วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2024 จบแล้วภาพรวมผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร..คงทราบกันดีอยู่แต่ก็ยังมีประเด็นเก็บตกน่าสนใจที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟังสักสองสามเรื่อง......
เรื่องแรก คือ การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาของพรรครีพับลิกัน เพราะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 8 ครั้งที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 1992 ถึง 2020 ไม่ว่าแคนดิเดตจากพรรคไหนจะชนะคะแนน electoral vote ได้เป็นประธานาธิบดี แต่พรรคเดโมแครตจะชนะคะแนน popular vote ถึง 7 ใน 8 ครั้ง (ยกเว้นการเลือกตั้งปี 2004) ขนาดการเลือกตั้งปี 2016 ที่ทรัมป์ชนะคะแนน electoral vote ( 306 ต่อ 232 คะแนน) ได้เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก แต่คะแนน popular vote ก็ยังแพ้นางฮิลลารี คลินตัน เกือบ 3 ล้านคะแนนแต่การเลือกตั้ง 2024 ทรัมป์ชนะทั้งคะแนน popular voteและ electoral vote อย่างเอกฉันท์
กล่าวได้ว่า....การแพ้ popular vote แต่ชนะ electoral vote ดังเช่น กรณีของ ทรัมป์ กับ ฮิลลารี หรือ บุช กับ กอร์ ในการเลือกตั้งปี 2000 ทำให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ยังไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงหรือในระดับที่เข้มข้น เคยมีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐประเด็นนี้มานาน แต่ก็ยังไม่สำเร็จสักที เพราะกระบวนการนั้นค่อนข้างยาก โดยทำได้สองวิธี คือ (1) ต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 ของรัฐสภาสหรัฐ (U.S. Congress) คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เป็นผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง หรือ (2) สภาคองเกรสด้วยความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติของแต่ละมลรัฐ จำนวน 2 ใน 3 ของจำนวนมลรัฐทั้งหมด (34 จาก 50 มลรัฐ) เรียกการประชุมระดับชาติ (national convention) เพื่อพิจารณายกร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตรง
ดังที่เกริ่นไว้ว่า...การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นเพียงแค่ชัยชนะของทรัมป์เท่านั้น แต่ยังเป็นชัยชนะของพรรครีพับลิกันด้วย ที่ชนะการเลือกตั้งสภาสูงทำให้มีจำนวนเสียงวุฒิสภามากกว่าของพรรคเดโมแครต และมีแนวโน้มที่จะชนะการเลือกตั้งสภาล่างอีกด้วย ขณะนี้ (7 พ.ย.) การนับคะแนนการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่เสร็จสิ้น แต่พรรครีพับลิกันนำอยู่ 208 ต่อ 191 เสียง ถ้าพรรคไหนมี 218 เสียงขึ้นไปก็จะได้ครองเสียงข้างมากในสภาล่าง
ถ้าเป็นเช่นนั้น หมายความว่า พรรครีพับลิกันจะได้คุมอำนาจการเมืองการปกครองของสหรัฐทั้ง3 ฝ่าย คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการอีกด้วย ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่าในส่วนของอำนาจตุลาการนั้น ปัจจุบัน ผู้พิพากษาศาลสูงสุด 6 ใน 9 คน เป็นผู้ที่ถูกแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีที่มาจากพรรครีพับลิกัน โดยตัวทรัมป์เองเมื่อตอนเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ก็มีโอกาสได้แต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุดถึง 3 คน และนับจากนี้ไปอีก 4 ปีถ้าผู้พิพากษาฝ่ายเสรีนิยม 3 คน เกิดเสียชีวิตหรือลาออก ก็จะทำให้ทรัมป์ได้แต่งตั้งผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษ์นิยมเข้าไปแทน
นอกจากนั้น ประธานาธิบดียังมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ในระดับรัฐบาลกลาง (Federal System) ด้วยการเสนอชื่อผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการยุติธรรม และต้องผ่านความเห็นชอบโดยวุฒิสภา ซึ่งการที่พรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภาเช่นนี้ ก็คงไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่ประการใด
รัฐธรรมนูญสหรัฐยังกำหนดให้ผู้พิพากษาศาลของรัฐบาลกลาง มีระยะเวลาดำรงตำแหน่งตลอดชีวิต (life tenure) การดำรงตำแหน่งของผู้พิพากษาในระดับรัฐบาลกลางจะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อตาย ลาออก เกษียณอายุโดยสมัครใจ หรือโดนถอดถอนเนื่องจากไปทำตัวชั่วร้าย มีเรื่องอื้อฉาวโผล่ขึ้นมา และที่ผ่านมา
ผู้พิพากษาระดับรัฐบาลกลาง ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพหรือไปขึ้นบัลลังก์พิพากษาไม่ไหวจริงๆ แต่ละคนก็ต่างอยู่ในตำแหน่งนี้ไปจนสิ้นลมหายใจกันทั้งนั้น
อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งผู้พิพากษาในระดับมลรัฐนั้น (State System) ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปก้าวก่าย ซึ่งทั้ง 50 รัฐก็มีวิธีอันได้มาซึ่งตัวผู้พิพากษาทั้งในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลสูงที่ไม่เหมือนกัน ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งก็ต่างกันไปตามกฎหมายของแต่ละรัฐ
จากเรื่องที่หนึ่ง..การครอบครองเสียงข้างมากในอำนาจทั้ง 3 สถาบันของพรรครีพับลิกัน ก็นำมาสู่.....
เรื่องที่สอง คือ ปัจจุบัน...ทรัมป์มีคดีอาญาติดตัวอยู่ 4 คดี ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา รวมๆแล้วกว่า 90 ข้อหา คือ
1.คดีเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภา สหรัฐ เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2564 คดีนี้ทรัมป์โดน 4 กระทง ด้วยข้อหาพยายามจะล้มล้างผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อสี่ปีก่อนที่ตัวเขาแพ้ ด้วยการปลุกระดมกลุ่มผู้สนับสนุนที่ชุมนุมประท้วงให้บุกเข้าไปในรัฐสภาอันนำไปสู่เหตุการณ์จลาจลภายอาคาร
2.คดีพยายามครอบครองเอกสารลับของทางราชการไว้ในที่พักของตนเอง คดีนี้โดนไปอีก 40 ข้อหา
3.คดีพยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในรัฐจอร์เจีย ในการเลือกตั้งครั้งก่อนที่ทรัมป์แพ้คดีนี้โดนไป 13 ข้อหา
4.คดีปลอมแปลงเอกสารบันทึกทางธุรกิจโดยมีเจตนาฉ้อฉลเพื่อปกปิดอาชญากรรมอื่นฯ อีก34 ข้อหา
สองคดีหลังเป็นระดับมลรัฐ โดยคดีสุดท้ายนี้ทรัมป์ได้ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในคดีอาญาเรียบร้อยไปแล้ว 34 กระทง คือ คดีปลอมแปลงเอกสารบันทึกทางธุรกิจโดยมีเจตนาฉ้อฉลเพื่อปกปิดอาชญากรรมอื่น จากกรณีการจ่ายเงินปิดปากนักแสดงภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ เพื่อปกปิดความสัมพันธ์ในอดีต แต่จนบัดนี้ ศาลยังไม่กำหนดโทษ และพึ่งประกาศการกำหนดโทษทรัมป์คดีดังกล่าวในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้หลังจากที่เคยเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่งในกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะที่ทีมทนายของทรัมป์ก็เตรียมทำเรื่องขอเลื่อนการประกาศการกำหนดโทษทรัมป์ออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ส่วนสองคดีแรกเป็นคดีระดับรัฐบาลกลาง ซึ่งถ้าพบว่ามีความผิดจริง ทรัมป์ก็อาจจะถูกดำเนินการถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ (Impeachment) แต่ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น การครอบครองเสียงข้างมากในรัฐสภา คงทำให้ทรัมป์ไม่อินังขังขอบอะไรกับกระบวนการนี้ เพราะรู้ว่าอย่างไรเสีย บรรดานักการเมืองฝ่ายรีพับลิกันก็คงไม่มีใครลงคะแนนถอดถอนตัวเขา โดยตอนเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ทรัมป์ก็เคยโดนถอดถอนมาถึง 2 ครั้ง แต่ก็ผ่านการลงมติมาได้แบบสบายๆ
ในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐมีประธานาธิบดีเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ที่เคยถูกดำเนินกระบวนการถอดถอนออกจากตำแหน่ง คือ แอนดรูว์ แจ็กสัน กับ บิล คลินตัน คนละครั้ง และทรัมป์ โดนถึง 2 ครั้งซึ่งในอนาคตข้างหน้าก็อาจจะโดนอีกครั้งหรือมากกว่าก็ได้ เพราะคดีเก่าก็ยังไม่จบและอาจตามมาด้วยคดีใหม่อีกด้วยพฤติกรรมที่มักจะทำอะไรที่ปราศจากหิริโอตตัปปะ
ปลายเดือนกรกฎาคม 2020 ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่แล้ว 106 วัน ในตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 กำลังเริ่มทวีความรุนแรงในสหรัฐ...
บ็อบ วู้ดเวิร์ด สื่อมวลชนอาวุโส จากหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ได้สัมภาษณ์ถามทรัมป์ว่า...มีแผนการอย่างไรบ้าง ที่จะรับมือกับการระบาดของโควิค-19 ที่ทำให้คนอเมริกันเสียชีวิตมากขึ้นๆ ทุกวัน.....
ทรัมป์ ตอบว่า....เขามีแผนการเตรียมไว้แล้วสำหรับ 106 วัน นับจากวันนี้....
คำตอบดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า ในห้วงเวลาที่กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน เช่นนี้ ทรัมป์ยังมัวแต่คิดถึงเรื่องเตรียมตัวเรื่องการเลือกตั้งของตัวเอง มากกว่าการรับมือโรคร้ายที่กำลังคร่าชีวิตคนอเมริกันที่กำลังเพิ่มขึ้นอยู่ทุกวัน
ครับ....ตระกูลนี้จะยังคงมีอิทธิพลต่อการเมืองสหรัฐไปอีกนาน และในอนาคตประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐอาจจะชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์หรือ อิแวนกา ทรัมป์ ลูกสาวสุดที่รักของเขาก็เป็นไปได้

ชัชชาติ ชี้แจงด่วน! ยันยังไม่ส่งหนังสือลาออก แค่เตรียมเอกสารไว้ คาดส่ง 18-19 พ.ค.นี้
ครั้งแรกในไทย Hyamax ดึง ปอย ตรีชฎา สะท้อนความงามระดับ World Class
ทำความรู้จัก โจว ฉวินเฟย สตรีที่นั่งกลางระหว่างอีลอน มัสก์ - ทิม คุก มหาเศรษฐีจีนที่สร้างตัวจากศูนย์
รัฐสภา 611เสียง! ไฟเขียวยืนยัน 34 ร่างกฎหมาย ด้าน อภิสิทธิ์ สอนมวย รัฐบาล ทิ้งท้าย
‘จาตุรนต์’ แนะ ‘รัฐบาล’ แสดงความจริงใจหนุนแก้ รธน. ลดครหาเงื่อนไขแค่จัดตั้งรัฐบาล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี