“ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” คำร้องท่อนนี้จาก “เพลงชาติไทย” ที่ประพันธ์โดย พ.อ.หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) และเริ่มร้องกันมาตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2482 นั้น ณ สถานการณ์ในวันนี้ก็ยังต้องยกมาปลุกใจด้วยความตระหนักรู้ ว่าอริราชศัตรูอย่างเขมรที่เปรียบเหมือนอสรพิษนั้น ไว้วางใจไม่ได้จริงๆ
“ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์” ที่จะนำไปสู่สันติภาพอย่างยั่งยืนระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” ที่ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย กับ “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อวันที่26 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ และ “อันวาร์ อิบราฮิม” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เป็นสักขีพยานนั้น เพิ่งจะผ่านมาได้ 15 วัน ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
เนื่องจากเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ เมื่อเช้าวันที่10 พฤศจิกายนเมื่อวานนี้ ชุดลาดตระเวนจากกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ของไทย ก็ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดที่ทหารกัมพูชาลักลอบเข้ามาฝังในดินแดนไทย ระหว่างปฏิบัติภารกิจในพื้นห้วยตามาเรียอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นผลให้กำลังพล2 นายได้รับบาดเจ็บ คือ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ข้อเท้าขวาขาด และ พลฯวชิระ พันธนา มีอาการแน่นหน้าอกจากแรงอัด
จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ นับเป็นกำลังพลคนที่ 7ของกองทัพแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ต้องพิการเสียขา จากสงครามรุกรานไทยของกัมพูชา และนับเป็นเหยื่อรายล่าสุดของทหารไทย ที่ต้องสังเวย “ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์” ให้แก่ประธานาธิบดีทรัมป์ และ “อันวาร์อิบราฮิม” ในฐานะคนกลางผู้นำสันติภาพจอมปลอมมาให้ “ไทย-กัมพูชา” จับมือหย่าศึกกัน
คนไทยต้องไม่ลืมว่า กัมพูชาสร้างรอยแค้นไว้กับประเทศไทยไว้อย่างไรบ้าง ทั้งที่เราเป็นมิตรประเทศที่ให้เกียรติและให้ความช่วยเหลือสนับสนุนแก่กัมพูชามาอย่างดีและยาวนาน ในฐานะเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน อย่างน้อยก็มีทหารไทย 6 นาย ซึ่งทุกวันนี้ต้องกลายเป็นผู้พิการ จากการเหยียบทุ่นระเบิดที่ทหารกัมพูชาลักลอบเข้ามาฝังในดินแดนไทย อันเป็นบาดแผลที่เราควรจะต้องจดจำ ว่ากัมพูชาทำกับไทยไว้อย่างไรบ้าง
ทหาร 6 นาย ที่นักการเมืองอย่างพรรคประชาชนพูดแบบคนรุ่นใหม่ที่สิ้นคิดว่า “มีทหารไว้ทำไม” ซึ่งได้กลายเป็นผู้พิการขาขาดจาก “ทุ่นระเบิด” จากการลอบกัดของทหารกัมพูชา ที่สมควรต้องเชิดชูสดุดี ว่าเป็นทหารกล้าผู้ยอมสละชีวิตให้แก่ชาติบ้านเมืองโดยแท้จริงนั้น-ประกอบด้วย
พลทหารธนพัฒน์ หุยวัน ทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 ข้อเท้าซ้ายขาด จากการเหยียบทุ่นระเบิดขณะลาดตระเวนที่เนิน 481 บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี-เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568
จ.ส.อ.พิชิตชัย บุญชูหล้า สังกัดพัน.ร.14 (กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14) ออกลาดตระเวนกับชุดลาดตระเวน 6 นาย บริเวณพื้นที่ห้วยบอนช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี เหยียบทุ่นระเบิดทำให้ต้องตัดขาขวา-เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568
ร.ต.เกียรติวงศ์ สถาวร หรือ “หมวดบุ๊ค” สังกัด รพศ.2 พัน 2 (กองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 2)ขาขวาขาดจากการเหยียบทุ่นระเบิด ระหว่างยิงเปิดทางให้กองกำลังของ ร.31 รอ. (กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์) ขึ้นไปบุกยึดปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ช่วง 5 นาที สุดท้ายก่อนหยุดยิงตามข้อตกลง “หยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไข” ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ไปลงนามกับ “ฮุน มาเนต” ที่ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 28 กรกฎาคม2568 ซึ่งก่อนเที่ยงคืนที่เป็นเส้นตายในวันนั้น “หมวดบุ๊ค” ก็ต้องเสียขาเพื่อเซ่นสังเวยตามข้อตกลงนี้
จ.ส.อ.ธานี พาหา สังกัด พัน ร.14 (กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14) เหยียบทุ่นระเบิด ระหว่างเดินลาดตระเวนเส้นทาง เพื่อวางลวดหนามป้องกันพื้นที่ บริเวณรอยต่อโดนเอาว์-กฤษณา จังหวัดศรีสะเกษ เป็นผลทำให้ข้อเท้าซ้ายขาด-เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568
ส.อ.ธีรพล เพียขันที สังกัด ร้อย.ทพ.2610 (หน่วยทหารพรานร้อย.ทพ.2610) ระหว่างลาดตระเวนบริเวณปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งแรงระเบิดส่งผลให้ขาซ้ายขาด-เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568
และรายที่ 6 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นรายสุดท้ายหลังเจรจา “หยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไข” เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ก่อนที่จะเกิดเหตุล่าสุดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เมื่อวานนี้คือ “พลทหารอดิศร ป้อมกลาง” สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 เหยียบทุ่นระเบิดบริเวณปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ส่งผลให้ข้อเท้าขวาขาด
ทั้งหมดนี้ จากเหตุที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อวานนี้ทำให้ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ต้องกลายเป็นผู้พิการข้อเท้าขวาขาด นั้น รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะดำเนินการเพียงแค่ตอบโต้กัมพูชาด้วยการประท้วงอย่างเดียวเห็นจะไม่พอ
แต่ควรที่จะต้องทบทวน “ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์” ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล ไปลงนามกับ “ฮุน มาเนต” แบบวาดฝันว่าจะไปสู่สันติภาพอันยั่งยืนระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” แต่ด้วยระยะเวลาผ่านไปไม่กี่วัน ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า จะเป็นได้ก็เพียงแค่ “สันติภาพจอมปลอม” บนโต๊ะเจรจา
ถึงที่สุดแล้ว สมควรต้องฉีก “ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์” ทิ้ง และใช้มาตรการสูงสุดดำเนินการกับกัมพูชา ด้วยการ “ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตโดยสิ้นเชิง”
เพราะประเทศเรารักสงบแบบ “ไทยนี้รักสงบ” โดยเป็นฝ่ายที่ยอมเขมรสันดานอสรพิษเหมือนตกเป็นเบี้ยล่างตลอดมา วันนี้จึงสมควรแก่เวลา “แต่ถึงรบไม่ขลาด” กันได้แล้ว !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี