Logo วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
จากอั้งยี่ มาสู่แก๊งสแกมเมอร์

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ราชอาณาจักรไทย ตั้งอยู่บนดินแดนที่เรียกว่าสุวรรณภูมิหรือแผ่นดินทอง จึงเป็นแผ่นดินที่ชาวต่างชาติทั้งหลายอยากจะได้มาพักพิง ทำมาค้าขาย หรือกระทั่งอพยพจากแดนดินของตัวเองมาปักหลักอยู่อาศัยทำมาหากิน สร้างชีวิตใหม่ขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่มีมาตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบันนี้

ชาติหนึ่งที่มาทำการค้าขายกับอาณาจักรที่เคยถูกเรียกว่าอาณาจักรสยาม ที่เริ่มจากกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีนั้นคือชาติจีน และก็เป็นชาติที่มีคนเข้ามาทำมาค้าขายอย่างต่อเนื่องยาวนานผ่านจากอาณาจักรสุโขทัยมาสู่อาณาจักรอยุธยาจนกระทั่งถึงอาณาจักรรัตนโกสินทร์


หลายคนอาจจะงงกับข่าวที่บอกว่า ปีนี้เป็นปีที่ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีสัมพันธไมตรีครบ ๕๐ ปี ซึ่งดูเป็นเวลาที่สั้นเหลือเกิน ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนในช่วงเวลาระยะเวลาหนึ่งนั้นมีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ที่รัฐบาลไทยไม่ยอมรับ จนกระทั่งต่อมาได้เห็นว่าประเทศแต่ละประเทศก็ย่อมมีอิสระที่จะเลือกระบอบการปกครองของตัวเอง ให้เหมาะสมกับลักษณะและบริบทของแต่ละประเทศ จึงเกิดการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๘

ในปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ของอาณาจักรรัตนโกสินทร์ ต่อเนื่องจนถึงรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นช่วงเวลาที่ราชวงศ์ชิงของจีนเริ่มเสื่อมและสูญเสียอำนาจ เกิดความวุ่นวายในประเทศ พร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจนเกิดความแห้งแล้งไปทั่ว ทำให้ชาวจีนจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะชาวไร่ชาวนาตกอยู่ในภาวะยากจน ข้าวยากหมากแพง จึงอพยพหลบหนีจากแผ่นดินเกิดของตัวเองมายังประเทศไทยซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ โดยใช้เรือสำเภาอพยพมาทางทะเล ยอมเสี่ยงตายจากพายุคลื่นลมที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง จนขึ้นฝั่งไทยในหลายบริเวณทางด้านชายทะเลฝั่งตะวันออกไปจนถึงทางใต้

ชาวจีนที่อพยพมานั้น มีทั้งกลุ่มที่ต้องการแสวงหาอนาคตที่ดีกว่าโดยสุจริต ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มที่เป็นมิจฉาชีพ ที่มาจากสมาคมลับที่ก่อตั้งในจีนเพื่อต่อต้านราชวงศ์ชิงแอบซ่อนปะปนมาด้วยจำนวนหนึ่ง และเมื่อมาถึงไทยก็มีการรวมตัวของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้สร้างอิทธิพลประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย ปล้นฆ่ารีดไถ มีการค้าฝิ่นตั้งบ่อนการพนัน ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ เรียกค่าคุ้มครอง จนสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว มีการตั้งสมาคมลับเกิดขึ้น ซึ่งถูกขนานนามว่า “อั้งยี่” ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๔๙๓ ได้บัญญัติคำนี้ไว้ว่า หมายถึง การรวมตัวหรือการสมาคมใดที่ทำการไม่ต้องตามกฎหมาย

อั้งยี่ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียว แต่มีหลายกลุ่มกระจัดกระจายกันอยู่ ในหลายพื้นที่ โดยแต่ละกลุ่มนั้นจะมีรูปแบบการปกครอง แบ่งลำดับชั้นของหัวหน้า โดยหัวหน้าใหญ่สุดจะถูกเรียกว่าตั้วเหี่ย รองลงมาคือยี่เหี่ย และซาเหี่ยตามลำดับ ส่วนสมุนนั้นจะถูกเรียกว่าเฉาเอย

การพยายามสร้างอิทธิพลของอั้งยี่นั้นมีมากขึ้นตามลำดับ จนต้องเริ่มมีการปราบปราม โดยกลุ่มแรกที่ถูกปราบปรามนั้นมาจากเรื่องของการค้าขายฝิ่น ที่ตำบลแสมดำ บริเวณปากน้ำบางปะกง จังหวัดสมุทรปราการ ในปี พ.ศ. ๒๓๘๗ มีผู้เสียชีวิตไปส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังมีกลุ่มที่กำเริบเสิบสานถึงขนาดที่จะก่อการกบฏ ซึ่งครั้งแรกเกิดขึ้นที่เมืองฉะเชิงเทราในปี พ.ศ.๒๓๙๑ และอีกครั้งหนึ่งที่ภูเก็ตในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๑๙ ซึ่งรุนแรงมาก มีผู้คนเสียชีวิตและวัดวาอารามถูกเผาทำลาย ถึงขนาดที่สมเด็จพระนั่งเกล้าต้องส่งทหารไปปราบปราม เกิดเป็น
สงครามย่อยๆ ซึ่งเรียกว่าการปราบกบฏอั้งยี่

อั้งยี่ในไทยสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖เมื่อได้มีการออกกฎหมายห้ามสมาคมลับ และได้มีการปราบปรามอย่างเด็ดขาดในช่วงปี พ.ศ.๒๔๕๓ ถึง ๒๔๖๕

ชาติไทยของเรายังเป็นที่สำหรับผู้หนีร้อนมาพึ่งเย็นของชาติเพื่อนบ้าน ซึ่งในที่สุดกลับกลายเป็นผู้ทรยศซึ่งก็คือเขมร โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขมร เกิดสงครามเขมรแดง ที่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมรในปี พ.ศ.๒๕๑๘ ทำให้ผู้คนชาวเขมรเสียชีวิตไปประมาณ ๒ ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนถึง ๑ ใน ๔ ของชาวเขมรในขณะนั้น

ในช่วงนั้น มีชาวเขมรประมาณ ๔ แสนคน อพยพหลบหนีจากการถูกฆ่าล้างโคตรเข้ามาอาศัยอยู่บริเวณตะเข็บชายแดนไทย เช่น ชายแดนจังหวัดตราดรวมทั้งบริเวณบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นปัญหากันอยู่ในปัจจุบันนี้ โดยสมเด็จพระพันปีหลวงทรงมีพระราชดำริด้วยพระเมตตาให้จัดตั้งศูนย์พักพิงรองรับผู้อพยพเหล่านั้น แต่หลังเหตุการณ์สงบชาวเขมรเหล่านั้นส่วนหนึ่งก็ไม่ยอมอพยพกลับไป กลับยึดครองแผ่นดินไทยที่มาอาศัยอยู่ และอ้างว่าเป็นแผ่นดินของตัวเองโดยไร้ยางอายและไม่สำนึกในบุญคุณที่ชาติไทยได้มีให้เลย

จากการที่อดีตนายกรัฐมนตรีของเขมรซึ่งเป็นอดีตเขมรแดง รวมทั้งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ไม่สามารถจะพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศได้ เพราะไม่สามารถจะสร้างผลผลิตต่างๆ อันจะนำรายได้เข้าสู่ประเทศ รวมทั้งมุ่งหาประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก จึงทำให้เกิดการคบคิดกับกระบวนการของชาวจีนที่ทำมาหากินแบบผิดกฎหมาย แต่มีความรู้ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการคดโกง จนในที่สุดเกิดเป็นแก๊งของกลุ่มผู้หลอกลวงที่เรียกว่าแก๊งสแกมเมอร์ กระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่บริเวณชายแดนเขมรที่เชื่อมต่อถึงประเทศไทย อาทิ ปอยเปต โดยจะแทรกตัวอยู่ในบ่อนขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นบังหน้า ใช้เป็นสถานที่ในการทำการหลอกลวง ฟอกเงิน และเป็นสถานที่ปฏิบัติการของแก๊งต่างๆ เหล่านี้

แก๊งเหล่านี้จะล่อลวงผู้คนจากประเทศอื่นไปทำงานด้วย โดยหลอกว่าหากไปทำงานกับแก๊งเหล่านี้จะได้ค่าตอบแทนจำนวนมหาศาล ซึ่งจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่โดยความจริงแล้วเป็นการทำงานที่ผิดกฎหมาย และจะถูกกดดัน ทำร้ายจนอาจจะเสียชีวิต หากไม่สามารถสร้างรายได้ตามเป้าให้กับแก๊งได้

แก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ ซึ่งเดิมเริ่มต้นเป็นชาวจีนนั้น จึงถูกเรียกว่าเป็นจีนเทา ซึ่งต่อมาก็มีการขยายกระบวนการไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านและอื่นๆ เกิดเป็นพวกเขมรเทา ไทยเทาและน่าจะมีเทาอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ เนื่องจากมีการหลอกลวงเอาเงินจากผู้ตกเป็นเหยื่อก่อนที่จะนำไปฟอกให้เป็นเงินบริสุทธิ์ ไปทั่วทั้งโลก

รัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งถูกกล่าวหาว่ารัฐมนตรีในคณะบางคนอาจจะเชื่อมโยงและมีผลประโยชน์กับแก๊งสแกมเมอร์ต่างๆ เป็นการกล่าวหาโดยการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ส่วนบุคคลจากคนหนึ่งไปสู่คนอื่นที่อาจจะเกี่ยวพันกับแก๊งเหล่านั้นแต่ก็ไม่สามารถจะระบุตัวโดยมีหลักฐานเพียงพอที่จะนำไปสู่การดำเนินการตามกฎหมายได้

การประกาศของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ ให้การจัดการโดยเด็ดขาดในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศไทยเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนต่างๆ ที่จะต้องเชื่อมโยงในการปฏิบัติงานร่วมกันทั้งหมด ๑๕ หน่วยงานนั้น จึงเป็นเรื่องที่ดีมาก เป็นการยืนยันถึงความโปร่งใสของรัฐบาลชุดนี้ในการเข้ามาบริหารประเทศ ตลอดจนเป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับประชาคมโลกซึ่งทุกประเทศให้ความสำคัญและเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ที่กระจายอยู่ทั่วไปในหลายประเทศแล้วขณะนี้

หลายประเทศทั่วโลกได้เริ่มยึดทรัพย์ของแก๊งสแกมเมอร์ เช่น สหรัฐอเมริกาได้ยึดทรัพย์แล้วจำนวน ๑๕,๐๐๐ ล้านเหรียญ หรือประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อังกฤษยึดทรัพย์ไปแล้วมากกว่า ๔ พันล้านบาท ส่วนในประเทศไทย มีเงินสีเทาซึ่งรัฐบาลไทยจับตามองอยู่เป็นจำนวนประมาณ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งน่าจะต้องดำเนินการยึดทรัพย์เมื่อพบหลักฐานชัดเจน ส่วนในสิงคโปร์นั้นได้มีการเพิ่ม บทบัญญัติการลงโทษพวกแก๊งสแกมเมอร์ นอกจากจะเป็นคดีอาญาซึ่งต้องจำคุกแล้วยังจะมีการถูกเฆี่ยนด้วยหวายขนาดครึ่งนิ้วเป็นจำนวนมากได้ถึง ๒๔ ครั้ง เพื่อให้เข็ดหลาบและเป็นการประจานด้วยทั้งนี้ประเทศสิงคโปร์นั้นมีการยึดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์ไปแล้วมากกว่า ๓,๗๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้มีผู้สูญเสียเงินจากแก๊งสแกมเมอร์ไปแล้วคิดเป็นเงินไทยมากกว่า ๙๒,๐๐๐ ล้านบาท

เมื่อเป็นวาระแห่งชาติแล้ว ก็หวังว่ารัฐบาลจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ลูบหน้าปะจมูก และดำเนินการให้เห็นผลอย่างชัดเจนในระยะเวลาที่เหลือของการทำหน้าที่รัฐบาล ซึ่งเหลือระยะเวลาอีกเพียงแค่ ๒ เดือนเศษเท่านั้น ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายมาก แต่หากทำเช่นนั้นได้จริง ก็จะชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งต่อไปในใกล้ช่วงกลางปีหน้า ซึ่งจะสร้างโอกาสในการกลับมานั่งเก้าอี้เป็นรัฐบาลได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
19:19 น. ถ้าเพื่อน 'ป่วยทิพย์' คุณจะทำยังไง? คำถามวัดใจที่ทำคนชวดงานมาแล้ว!
18:31 น. สอบปากคำ คนขับรถ นายก อบจ.นนทบุรี เผยฉลอง เคาะกระจกยิงทันที ยันเคลียร์หนี้ 11 ล้านไปแล้ว
18:09 น. ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร
17:57 น. พี่ชาย ฮลุน โซโล่ อัปเดตคดีเสียชีวิตที่จอร์เจีย ได้รับมรณบัตรแล้วแต่ยังไม่ระบุสาเหตุ วอนขอความเป็นธรรม
17:56 น. จับตาบิ๊กต่าย ชง ก.ตร. เคาะโผนายพลตำรวจ คืนความเป็นธรรม พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ
ดูทั้งหมด
ส่งใจเชียร์ เนเน่ บนเวที AGT วันนี้! พร้อมเตรียมสัมผัสโชว์ระดับโลก Murmuration Level 2
ไม่ใช่แค่เพลงฮิต! เอ็ดดี้ เจาะลึก ทำไม 'เนเน่' ถึงเลือกเพลงยากระดับ Hysteria
ชื่นชม เนเน่ รอยัล เจ๋งจริง บนเวที America's Got Talent เอ็ดดี้ ชี้ฝีมือระดับมืออาชีพ สมฉายาร็อกสตาร์ตัวจริง
เจ๊ปองเปิดเบื้องลึก! 'ฉลอง' ยิงนายก อบจ. ย้ำชัด ปมสังหารไม่ใช่แค่หนี้ 11 ล้าน
ขับรถเหยียบน้ำใส่คนอื่น ผิดกฎหมายไหม? กระทรวงยุติธรรมมีคำตอบ
ดูทั้งหมด
อาเซียนแทรกแซงพม่า แบบตาบอดคลำช้าง ความสัมพันธ์ยิ่งห่างเหิน
‘เมื่อสาแหรกขาดสะบั้น’
‘ปัญหายิว’คือวาระแห่งชาติ
‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง
ศรีสะเกษโมเดล
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ถ้าเพื่อน 'ป่วยทิพย์' คุณจะทำยังไง? คำถามวัดใจที่ทำคนชวดงานมาแล้ว!

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

จับตา 4 นายกฯ ร่วมเฟรม สวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ เปิดรายชื่อ บิ๊กเนม มาครบ

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • ถ้าเพื่อน \'ป่วยทิพย์\' คุณจะทำยังไง? คำถามวัดใจที่ทำคนชวดงานมาแล้ว! ถ้าเพื่อน 'ป่วยทิพย์' คุณจะทำยังไง? คำถามวัดใจที่ทำคนชวดงานมาแล้ว!
  • สอบปากคำ คนขับรถ นายก อบจ.นนทบุรี เผยฉลอง เคาะกระจกยิงทันที ยันเคลียร์หนี้ 11 ล้านไปแล้ว สอบปากคำ คนขับรถ นายก อบจ.นนทบุรี เผยฉลอง เคาะกระจกยิงทันที ยันเคลียร์หนี้ 11 ล้านไปแล้ว
  • ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ \'ตรงเวลา\' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร
  • พี่ชาย ฮลุน โซโล่ อัปเดตคดีเสียชีวิตที่จอร์เจีย ได้รับมรณบัตรแล้วแต่ยังไม่ระบุสาเหตุ วอนขอความเป็นธรรม พี่ชาย ฮลุน โซโล่ อัปเดตคดีเสียชีวิตที่จอร์เจีย ได้รับมรณบัตรแล้วแต่ยังไม่ระบุสาเหตุ วอนขอความเป็นธรรม
  • จับตาบิ๊กต่าย ชง ก.ตร. เคาะโผนายพลตำรวจ คืนความเป็นธรรม พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ จับตาบิ๊กต่าย ชง ก.ตร. เคาะโผนายพลตำรวจ คืนความเป็นธรรม พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปืน กฎหมายต้องถูกบังคับใช้

ปืน กฎหมายต้องถูกบังคับใช้

10 ส.ค. 2569

ชาติอยู่รอด เพราะรักและสามัคคี

ชาติอยู่รอด เพราะรักและสามัคคี

3 ส.ค. 2569

ปราบทุจริต ต้องจริงจังและจริงใจ

ปราบทุจริต ต้องจริงจังและจริงใจ

27 ก.ค. 2569

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

20 ก.ค. 2569

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

13 ก.ค. 2569

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

6 ก.ค. 2569

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

29 มิ.ย. 2569

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

22 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved