วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569
กรณีเกาหลีเร่งปราบปรามไซเบอร์สแกมในกัมพูชา และสหรัฐอายัดเงินคริปโตเคอเรนซี่ของนายเฉิน จื้อ เจ้าพ่อไซเบอร์สแกมในกัมพูชา มูลค่า 4.9 ล้านล้านบาท และตัดชื่อนายเฉิน จื้อ ออกจากระบบการเงิน และสหรัฐจะส่งเจ้าหน้าที่มาประสานงานกับรัฐบาลไทยการปราบปรามไซเบอร์สแกมในกัมพูชา โดยทางสหรัฐจะมอบรายชื่อคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับไซเบอร์สแกมให้
พฤติกรรมของเกาหลีใต้กับสหรัฐจึงเหมือนนิทาน “หมาหางด้วนชวนให้เพื่อนตัดหาง” การที่สหรัฐแลกเปลี่ยนข้อมูลกับไทยเรื่องผู้ที่เกี่ยวข้องกับไซเบอร์สแกมในกัมพูชานั้น ทั้งประเทศไทยและสหรัฐมีหน่วยงานข่าวกรองดีอยู่แล้วว่าคนของตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องไซเบอร์สแกมในประเทศกัมพูชามากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะสหรัฐที่มีทั้ง ซีเอเอแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล และ ยูเอ็นเอชซีอาร์ ป้อนข้อมูลให้ สหรัฐต้องรู้อยู่แก่ใจว่า มีคนอเมริกันพัวพันในแก๊งไซเบอร์สแกมมากกว่าคนไทย มิฉะนั้นสแกมเมอร์ในกัมพูชาจะหลอกคนอเมริกันปีละเป็นหมื่นล้านดอลลาร์ได้อย่างไร
สำเนียงพูดและสำนวนภาษา อเมริกันแตกต่างกับภาษาอังกฤษ ที่ใช้ทั่วไปในทั่วโลกมาก แม้แต่เด็กประถมก็ฟังออกว่าเป็นสำเนียงพูดอเมริกันหรือไม่ หากไม่เป็นอเมริกันจริงยากที่จะหลอกคนอเมริกันได้ ดังนั้นการที่สหรัฐจะมาแลกข้อมูลกับรัฐบาลไทย คือการประจานว่าอเมริกันรู้นะว่านักการเมืองไทยเกี่ยวข้องไซเบอร์สแกมกี่คน แล้วกดดันให้รัฐบาลไทยปราบปรามไซเบอร์สแกมในกัมพูชาโดยที่สหรัฐนั่งดูบนภูเขาฟัดกัน
เกาหลีใต้ก็เช่นกันพยายามปล่อยข่าวว่า นักการเมืองไทยพัวพันกับไซเบอร์สแกมในกัมพูชา 7 คน โดยไม่สำเหนียกว่า คนของตัวเองเข้าไปอยู่องค์กรไซเบอร์สแกมมากน้อยแค่ไหน กรณีรัฐมนตรีช่วยเกาหลีใต้นำเครื่องบินไปรับคนเกาหลี 64 รายกลับไปดำเนินคดีที่บ้านนั้นเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย แค่ปลาซิวปลาสร้อย ยังมีเกาหลีอีก 84 คน ที่ไม่ยอมกลับบ้านยอมติดคุกในกองตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา ดีกว่าถูกดำเนินคดีที่บ้านเพราะรู้ว่าไม่นานพอเรื่องเงียบกัมพูชาก็ปล่อยให้ออกมาอาละวาดเหมือนเดิม
นี่ก็แสดงว่าเกาหลีใต้มีส่วนร่วมกับแก๊งไซเบอร์สแกมในกัมพูชามากกว่าคนไทย ข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ ที่เปิดเผย โดยสส.ปาร์ก ชานแด พรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ระบุว่ามีชาวเกาหลีใต้จำนวนมากที่เดินทางไปกัมพูชาแล้วไม่กลับประเทศ
โดยตัวเลข “ผู้เดินทางออกแต่ไม่กลับเข้า” เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปี 2021: 113 คน ปี 2022 : 3,209 คน ปี 2023 : 2,662 คน ปี 2024 : 3,248 คน ปี 2025 (ถึงสิงหาคม): 864 คน เป็นไปได้หรือไม่ว่าชาวเกาหลีใต้ที่ไม่ยอมกลับบ้าน บางส่วนอาจถูกหลอกหรือลักพาตัวไปทำงานในไซเบอร์สแกมและบางส่วนตั้งใจหรือไม่ก็เป็นไซเบอร์สแกมเสียเองจึงไม่ยอมกลับบ้าน
เกาหลีใต้ได้รับความร่วมมือจากกัมพูชาเนื่องจากมีความสัมพันธ์ล้ำลึกกับจำเลยคดีคอร์รัปชั่น ที่อดีตประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล กับสตรีหมายเลข 1 ติดคุกอยู่ด้วยกันปัจจุบันนี้วันนี้ขอข้ามเรื่องอดีตประธานาธิบดีติดคุกไปก่อน และเน้นไปที่อดีตสตรีหมายเลข 1. คิม คอน-ฮี ที่ติดคุกจากหลายคดี และอัยการกำลังสอบสอนข้อสงสัยคดีคอร์รัปชั่นเงินช่วยเหลือมหาศาลในกัมพูชา
สื่อเกาหลีใต้หลายสำนักรวมทั้ง “มันนีย์ ทูเดย์” รายงานว่าทีมอัยการพิเศษ นำโดย มิน จุงกี กำลังสืบสวนข้อกล่าวหาคดีคิม คอน-ฮี โดยเน้นไปที่การชักชวนขายส่วนบุคคลเกี่ยวข้องกับโครงการ ODA ของกัมพูชาและจะติดตามอย่างใกล้ชิดว่าเงินลงทุนสาธารณะในกัมพูชาถูกเรียกคืนเป็นกำไรของบริษัทเกาหลีหรือไม่ (คนไทยเรียกเงินทอน)
อัยการชี้ว่า กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการอย่างรวดเร็ว หลังจากการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีและกัมพูชาเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในปี 2567 ตามแผนที่องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเกาหลี(Koica) ในเดือนมีนาคม รัฐบาลเกาหลีให้ความร่วมมือเป็น จำนวนมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศได้รับ Delegation of Authority (DOA) จากเกาหลี หมายถึง เอกสารมอบอำนาจ ซึ่งกำหนดแนวทางการตัดสินใจในองค์กร
ดังนั้นท่านที่โจมตีประเทศไทย ล่าช้าไม่ทันสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ ได้โปรดพิจารณาว่า เกาหลีอดีตปธน.และสตรีหมายเลข 1 อาจมีส่วนคอร์รัปชั่น และมีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกัมพูชา ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นรัฐสนับสนุนอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาหรือไม่? ทำไมจึงได้รับความร่วมมือรวดเร็วอย่างมีนัย
วันที่ 22 ตุลาคม 2568 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์สแกมเมอร์ทุกรูปแบบ ได้นำแนวทางที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายมาดำเนินการ โดยที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ยกระดับการทำงานของ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ หรือ International
Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center ให้ทำงานร่วมกับกัมพูชา
เมื่อถามถึงการปฏิบัติงานของตำรวจไทยที่ดูเหมือนจะมีความแตกต่างกับทางการเกาหลีใต้ ที่ใช้เวลาไม่กี่วัน สามารถนำพลเมืองของตนกลับประเทศได้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ปฏิบัติ ตำรวจไทยได้ทำมาก่อนแล้ว
“ยืนยันว่าตำรวจไทยเดินหน้าปฏิบัติการดังกล่าวมาก่อนทางตำรวจเกาหลีใต้ และทำอย่างจริงจัง เนื่องจากมีหมายจับที่ชัดเจนระบุรายชื่อบุคคลที่กระทำความผิดไว้ แต่ความร่วมมือที่เราได้รับจากทางการกัมพูชาแตกต่างจากเกาหลีใต้ เรื่องนี้อยู่ที่ทางกัมพูชาที่จะตัดสินใจให้ความร่วมมือกลับมีการเลื่อนนัดหมายโดยตลอด จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 1 เดือน และขอให้เจ้าหน้าที่ไทยกลับประเทศก่อนจะมีการนัดหมายใหม่ ส่งผลให้ในครั้งนั้นตำรวจไทยต้องกลับบ้านมือเปล่า
การที่เกาหลีใต้และสหรัฐออกมาตีปี๊บ ประโคมข่าวเพื่อกดดันให้ไทยออกหน้าทั้งๆ ที่รู้ว่าคนอเมริกันกับชาวเกาหลีมีส่วนเกี่ยวพันกับไซเบอร์สแกมในกัมพูชามากกว่าคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งแก๊ง 14 k. ขบวนการมาเฟียใหญ่อันดับสองโลกที่มีสมาชิกกว่า 24,000 คน ถูกเปิดเผยออกมาจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐตั้งแต่ปี 2010
สังคมไทยเพิ่งได้ยินแก๊ง 14 k. ปี 2020 เมื่อจีนแผ่นดินใหญ่ปราบปรามแก๊ง 14 k.ครั้งใหญ่หนีกระเจิดกระเจิงไปไต้หวัน เกาหลีใต้และกลุ่มใหญ่หนีไปปักหลักในกัมพูชาโดยเฉพาะจังหวัดสีหนุวิลล์ จึงพิสูจน์ได้ว่า สหรัฐ เกาหลีใต้ไต้หวัน ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตและมียุทธศาสตร์ความมั่นคงร่วมกันมากกว่าประเทศไทย จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ประเทศเหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกับไซเบอร์สแกมในกัมพูชามากกว่าประเทศไทย
Facebook ของ ดาริน กานต์ ถึงโพสต์ว่า...ที่โรมออกมาปูดว่ามีนักการเมือง 7 คนเอี่ยวสแกมเมอร์ปูดมาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 2568 โน่น ตอนนั้นนายอนุทินยังไม่ได้เป็นนายกฯ เมื่อปูดแบบนี้แสดงว่า คนพูดคงมีเอกสารหลักฐานแน่นหนาแล้วสิ ถึงได้เอาความเป็น ปธ.กมธ.มาเล่นแบบนี้
แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงเวลานี้ผ่านมา 3 เดือนแล้ว เอกสารหลักฐานอยู่ไหน ทำไมไม่เอาไปยื่นดำเนินคดีกับ7 คนที่อ้าง มาพูดแบบนี้โดยปราศจากหลักฐาน คนเค้าจะเสียหายมั้ย เพราะทุกคนอยากรู้ ทุกคนอยากเห็นว่ามีใครผิดยังไง.. แต่คนปูดเองกลับหุบปากที่จะเอาหลักฐานมาแสดง...แน่จริง เอาหลักฐานมาให้สื่อเห็นเลยดิ จะได้รู้ว่าผิดจริงมั้ย อย่าเล่นแบบที่เคยทำดีกว่า
ปูดเอาเชิง แต่ไร้หลักฐาน..เหมือนกรณีอดีต สว.อุปกิตปาจรียางกูร ที่โรมอภิปรายโดยนำหลักฐานเท็จมาอภิปรายในสภา สุดท้ายศาลยกฟ้อง... แต่กว่าจะพิสูจน์ได้ ชื่อเสียงเค้าก็เสียหายไปแล้ว จากลมปากของนาย..นี่ก้อเช่นกัน คุณวรภัคอาจเป็นเช่นนั้นด้วยก็ได้.....!!
โดยส่วนตัวคิดว่า สส.รังสิมันต์ โรม ซึ่งสืบเชื้อสายจากอเมริกัน อาจได้ข้อมูลจากวอชิงตันก็ได้ ถึงอภิปรายแบบไม่เกรงใจกฎหมาย เพราะหากมีอันเป็นไปก็หนีไปสหรัฐได้ เหมือนแกนนำคนรุ่นใหม่ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลเช่นนายเพนกวิน
สุทิน วรรณบวร

อนุทิน หารือ เอกนิติ สถานการณ์ราคาน้ำมัน-ช่วยประชาชน ในสงครามตะวันออกกลาง
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ทหารชั้นนายพล จำนวน 256 ราย
ปลอดประสพ เตือนวิกฤตเกษตรไทย ล้งจีนรุกฆาต นอมินีไทยตัวดี
อิหร่านระส่ำระสาย กลาโหมสหรัฐฯ ตอกย้ำ โมจตาบา คาเมเนอี บาดเจ็บหนักอาจถึงขั้นเสียโฉม
เด้ง รอง ผกก.ป. สภ.ลานกระบือ เข้ากรุ เซ่นขวางฝ่ายปกครอง บุกจับโอเกะค้ากามเด็ก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี