วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสได้ลงพื้นที่ในหลายจังหวัดและพูดคุยกับเยาวชน พบว่าหลายคนมองคอร์รัปชันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในสังคมไทย พฤติกรรมการทุจริตถูกมองว่าเป็นเรื่อง “ปกติ” และ “แก้ไขได้ยาก” ไม่ว่าจะเป็นการให้สินบน การฮั้วประมูล การซื้อสิทธิขายเสียง การเล่นพรรคเล่นพวก หรือการใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ และหากผู้กระทำผิดเป็นผู้มีอำนาจ ฐานะร่ำรวย หรือมีเส้นสาย มักรอดจากบทลงโทษทางกฎหมาย
งานวิจัยและรายงานศึกษาหลายชิ้นสะท้อนมุมมองที่คล้ายกัน โดยจากรายงานของ มูลนิธิเพื่อคนไทย (2014) พบว่า เยาวชนจำนวนมากมีพฤติกรรมทุจริตและมองว่าไม่ใช่เรื่องผิดร้ายแรง จากเหตุการณ์สมมุติ เยาวชน 25% ยินดีจ่ายสินบนเพื่อสอบใบขับขี่ให้ผ่าน, 18% เคยให้เงินตำรวจเพื่อเลี่ยงใบสั่ง, 81% เคยลอกข้อสอบเพื่อน และ 63% เคยลงชื่อเข้าเรียนแทนผู้อื่น โดยกว่า 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าพฤติกรรมเหล่านี้“ไม่ผิดมาก” หรือ “ไม่ผิดเลย”
นอกจากนี้ รายงาน YouthIntegrity Survey (2014) ขององค์กร Transparency International ซึ่งสำรวจเยาวชนและคนหนุ่มสาวอายุ 15-30 ปี ในฟิจิ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และศรีลังกา พบว่า โดยเฉลี่ย 72% ของเยาวชนยอมรับว่าตนเองอาจทำพฤติกรรมทุจริต หากได้รับประโยชน์ส่วนตัว เช่น ให้ญาติหรือคนรู้จักช่วยหางานหรือช่วยให้เข้าศึกษา และมีเยาวชนระหว่าง 14%-52% ที่เชื่อว่าการโกหก โกง ทำผิดกฎหมาย หรือทุจริต อาจช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้
แม้งานวิจัยข้างต้นจะเป็นงานวิจัยตั้งแต่ปี 2014 แต่ก็ได้ชี้ให้เห็นแนวคิดหรือทัศนคติที่ยังคงเห็นได้ในปัจจุบัน หากเยาวชนเติบโตขึ้นไปพร้อมทัศนคติที่ว่า การโกงเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เมื่อพวกเขาเข้าสู่ตำแหน่งหน้าที่การงาน ก็มีโอกาสที่จะสืบทอดพฤติกรรมทุจริตต่อไป ส่งผลให้การทุจริตคอร์รัปชันฝังรากลึกในสถาบันต่างๆ มากขึ้น จนยากที่จะแก้ไข อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ เราก็สามารถเห็นการต่อต้าน หรือ Social Movement ที่เกิดขึ้นจากเยาวชนได้เช่นกันเช่น การติดแฮชแท็กในเอ็กซ์หรือทวิตเตอร์ #โรงเรียนดังย่านฝั่งธน #savebcc ที่สะท้อนถึงการแสดงออกของกลุ่มเยาวชนที่ต้องการให้สังคมทราบถึงสิ่งที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ดังนั้น การทำความเข้าใจทัศนคติที่หลากหลายของเยาวชนต่อปัญหาคอร์รัปชันจึงมีความสำคัญในการช่วยสะท้อนให้เห็นทั้งความเสี่ยงของการสืบทอดพฤติกรรมทุจริต และโอกาสในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก หากสังคมสามารถสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงออกทางความคิด ควบคู่กับการปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์และการมีส่วนร่วม ก็ย่อมเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศการต่อต้านคอร์รัปชันให้ยั่งยืน
เพื่อรักษาให้เสียงเหล่านี้ยังคงอยู่ งานวิจัยชี้ว่า การปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้แก่เยาวชนเป็นอีกกระบวนการที่ได้รับการศึกษาว่ามีประสิทธิภาพและยั่งยืน (นภสร ณ ป้อมเพชร และ ขวัญใจ จริยาทัศน์กร, 2568) โดยการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้การต่อต้านคอร์รัปชัน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างองค์ความรู้ และมีเครื่องมือหรือนวัตกรรมเข้ามาช่วยสนับสนุนการตรวจสอบจะช่วยส่งเสริมกลไกการต่อต้านคอร์รัปชันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (ธานี ชัยวัฒน์ และคณะ, 2563)
ดังนั้น เพื่อสร้างระบบนิเวศการต่อต้านการคอร์รัปชันที่มีประสิทธิภาพ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานจากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน หรือองค์กรไม่แสวงผลกำไร ได้ร่วมกันผลักดันและปลูกฝังค่านิยมการต่อต้านการทุจริตในกลุ่มเยาวชน ผ่านแนวทางการเสริมสร้างองค์ความรู้ และการเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยอาศัยพลังจากการศึกษาและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจ เช่น
Open Parliament Workshop 2025 (เยาวชนและข้อมูลเปิดรัฐสภา) โครงการที่ต่อยอดมาจากภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการเปิดเผยข้อมูลบนเว็บไซต์รัฐสภาไทย ภายใต้โครงการร้อยพลังสร้างเสริมธรรมาภิบาลรัฐสภา โดยโครงการนี้เน้นไปที่การเดินสายจัดกิจกรรมลงพื้นที่ร่วมกับเยาวชนจากทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจากภูมิภาคต่างๆ ได้แสดงความคิดเห็นและมีบทบาทต่อการพัฒนาธรรมาภิบาลในรัฐสภา ผ่านการเรียนรู้เรื่องรัฐสภาแบบเปิด (Open Parliament) และให้ผู้เข้าร่วมได้สวมบทบาทเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อออกแบบนโยบาย ตลอดจนการสำรวจและเสนอแนวทางปรับปรุงเว็บไซต์รัฐสภาไทยให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น
ในเวทีนานาชาติ เยาวชนก็ได้รับการผลักดันให้เข้ามามีบทบาทสำคัญเช่นเดียวกัน โดยมีการเปิดพื้นที่ให้แสดงออกทางความคิด สนับสนุนการรวมกลุ่มเครือข่ายเยาวชน และขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคม เช่น
“The YouthLED” ที่เกิดจากการริเริ่มของ UNODC ที่เชิญชวนเยาวชนผู้มีศักยภาพจำนวน 41 คน ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเยาวชน ความยั่งยืน ความซื่อสัตย์ และการต่อต้านการทุจริต มาร่วมเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาด้าน Integrityภายใต้โครงการ Global Resource for Anti-Corruption Education and Youth Empowerment (GRACE) โดยเยาวชนกลุ่มนี้ หรือที่เรียกว่า “The YouthLED” มีบทบาทสำคัญทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และนโยบาย รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมระดับภูมิภาค และการประชุมใหญ่ระดับนานาชาติ เช่น Conference of the States Parties (COSP)
สิ่งสำคัญที่ได้จากโครงการเหล่านี้คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเยาวชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันประสบการณ์ และแนวคิดหรือ Solution ใหม่ๆ ซึ่งในอนาคตอาจจะกลายเป็นแนวทางที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ ในท้ายที่สุดแล้ว การต่อสู้กับคอร์รัปชันไม่ใช่เพียงเรื่องของกฎหมายหรือสถาบัน แต่คือการสร้าง “วัฒนธรรมความซื่อสัตย์” ในสังคม ซึ่งเยาวชนคือพลังสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อน หากเราเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ตั้งคำถาม และมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เสียงของพวกเขาจะไม่เพียงเป็นเสียงสะท้อน แต่จะกลายเป็นแรงผลักดันที่ช่วยให้สังคมไทยก้าวไปสู่ความโปร่งใสและเป็นธรรมาภิบาลมากยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ โครงการที่ผู้เขียนได้หยิบยกมาเล่าในข้างต้นเป็นเพียงหนึ่งในหลายร้อยโครงการที่มีการดำเนินกิจกรรมอยู่ และยังมีโครงการอีกมากมายที่รอท่านผู้อ่านมาร่วมเดินทางไปด้วยกัน เพราะการต่อต้านคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่แค่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจของพวกเราทุกคน จึงอยากขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมติดตามและสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก HAND Social Enterprise และ KRAC Corruption
อ้างอิง
Bangkok Biz News. (2014, December 9). เยาวชนรับได้“ทุจริต-สินบน”. Bangkok Biz News. https://www.bangkokbiznews.com/politics/616219? tm_source=chatgpt.com
Transparency International. (2014). Youth IntegritySurvey. Transparency International.
Yang, D. (2025). The YouthLED Experience: UNODC GRACE Initiative and MYE in Anti-Corruption [Presentation slides].
ดังนภสร ณ ป้อมเพชร, & ขวัญใจ จริยาทัศน์กร. (ม.ป.ป.). การศึกษาการรับรู้ของเยาวชนต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน : กรณีศึกษา นักศึกษามหาวิทยาลัยสวนดุสิต. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.
ธานี ชัยวัฒน์, และคณะ. (2563). โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน (ระยะที่ 2) [รายงานการวิจัย]. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.).
ธรีญา อึ้งตระกูล

แตกตื่นทั้งเมือง! อุกกาบาตระเบิดเหนือสหรัฐฯ พลังเทียบเท่าระเบิดTNT300 ตัน
ปชน.ร่วมบางกอกไพรด์ 2026 ย้ำสมรสเท่าเทียมใกล้ครบ 500 วัน รัฐบาลต้องเร่งแก้ กม.ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อไทย ร่วมขบวน Bangkok Pride 2026 ดันไทยชิงเจ้าภาพ World Pride 2030
ทร.โต้ข่าวลือฟริเกตใหม่สะดุด ยันเดินหน้าตามแผน ชี้ เป็นกำลังรบหลักของชาติอีกกว่า 40 ปี
ไอจีหวานฉ่ำ! ก้อย ปล่อยภาพคู่ ทิม โผล่คอมเมนต์คลั่งรักเต็มสิบ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี