วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
“แพ้ได้ โกงไม่ได้”เป็นวาทกรรมของพรรคประชาชนที่ใช้เป็น“เชื้อไฟ”สุมความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติให้ขยายวงกว้าง จากความพ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาของพรรคส้ม โดยใช้วิธีการเดียวกับสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ปลุกปั่น“ม็อบสามนิ้ว”ออกมาชุมนุมบนท้องถนน ระหว่างปี 2563-2564 อันเนื่องมาจากพรรคอนาคตใหม่ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเป็นหัวหน้าพรรค ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรรคเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563
ประเด็นในการเคลื่อนไหวของ“ม็อบสามนิ้ว” ที่ต่อมาถูกเรียกว่า “ม็อบสามกีบ” ที่มีพรรคก้าวไกลและ สส.พรรคก้าวไกลในช่วงเวลานั้นอยู่เบื้องหลัง ตั้งธงไว้ 3 เรื่อง คือ 1.ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่แม้จะมาจากการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีโดยพรรคพลังประชารัฐที่มาจากการเลือกตั้งแต่ก็ถูกพรรคส้มและ“ม็อบสามกีบ”ตีตราว่าเป็น“ผู้นำเผด็จการ” ที่มาจากการยึดอำนาจ ลาออกจากตำแหน่ง 2.ให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่อ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่“สืบทอดอำนาจ คสช.” และ 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยประเด็นที่สำคัญหาข้อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112
หากย้อนภาพกลับไปดูม็อบเยาวชนสามกีบในนามต่างๆ เช่น “ม็อบคณะราษฎร 2563”, “ม็อบทะลุฟ้า”,“ม็อบทะลุแก๊ส”, “ม็อบทะลุวัง”, “ม็อบรีเด็ม”, “ม็อบประชาชนปลดแอก”, “ม็อบเฟสต์”, “ม็อบนักเรียนเลว”, “ม็อบหมู่บ้านทะลุฟ้า” และ“ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” เป็นต้นที่มีนักการเมืองพรรคส้มในนามพรรคก้าวไกลในเวลานั้นอยู่เบื้องหลังและคอยใช้ตำแหน่ง สส.วิ่งประกันตัวหากแกนนำถูกจับตัวดำเนินคดีนั้น ถูกยุยงปลุกปั่นให้ออกมาประท้วงในท้องถนนทันที หลังจากพรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค อันเนื่องมาจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจำนวน 191.2 ล้านบาท ซึ่งศาล ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
การชุมนุมประท้วงเริ่มจากจำกัดอยู่ในสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งในมหาวิทยาลัย และโรงเรียนมัธยมทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เบื้องต้นก็เริ่มที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขยายต่อไปยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ส่วนในโรงเรียนก็เริ่มจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และแกนนำพรรคส้มหลายคนเป็นศิษย์เก่า โดยคู่ขนานกับโรงเรียนศึกษานารีวิทยา และในเวลาต่อมาก็ได้ยกระดับการประท้วงเป็น “แฟลชม็อบ” (Flash Mob) ใช้การนัดหมายผ่านโซเชียลมีเดีย จากการชุมนุมทำกิจกรรมด้วยช่วงเวลาสั้นๆตามสถานที่ต่างๆ แล้วสลายตัวอย่างรวดเร็ว เช่นกิจกรรม“เกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ”
การชุมนุมของ“ม็อบสามกีบ”ที่มีนักการเมืองพรรคส้มเป็นเงาอยู่ข้างหลัง แหลมคมที่สุดก็คือการชุมนุมใหญ่ของ“ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี ใช้ชื่อว่า“ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” โดยชูคำขวัญ“เราไม่ต้องการปฏิรูป เราต้องการปฏิวัติ” ด้วยการประกาศข้อเสนอ 10 ข้อเพื่อปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ จากการอ่านแถลงการณ์ของ“รุ้ง-ปนัสยาสิทธิจิรวัฒนกุล” ที่เวลานี้หลบหนีคดีความผิดมาตรา 112 ไปอยู่ในต่างประเทศ
ทวนความจำโดยยกมาให้เห็นอีกครั้งถึงการ“ฮึกเหิม”ของ“ม็อบสามกีบ”ที่ถูกยุยงปลุกปั่นโดยนักการเมืองส้มเน่า ว่าข้อเรียกร้อง 10 ข้อเพื่อปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้คำขวัญของการชุมนุม “เราไม่ต้องการปฏิรูป เราต้องการปฏิวัติ”-ดังนี้
1.ยกเลิกบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ห้ามผู้ใดกล่าวหาฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ ให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณาความผิดของพระมหากษัตริย์ ได้ ดังที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร
2.ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ให้แสดงความเห็นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้อย่างเสรี และให้นิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดีทุกคน
3.ยกเลิกพ.ร.บ. จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2561 และให้แบ่งทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และทรัพย์สินส่วนพระองค์อย่างชัดเจน
4.ลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ
5.ยกเลิกส่วนราชการในพระองค์ และยกเลิกหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็น เช่น คณะองคมนตรี
6.ยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด เพื่อให้การเงินของสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้การตรวจสอบทั้งหมด
7.ยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ
8.ยกเลิกการประชาสัมพันธ์และการโฆษณาชวนเชื่อสถาบันกษัตริย์ทั้งหมด
9.สอบสวนความจริงเกี่ยวกับการฆ่าราษฎรผู้ออกความเห็นหรือวิจารณ์สถาบันกษัตริย์
10.ห้ามลงพระปรมาภิไธยรับรองรัฐประหารอีก
โดยในช่วง 2 ปีที่เยาวชนหนุ่มสาวถูกนักการเมืองพรรคส้มยุยงปลุกปั่นให้หลงเคลิ้มว่า “ฟ้าจะสีทองผ่องอำไพ และประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” นั้น ต้องตกอยู่ในสภาพเป็นผู้ต้องหาและจำเลยในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ของ“ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” (TLHR) ที่เป็นทนายแก้ต่างให้แก่“เหยื่อ”ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเหล่านี้ รวมทั้งหมด 1,341 คดี อาทิ คดีความผิดคดีมาตรา 112 จำนวน 285 คน รวม 319 คดี, และคดีความผิดมาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น 157 คน
รวม 57 คดี
เฉพาะผู้ที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 และเวลานี้ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ แยกเป็น 15 คนที่คดียังไม่ถึงที่สุดโดยศาลไม่ให้ประกันตัว และคดีถึงที่สุดจากการพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วแต่ไม่ได้ประกันตัวในชั้นศาลอุทธรณ์ 17 คน ซึ่งรวมทุกคดีที่เกี่ยวพันกับ“ม็อบสามกีบ”และยังติดคุกอยู่ในเรือนจำเวลานี้มีทั้งหมด 59 คน ในจำนวนนี้ก็มีนายอานนท์ นำภา ที่ศาลชั้นต้นตัดสินแล้ว 9 คดีจากทั้งหมด 14 คดี มีโทษจำคุก 24 ปี33 เดือน 20 วัน, “ไผ่ดาวดิน” หรือนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโทษจำคุก 2 ปี 12 เดือนและ“ครูใหญ่” หรือนายอรรถพล บัวพัฒน์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นเช่นกันโทษจำคุก 2 ปี
ส่วนที่หนีไปอยู่ต่างประเทศและต้องหนีทั้งชีวิตจากคดีความผิดมาตรา 112 ในจำนวนนั้นก็มี เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, ไมค์-ภานุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก และ รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล
ที่น่าเศร้าเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ “บุ้ง ทะลุวัง” หรือนางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม เสียชีวิตในวัย 28 ปี จากการอดอาหารประท้วงระหว่างถูกคุมขังเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567
บรรทัดนี้บุคคลที่สมควรต้องประณามก็คือ “ช่อ-พรรณิการ์วานิช” นักการเมืองพรรคส้มที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตซึ่งได้เผยธาตุแท้ออกมาจากการโพสต์ข้อความผ่าน“X PannikaWanich”เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์วานนี้ว่า “ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า กกต. จะไม่ยอมนับใหม่เลยสักเขต เตะถ่วงให้มวลชนอ่อนแรง เรื่องเงียบไปเอง ทางเดียวที่เราจะสู้กับระบบเฮงซวยนี้ได้คือ อย่ายอม! ประชาชนอย่ายอม สื่อมวลชนอย่ายอม พรรคประชาชนอย่ายอม เดี๋ยวก็รู้ว่าคำว่าน้ำผึ้งหยดเดียวเป็นยังไง อาจจะไม่ใช่น้ำผึ้ง แต่เป็นน้ำมัน ไฟถูกจุดแล้ว”
อ่านระหว่างบรรทัดจากข้อความดังกล่าวแล้ว จากนี้ไปถ้าหากสถานการณ์บานปลายจนเกิดการประท้วงใหญ่ อย่างน้อย“ช่อ-พรรณิการ์ วานิช”ก็คนหนึ่งที่จะต้องรับผิดชอบในฐาน“ผู้ยุยงปลุกปั่นม็อบสามกีบ”ภาคพิสดาร !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี