำกฎหมายขึ้น จนประกาศใช้ในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๕๑ เรียกว่ากฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.๑๒๗  ถือเป็นประมวลกฎหมายฉบับแรกของไทยซึ่งเป็นกฎหมายอาญาที่ทันสมัยมาก เพราะได้นำหลักกฎหมายอันเป็นที่นิยมอยู่ในประเทศต่างๆมาดัดแปลงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของสังคมไทย

กฎหมายลักษณะอาญาฉบับนี้ ถูกใช้บังคับมาจนถึงพ.ศ.๒๔๘๖ จึงมีการปรับปรุงใหม่ เรียกว่ากฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ.๒๔๘๖ และใช้ต่อเนื่องมาจนถึงพ.ศ.๒๔๙๙ จึงได้มีการปรับปรุงอีกครั้งหนึ่งเป็นประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันซึ่งเริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๐

หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ก็เริ่มมีการจัดทำกฎหมายหลักของประเทศที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นกฎหมายสูงสุดกว่ากฎหมายอื่นๆ ทั้งปวงเพื่อใช้ในการบริหารประเทศตั้งแต่นั้นมา

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว แต่ก็กลับปรากฏว่ามีการแก่งแย่งชิงอำนาจกันอยู่เสมอมา ทั้งจากนักการเมืองกันเองและจากการปฏิวัติรัฐประหาร ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็มักจะมีการแก้ไขหรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามสิ่งที่รัฐบาลหรือผู้ปกครองในยุคนั้นๆ จะเห็นชอบ

นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับแรกที่เรียกว่าพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.๒๕๗๕ มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นการใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐ นั้น ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญรวมทั้งสิ้น ๒๐ ฉบับ และมีการแก้ไขในระหว่างการใช้ฉบับต่างๆ นั้นรวมทั้งสิ้น ๒๓ ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๔ ที่ได้กำหนดให้ “ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรหลักที่ทำหน้าที่ตีความรัฐธรรมนูญและวินิจฉัยข้อขัดแย้งข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ”

หันมาดูการเมืองไทยในปัจจุบันนี้ พรรคที่ได้เข้ามาบริหารประเทศคือพรรคเพื่อไทย นอกจากจะใช้นโยบายประชานิยมเป็นหลักแล้ว สิ่งหนึ่งที่พรรคนี้พูดมาตลอดคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนพรรคหลักของฝ่ายค้านซึ่งถูกยุบพรรคเป็นครั้งที่ ๒ แล้วเข้ามาสิงอยู่ในพรรคใหม่ ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรืออย่างน้อยก็ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน

พรรคหลักฝ่ายค้านที่มีคำว่า “ประชาชน “เป็นชื่อพรรคนั้น จะพูดเสมอว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ใช่เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน ทั้งที่ความจริงแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านการทำประชาพิจารณ์ เป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่ แต่เพราะได้ตั้งเป้าที่จะลดบทบาทของพระมหากษัตริย์และสถาบันกษัตริย์ โดยนำเอาเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมาเป็นคำพูดกรอกหูให้คนส่วนหนึ่งเกิดความเชื่อว่าทุกคนที่เกิดมาต้องเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในโลกใบนี้ และได้กระทำสิ่งต่างๆ จนเป็นที่มาของการถูกยุบพรรคครั้งหลังสุด

ส่วนพรรคเพื่อไทยซึ่งก็รู้กันดีว่าเป็นพรรคเพื่อใครนั้น ไม่ว่าผู้ก่อตั้ง เทือกเถาเหล่ากอและพลพรรคหลายคนเป็นผู้ที่มีชนักติดหลัง อันเป็นผลส่วนหนึ่งมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ถูกออกแบบไว้อย่างชัดเจนที่จะไม่ให้คนชั่ว คนไม่ดี หรือมีประวัติเสื่อมเสีย ไม่ว่าจะในเรื่องของความไม่ซื่อสัตย์ คดโกง ทุจริตคอร์รัปชั่นต่อแผ่นดินรวมทั้งจริยธรรมที่เสื่อมเสียได้เข้ามาบริหารบ้านเมือง โดยมีบทลงโทษที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน รุนแรง ที่จะป้องกันไม่ให้คนเหล่านั้นได้เข้ามาบริหารบ้านเมืองอีก หากมีการกระทำผิด

เป็นที่ทราบกันว่าขณะนี้พรรคประชาชนได้ยื่นร่างแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญไปเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่ปรากฏเนื้อหาสาระชัดเจนต่อสาธารณะ แต่ก็ค่อนข้างจะเชื่อได้ว่ายังยึดโยงอยู่กับเรื่องที่ได้กระทำมาโดยตลอด โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การแก้กฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ อันเป็นกฎหมายที่คุ้มครองสถาบันกษัตริย์ แต่ก็เชื่อว่าเมื่อถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ก็จะไม่ผ่านการพิจารณา เพราะกระแสสังคมโดยประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับในเรื่องนี้อย่างแน่นอน

ส่วนพรรคเพื่อไทยที่เพิ่งยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว ก็ปรากฏชัดเจนแล้วว่าจะขอแก้ใน ๒ เรื่องสำคัญ เรื่องแรกเป็นเรื่องของจริยธรรม ของนักการเมือง ซึ่งเคยส่งผลให้นายกฯคนก่อนต้องพ้นสภาพไป และยังอาจจะกระทบสมาชิกพรรคนี้อีกหลายคนที่มีปัญหาด้านจริยธรรมอยู่ ส่วนอีกประเด็นหนึ่งจะยึดโยงไปถึงเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตของนักการเมือง ที่หากกระทำผิดจะถูกลงโทษโดยศาลรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติที่กำหนดไว้ซึ่งรุนแรงพอสมควร ก็เช่นกันว่ายังอาจจะก่อปัญหากับอดีตนายกผู้ก่อตั้งพรรคนี้ และที่สืบเชื้อสายต่อกันมารวมทั้งพลพรรคทั้งหลายด้วย

ขณะนี้ประชาชนคนใดที่ประพฤติปฏิบัติอยู่ภายใต้กฎหมาย ก็ไม่ต้องวิตกกังวลแต่ประการใด เพราะจะไม่มีใครเดือดร้อนจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จึงมีคำถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นให้เร็วๆ นี้ โดยใช้เสียงข้างมากลากไปของนักการเมืองทั้งหลาย เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน หรือเป็นการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของใครกันแน่

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:48 น. ทภ.2 แจงปมทหารเขมรรัวปืน 11 นัด แนวชายแดนโอร์เสม็ด คาดฝีมือทหารขาดวินัย
21:47 น. 'มิลลิ' ออกโรงขอโทษ ปมกดไลก์ 'มายด์-พาย' ยันไม่สนับสนุนความรุนแรง
21:43 น. รัสเซีย รู้ทัน ทรัมป์ แฉยับวางแผนคุมตลาดพลังงานโลก จ้องฮุบเส้นทางขนส่งทั้งหมด
21:39 น. อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย
21:14 น. ใครว่า Gen Z ไม่อึด? ดู 2 หนุ่มปราจีนฯ ลุยงานหนักยันเช้า อาสาช่วยวาดกำแพงพ่อหลวงด้วยใจ
ดูทั้งหมด
1 เจ้าฟ้า 1 สามัญชน ผู้ต้องดั้นด้นสู่ ‘รัสเซีย’
อ่านแล้วจุก! แอ๊ด คาราบาว ฝากข้อความถึง แม่หมู-นาย ณภัทร
พาย เคลื่อนไหวแล้ว! หลัง ทราย สก๊อต เปิดเรื่องอดีตทำชาวเน็ตสงสัยหนัก
นายกฯ พร้อมภริยา ร่วมงานงานเลี้ยงอาหารค่ำ ผู้นำอาเซียน ณ เมืองเซบู ฟิลิปปินส์
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 10-16 พฤษภาคม พ.ศ.2569
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 14 พฤษภาคม 2569
บัญชีทรัพย์สินกับความโปร่งใสของภาครัฐ : กลไกสำคัญของการตรวจสอบอำนาจในสังคมประชาธิปไตย
เลิกจำศีล?
อนาคตอ่าวไทย หลัง MOU 2544
บุคคลแนวหน้า : 13 พฤษภาคม 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

'มิลลิ' ออกโรงขอโทษ ปมกดไลก์ 'มายด์-พาย' ยันไม่สนับสนุนความรุนแรง

รัสเซีย รู้ทัน ทรัมป์ แฉยับวางแผนคุมตลาดพลังงานโลก จ้องฮุบเส้นทางขนส่งทั้งหมด

ของพระก็ไม่เว้น โจรใจบาปบุกวัดดังย่านปทุมฯ ขโมยถังแก๊ส

จีนไล่บี้ปากีสถาน! ขยับบทบาทคนกลางเร่งไกล่เกลี่ยสหรัฐ - อิหร่าน หวังปลดล็อกฮอร์มุซ

ครบรอบ 48 ปี ปตท. ชวนร่วมส่งประกวดผลงานศิลปะดิจิทัล ‘PTT Digital Arts 2026’ ภายใต้หัวข้อ ‘ส่งพลัง สร้างอนาคต’ ชิง 16 รางวัล เงินรางวัลรวมกว่า 270,000 บาท พร้อมโอกาสในการต่อยอดผลงาน สู่การออกแบบสินค้าชุมชน

เปิดจดหมายแค้น หญิงจมน้ำดับที่บ้านฉาง ทิ้งปมถึงบุคคลปริศนา xูไม่ขออโหสิกรรมให้xึง

  • Breaking News
  • ทภ.2 แจงปมทหารเขมรรัวปืน 11 นัด แนวชายแดนโอร์เสม็ด คาดฝีมือทหารขาดวินัย ทภ.2 แจงปมทหารเขมรรัวปืน 11 นัด แนวชายแดนโอร์เสม็ด คาดฝีมือทหารขาดวินัย
  • \'มิลลิ\' ออกโรงขอโทษ ปมกดไลก์ \'มายด์-พาย\' ยันไม่สนับสนุนความรุนแรง 'มิลลิ' ออกโรงขอโทษ ปมกดไลก์ 'มายด์-พาย' ยันไม่สนับสนุนความรุนแรง
  • รัสเซีย รู้ทัน ทรัมป์ แฉยับวางแผนคุมตลาดพลังงานโลก จ้องฮุบเส้นทางขนส่งทั้งหมด รัสเซีย รู้ทัน ทรัมป์ แฉยับวางแผนคุมตลาดพลังงานโลก จ้องฮุบเส้นทางขนส่งทั้งหมด
  • อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย
  • ใครว่า Gen Z ไม่อึด? ดู 2 หนุ่มปราจีนฯ ลุยงานหนักยันเช้า อาสาช่วยวาดกำแพงพ่อหลวงด้วยใจ ใครว่า Gen Z ไม่อึด? ดู 2 หนุ่มปราจีนฯ ลุยงานหนักยันเช้า อาสาช่วยวาดกำแพงพ่อหลวงด้วยใจ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

กู้เงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เป็นเรื่องจำเป็น

กู้เงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เป็นเรื่องจำเป็น

11 พ.ค. 2569

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

4 พ.ค. 2569

ภาษี VAT ถึงเวลาต้องปรับเพิ่มหรือยัง

ภาษี VAT ถึงเวลาต้องปรับเพิ่มหรือยัง

27 เม.ย. 2569

รัฐต้องวางแผนพึ่งพาทรัพยากรชาติให้มากที่สุด

รัฐต้องวางแผนพึ่งพาทรัพยากรชาติให้มากที่สุด

20 เม.ย. 2569

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

13 เม.ย. 2569

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

6 เม.ย. 2569

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

30 มี.ค. 2569

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

23 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved