วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569
nn ผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่...ขณะนี้เริ่มขยายวงเข้าสู่ภาคการลงทุนในตลาดหุ้นแล้ว...หลังจากส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการท่องเที่ยว ภาคการผลิต ซึ่งล่าสุด สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)ประเมินว่า ปี 2563 ดัชนีหุ้นไทย หรือ SET Index จะได้รับผลกะทบต่อตลาดหุ้นไทยไปอีก 3 เดือน หรือทั้งไตรไตรมาสแรกของปี 2563 ซึ่งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยจะได้รับผลกระทบแรงที่สุด เนื่องจากประเทศไทยมีรายได้จากภาคการท่องเที่ยวคิดเป็น 12% ของ GDP และนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยสูงสุดในสัดส่วน 30% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน เดือนมกราคม 2563 อยู่ที่ 72.75 ปรับตัวลดลง9.91% ซึ่งลงมาอยู่ในเกณฑ์ซบเซาเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี จากผลกระทบการระบาดของไวรัสโคโรนาที่กระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและส่งออกไทย จากการที่ไทยพึ่งพาการส่งออกไปจีนเป็นอันดับ 1 หรือ 10% ของการส่งออกทั้งหมด รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดลง
ขณะที่ SCB Chief Investment Office ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ออกบทวิเคราะห์ถึงแนวโน้มตลาดหุ้นโลกในรอบสัปดาห์นี้ (11-14 ก.พ.) โดยระบุว่าตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวน แม้นักลงทุนได้เริ่มคลายความกังวลในระดับหนึ่งเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาด หลังทางการมีแนวโน้มออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากไวรัสดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 ราย (มากกว่าตอนที่เกิดโรค SARS ระบาด) ได้ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าวอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นโลกอาจได้รับแรงสนับหนุนจาก ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญส่วนใหญ่และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะรายงานในสัปดาห์นี้ ที่มีแนวโน้มออกมาดี ประกอบกับ คาดว่า การแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)ต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯอาจเผชิญปัจจัยกดดันจากประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯที่ยังมีอยู่ โดยวันที่ 11 ก.พ.นี้ จะมีการเลือกตั้งขั้นต้นของตัวแทนพรรคเดโมแครตในรัฐ New Hampshire เพื่อสรรหาตัวแทนพรรค เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในเดือนพ.ย. รวมทั้ง นักลงทุนยังรอติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างสหรัฐฯและจีน โดยเฉพาะประเด็นมาตรการคว่ำบาตรทางการค้ากับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี ด้านราคาน้ำมัน มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นบ้างโดยนักลงทุนรอติดตามว่า กลุ่มโอเปกและชาติพันธมิตร จะเลื่อนจัดการประชุมเร็วขึ้นจากเดิมในเดือน มี.ค.เป็นวันที่ 14-15 ก.พ.นี้ หรือไม่ และมีแนวโน้มที่จะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อช่วยปกป้องราคาน้ำมันไม่ให้ร่วงลงต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดหุ้น FETCO ประเมินว่า ไตรมาส 2/2563จะกลับมารีบาวด์ได้สูงกว่า 1,600 จุด จากมุมมองของนักลงทุนที่มองว่าสถานการณ์ไวรัสโคโรนาจะคลี่คลาย การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐหลังศาลตัดสินให้มีการโหวตใหม่เพียงบางมาตรา ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะทยอยเบิกจ่ายงบลงทุนได้เร็วๆ นี้ พร้อมมองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำเป็นโอกาสที่ภาครัฐและเอกชนจะกู้เงินเพื่อมาลงทุนเพิ่ม ขณะที่ภาพรวมดัชนีหุ้นไทยปีนี้ ยังประเมินไว้ที่ 1,600-1,700 จุด ซึ่งจะมีการประเมินอีกครั้งหลังนักเศรษฐศาสตร์ไทยออกมาปรับประมาณการตัวเลขจีดีพีและบริษัทจดทะเบียนมีการออกมาประกาศตัวเลขปันผลใหม่
แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาในไทยจะดูเหมือนไม่รุนแรง แต่ในประเทศอื่นในเอเชียยังคงน่าเป็นห่วง และต่างออกมาตรการที่เข้มงวด เพื่อหวังจะสกัดการแพร่ระบาด ซึ่งมาตรการเหล่านั้นล้วนกระทบต่อกระบวนการผลิต และหลายภาคธุรกิจหลายๆ ส่วน ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลมาถึงไทยด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงยังต้องลุ้นต่อไปว่าหุ้นไทยจะรอดพ้นจากพิษไข้โคโรนาได้ภายในไตรสมาส 2 จริงหรือไม่
กระบองเพชร

น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง
เพื่อไทย ขายฝัน แจกเงินล้าน วันละ 9 คน
ณัฐวุฒิ เหน็บแรง! บอกถึงพรรคส้มชนะ ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เหตุติดล็อก 44 สส. โดนเล่นเรื่องแก้ รธน.
‘รอง ผบช.สง.ก.ตร.’ช่วยราชการ ภ.1 ตรวจเยี่ยมตำรวจภาค1 ฝึกอบรมปฏิบัติหน้าที่ Local CAT
อนุทิน บ่นเฮงซวย หลังชาวบ้านปรี่ร้อง ย้ายที่อยู่ ใช้สิทธิประกันสังคมไม่ได้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี