วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
“ทหารมีไว้ทำไม - รบไปก็ไม่ชนะ - กองทัพไม่จำเป็นต้องมีถ้าผู้นำฉลาดพอ - ตัดงบกองทัพลง ทหารไม่ต้องมีแล้ว คุณจะมีอะไรเยอะแยะ จะไปรบที่ไหน ไม่มีแล้ว- รบไปก็แพ้ -กองทัพส้นตีน - เรือดำน้ำ รถถัง เครื่องบินรบ ถ้ามึงเสี้ยนกระสันอยากได้ ให้มันขอรับบริจาค – ปีนี้เราตัดงบกองทัพได้สามหมื่นล้านเลยค่ะ...” ฯลฯ
นี่คือตัวอย่างคำพูดของพลพรรคส้ม ตั้งแต่ระดับผู้นำทางความคิด อดีตหัวหน้าพรรค ยัน สส. พรรค
เนื้อหาด้อยค่าทหาร แซะกองทัพ ดิสเครดิต ดูหมิ่นดูแคลนสารพัด และพยายามทำลายความเข้มแข็งของกองทัพอย่างต่อเนื่อง (มีหลักฐานชัดเจน ถ้าไม่แกล้งตาบอดหูหนวก ความจำเลอะเลือน Digital Footprint มีให้เห็น)
ยามสู้รบ คนไทยบริจาคเงิน บริจาคของสนับสนุนกองทัพ มันก็พูดจาดูแคลนด้อยค่า
มูลนิธิและคนเข้าไปช่วยกองทัพ (เช่น กัน จอมพลัง) ก็ถูกพลพรรคส้มดิสเครดิต รุมถล่ม อ้างตรวจสอบ
พอความจริงปรากฏว่า ทหารไทยสู้รบชนะเขมร และชนะใจประชาชนคนไทย
พอจะเลือกตั้ง พลพรรคส้มอยากได้คะแนนเสียง ก็พลิกลิ้น อ้างหน้าตาเฉยว่าไม่เคยด้อยค่าทหาร
แถมพยายามพลิกบทบาทแสร้งว่าพวกตนถูกโจมตีใส่ร้ายว่าด้อยค่าทหาร !!!!
อ.ห. โอ้โห... ไม่อยากจะเชื่อว่า พรรคการเมืองนักการเมืองที่ขายภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ มันจะหน้าด้าน และตอแหลได้ขนาดนี้
1. ปีแห่งความจริงทลายวาทกรรมด้อยค่าทหาร
พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์เฟซบุ๊กว่า
“... วาทกรรมที่ด้อยค่ากองทัพ และความเป็นทหาร ด้วยกัน 3 วาทกรรม คือ
1. มีทหารไว้ทำไม : วาทกรรม นี้ ถูกส่งออกมาเพื่อด้อยค่า ทหารและกองทัพอย่างชัดเจน พอมีคนอธิบาย ก็จะคนมาตอบว่า เขาไม่ได้หมายถึงทหารที่ทำหน้าที่ตามแนวชายแดน เขาหมายถึง ทหารที่เข้ามายุ่งการเมือง แต่เวลาพูดถึงวาทกรรมนี้ จะถูกส่งออกกระทบทหารที่เหลือทั้งกองทัพ
2. ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ : วาทกรรมนี้ถูกส่งออกมาหลังวาทกรรม “มีทหารไว้ทำไม” เป็นวาทกรรมที่ตอกย้ำ ด้อยค่า ปรามาส ขีดความสามารถ ของกองทัพ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่จำเป็นในการจัดหาอาวุธที่ทันสมัย ควรเอางบประมาณไปทำอย่างอื่นดีกว่า
3. ทหารชั้นผู้น้อย หรือ ทหารระดับล่าง : เป็นวาทกรรม ที่สร้างความแตกแยก ให้กับทหารในระดับต่างๆ มีการแบ่งแยกกันเองว่าเป็นคนละพวก ด้อยค่าสร้างความไม่เท่าเทียม ระหว่าง พลทหาร นายทหารชั้นประทวน นายทหารชั้นสัญญาบัตรนายทหารชั้นนายพล
จากสถานการณ์การสู้รบกับ เขมร ใน 2 ครั้งที่ผ่านมา คิดว่าคงจะมีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับ ทั้ง 3 วาทกรรม ว่า
ทหารมีไว้ทำไม - ทหารก็เหมือนอาชีพต่างๆ ที่มีทั้งคนดีและไม่ดี การเหมารวมคงจะไม่ใช่คำตอบ พรรคการเมือง ที่ส่งออกวาทกรรมนี้ ก็ไม่ต่างกันที่ สส.และผู้สมัคร สส. มีคนฉ้อโกง มีคนพัวพันยาเสพติด มีคนล่วงละเมิดทางเพศ แล้วเราจะถามกลับได้หรือไม่ว่า เราจะมี พรรคการเมืองนี้ไว้ทำไม
ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ - สถานการณ์ การสู้รบ ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาคงเป็นคำอธิบายได้อย่างชัดเจน เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ถึงความเป็น มืออาชีพในการสู้รบ ของทหารไทย
ทหารชั้นผู้น้อย หรือ ทหารระดับล่าง - กองทัพก็เหมือนองค์กรอื่นๆ ที่บุคคลหลายระดับในที่ทำงาน แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ที่ต่างกัน หัวหน้า มีน้อยกว่าลูกน้อง ซึ่งทหารก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเมื่อ ทหารออกไปทำการรบด้วยกัน เขาก็เป็นทีมเดียวกัน หัวหน้าลูกน้อง ก็ออกไปทำการรบตามตำแหน่งหน้าที่ตนเอง ทหารทุกคนที่ออกรบร่วมกัน เราถือว่าทุกคนเป็นสหายร่วมรบ เพราะกระสุนไม่เลือกว่าใครเป็นใคร
จากการสู้รบกับเขมร 2 ครั้งที่ ผ่านมาคงเป็น หลักฐานเชิงประจักษ์ ที่สามารถหักล้าง วาทกรรม ทั้ง 3 ได้อย่างชัดเจน พวกเรา ที่เป็นทหาร ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ บางคนก็ไม่ได้กลับมา บางคนกลับมาไม่ครบ 32 บางคนกลับมาแต่ต้องมาอยู่สภาวะที่หวาดกลัว
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ผมอยากจะบอกว่า การรบครั้งนี้มีการทำงานเป็นทีม มีการวางแผนควบคุมบังคับบัญชาที่ มีเอกภาพ ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่สลับซับซ้อน มีนายทหารชั้นยศ นายพล เดินเต็มแนวหน้าไปหมด ไม่ว่าจะเป็น ผบ.ทบ. แม่ทัพ ผบ.พล. ผบ.พล.ป. ผบ.พล.รพศ. ผบ.ขกท. ผบ.มทบ.ต่างๆ
สรุปก็คือ ท่านจะชอบหรือไม่ชอบเรา เราไม่ว่า เราไม่เคยเรียกร้อง เพราะเราก็จะทำหน้าที่ของเรากันต่อไป แต่อย่ามาด้อยค่าพวกเราเลย มันบั่นทอนความรู้สึกของคนที่ออกไปทำหน้าที่…”
2. อ.ห. ส้มพลิกลิ้น พยายามพลิกบทหน้าซื่อตาใส
นายรังสิมันต์ โรม อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้
กรณี พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง โพสต์ข้อความชำแหละ 3 วาทกรรมด้อยค่ากองทัพและทหาร ถูกทลายลง
อ้างว่า เราไม่เคยเหมารวม แต่ต้องย้ำให้ชัดเจนว่า กองทัพมีไว้เพื่อป้องกันประเทศ ไม่ใช่ให้ใครนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว คนที่ก่อรัฐประหารร่ำรวยขึ้น เครือข่ายมั่งคั่ง ชีวิตสุขสบาย ขณะที่ประเทศจมอยู่กับการคอร์รัปชันและการทุจริต
แถมยังพูดจากึ่งๆ ข่มขู่ อ้างว่า ควรเอาอย่างผู้บัญชาการทหารบกที่ให้สัมภาษณ์หรือแสดงความเห็นทางการเมืองน้อยลงมาก หาว่าเจ้ากรมข่าวทหารบกโพสต์ข้อความในลักษณะด้อยค่าพรรคการเมือง (แต่พรรคพวกตนจวกทหารมาเป็นปีๆ)
ประการสำคัญ รังสิมันต์ โรม ยังพยายามพลิกบทเป็นเหยื่อ โดยระบุว่า
“ที่ต้องใส่ร้ายพรรคส้ม อ้าง 112 อ้างด้อยค่าทหาร เพราะพวกคุณรู้ว่าถ้าพวกส้มเป็นรัฐบาลจะทุจริตเหมือนเดิมไม่ได้ จะมีตั๋วช้างเหมือนเดิมไม่ได้ ทุนเทาจะอยู่ไม่ได้ จึงต้องทำลายพรรคประชาชนทุกทาง เพราะกลัวเสียผลประโยชน์”
อ.ห. โอ้โห... กะพลิกบทที่เป็นฝ่ายถูกประณามว่า ด้อยค่ากองทัพ มาเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำ ถูกใส่ร้ายกันง่ายๆ แบบนี้เลย !!!!
3. เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2569 พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์ข้อความชี้แจงเพิ่มเติม
“...สิ่งที่น่าสนใจ คือ สิ่งผมโพสต์ใน Facebook แค่อธิบายว่า วาทกรรมด้อยค่าต่างๆ ที่บั่นทอนความรู้สึกทหารทั้งกองทัพ โดยพยายามอธิบายว่า หมายถึงนายพลบ้าง หมายถึงทหารไม่ดีบ้าง แล้วทหารที่เหลือเขาต้องมานั่ง ยอมให้นักการเมือง ด้อม ติ่ง มาใช้วาทกรรม ด้อยค่าพวกเขาเหรอ
ผมเขียนชัดเจน แต่ไม่อ่านกัน มีตอบโต้กันหลายแบบ
มีผู้ใหญ่บางคนด่าผมปัญญาอ่อน มีนักวิชาการบางคนพยายาม อธิบาย ด้วยทฤษฎีแล้วบอกให้เพิกเฉย มีคนบอกว่าผมปากแจ๋ว มีบางคนด่าผมว่าเคยไปรบมั้ยบางคนดูถูกผมต่างๆ นานา เช่นนายพลโง่ สมองกลวง
แต่แปลกคือ ผมไม่ได้โกรธหรือรู้สึกอะไรเลย เพราะรู้มั้ยครับ เพราะหลายคนไม่รู้จักผม และที่สำคัญ หลายคนไม่อ่านสิ่งที่ผมเขียน มาถึงก็ใส่ๆ กันเลย
ถ้าอ่านแล้วพิจารณาดีๆ จะเข้าใจสิ่งที่ผมสื่อ
1) ทหารคนอื่นไม่เกี่ยว คุณจะด่าทหารเลวคุณด่าไป แต่ทหารที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาสะดุ้งกับวาทกรรมด้อยค่าในขณะที่เขาไปทำหน้าที่ที่ชายแดน มันบั่นทอนความรู้สึก คุณอย่าด่าเหมารวมวาทกรรมด้อยค่า มันไปกระทบความรู้สึกความภูมิใจในอาชีพของทหารที่เหลือ
2) คุณปรามาสกองทัพ ว่ารบที่ไหนก็แพ้ วันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่า เราทำหน้าที่กันสมบูรณ์แบบ มีใครขอโทษหรือเปลี่ยนวาทกรรม ที่ดูถูกปรามาส กองทัพไปบ้างหรือยัง หรือจะปล่อยให้เงียบไปกับสายลม
3) การใช้คำพูดที่สร้างความแตกแยกขึ้นในกองทัพ เป็นสิ่งที่ต้องเคลียร์กัน ทหารไปรบคราวนี้มีตั้งแต่ พลทหารยันนายพล ถ้าถามว่านายพล นายพันตาย บ้างรึยังคำตอบคือ ผู้จัดการไปเดินขายของเป็นฝ่ายการตลาดเองมั้ย? การออกไปทำหน้าที่ทุกคนมีหน้าที่ต่างกัน ตายแทนกันได้ เราต้องการความเชื่อใจกัน การรบที่ผ่านมาทั้ง 2 ยุทธการและ 2 ยุทธบริเวณนั้น คนที่ผ่านมาจะเข้าใจดีว่าหน้าแนวทำงานกันอย่างไร เราไม่ทิ้งกันอย่างไร เพราะความแตกแยกในกองทัพคืออันตรายย่างยิ่งต่อการทำภารกิจต่างๆ
สรุปคือ 1. หลายคนไม่อ่าน มาถึงก็ใส่เลย 2. คุณอยากจะด่าใคร ทหารคนไหนก็ด่ากันต่อไปแต่อย่าเหมารวมทหารทั้งกองทัพ คนที่ทำหน้าที่สมบูรณ์ไม่เกี่ยว3. พูดอะไรผิดพาดพิงดูถูกเหยียบย้ำ ถ้าจะขอโทษกัน มันไม่อะไรเสียหายหรอก รับผิดชอบสิ่งที่พูดกัน สังคมก็จะหันมายิ้มให้กัน Digital Footprint มีให้เห็นกันครับ..”
4. ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ด้อมส้มตัวพ่อ ที่ทนพฤติกรรมส้มไม่ไหว ถึงกับออกมาตอกย้ำว่า
ตนเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนพรรคส้มมาในอดีต และยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกพรรคใดในขณะนี้
การไม่เห็นด้วยกับพรรคส้มมีสาเหตุอื่น ไม่ใช่เพราะอยากได้เทา อยากให้ประเทศมีทุจริต หรือไปเสียประโยชน์หากพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล
พรรคส้มพยายามผลักไสให้คนเห็นต่างกับพรรคส้ม ให้กลายเป็น “คนต่อต้านความดี สนับสนุนความเลว” แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ตนอยากเห็น “การเมืองใหม่” และเคยให้โอกาสพรรคส้มไปถึง 2 ครั้ง 2 ครา มันยังมีเหตุผลอย่างอื่นที่ “ไม่เห็นด้วย” กับพรรคส้ม อันเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตยที่มีความเห็นหลากหลาย
ที่สำคัญ พรรคส้มทำพลาดด้วยตัวเองหลายครั้ง ทั้งที่ประชาชนให้โอกาสไปแล้ว
เปรียบเสมือนมีโอกาสสอบได้ แต่ทำคะแนนไม่ถึงเอง จะขอโทษแล้วขอโอกาสอีกคนที่เลือกย่อมต้องชั่งใจ
อย่าไปว่าใครไม่เลือกพรรคส้ม ต้องถือเป็นคนชอบเทา ชอบทุจริตเลย
ที่ประชาชนกลัวมากกว่า คือ เลือกพรรคส้มแล้วทำไม่ได้ซ้ำๆ ซากๆ อีกต่างหาก
สารส้ม

'ภูมิใจไทย'ทำถึง! 'สามลุง'วงเฉลียง ปล่อยอีกเพลง'พ่อแม่สอนมาดี'
ล้ำไปอีกขั้น! กองทุนหทัยทิพย์หนุนงบฯ บังเกอร์คอนกรีต UHPC ปกป้องรั้วของชาติ
3 หนุ่มหัวร้อน ญาติเตือนไม่ฟัง คว้ามีดอีโต้ไล่ฟันเลือดสาด พบประวัติไม่ธรรมดา
6ล้อนักเรียนพลิกคว่ำไฟลุกท่วม คนขับดับคาพวงมาลัย เด็กนักเรียน15ชีวิตขวัญผวา
ทลายโกดังกรุงเก่า ภาค1 บุกลพบุรีรวบ3สมุน ยุ้ย ท่าเรือ ยึดยาบ้าล็อตมหึมา4.8ล้านเม็ด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี