วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / หมุนตามทุน
หมุนตามทุน

หมุนตามทุน

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด...อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทย...

ดูทั้งหมด

  •  

nn ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง (K-Shaped Recovery) ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกระแสเปิดบ้านเปิดเมืองเท่านั้นที่พอลืมตาอ้าปากได้แต่ในกลุ่มของภาคผลิตและภาคอุตสาหกรรมนั้นยังลำบาก...สะท้อนได้จาก ข้อมูลจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย พบว่าปี 2565 ความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทยรวม 16.4 ล้านตัน ลดลงถึง -12.2% จากปี 2564 ที่ 18.7 ล้านตัน การใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ของอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทย ปี 2565 เพียง 30.1%แย่ลงกว่าปี 2564 ซึ่งมีการใช้กำลังการผลิต 32.6% ที่ยกตัวอย่างข้อมูลนี้เพราะต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมเหล็กคืออุตสาหกรรมพื้นฐานและซัพพลายเชนของอีกหลายๆ อุตสาหกรรม และจากข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม...นางวรวรรณ ชิตอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) วิเคราะห์ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าต่อภาคอุตสาหกรรม โดยใช้ข้อมูลจากตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิตของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่าการขึ้นค่าไฟฟ้าที่อัตรา 5.33 บาท ต่อหน่วยในปี 2566 นี้ ส่งผลให้อุตสาหกรรมเหล็กได้รับผลกระทบหนักสุดเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 12.41%

ต้องบอกว่าหนักหนาจริงกับอุตสาหกรรมเหล็กของไทย ทั้งที่เป็นอุตสาหกรรมที่ลงทุนหลายแสนล้านบาท จ้างงานหลายแสนคน ซึ่งควรจะได้รับดูแลจากภาครัฐเหมือนกับอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก ในทางกลับกันสำหรับประเทศไทยภาครัฐนอกจากจะไม่ช่วยอุตสาหกรรมเหล็กแล้ว ยังจะคอยซ้ำเติมอีกต่างหาก


ทุกประเทศทั่วโลกปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กของเขาด้วยการบังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและอุดหนุน (AD) อย่างเข้มข้นต่อเนื่องยาวนาน ขณะที่ไทยนั้นสวนทางกับโลก ด้วยการทยอยยกเลิกมาตรการ AD สำหรับสินค้าเหล็กหลายๆ ชนิด...อย่างกรณีล่าสุดที่คนในวงการเหล็กกำลังกังวลว่า อาจจะมีการประกาศยกเลิกมาตรการ AD สินค้าเหล็กแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อนที่มีแหล่งกำเนิดจากเวียดนาม (สินค้า GL)

ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ผลิตในประเทศรายหนึ่งได้ร้องไปและคณะกรรมการ พิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน ก็ได้เปิดการไต่สวนและรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไปแล้ว และเตรียมที่จะสรุปผลส่งให้คณะกรรมการ พิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนพิจารณาตัดสิน

แต่เรื่องของเรื่องที่ว่ากันวันนี้เพราะว่าสิ่งที่คณะกรรมการ AD ได้ดำเนินการไปนั้น คนในวงการเหล็กมองว่าเป็นการไต่สวนที่ไม่เป็นธรรมต่ออุตสาหกรรมในประเทศ...เพราะว่า มีผู้ผลิต/ส่งออกจากเวียดนามรวม 9 ราย แต่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามแค่ 2 ราย แต่กรมการค้าต่างประเทศ/คณะกรรมการ AD กลับเอามาเป็นตัวแทน ทั้งๆ ที่บริษัทอื่นๆ ที่ไม่ตอบอัตรา AD สูงสุด ถึง 40.49% ส่วนรายที่ตอบ เรทต่ำ 6-8% เท่านั้น กรณีแบบนี้ควรเข้ากระบวนการ review rate ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกทุกปีซึ่งกรณียุติมาตรการเท่ากับว่าผู้ส่งออกจากเวียดนามสามารถกลับมาทุ่มตลาดได้ในอัตราสูงถึง 40.49%

อย่างไรก็ตาม จากการชี้แจงโดยกระทรวงพาณิชย์เมื่อปี 2560 เรื่องการพิจารณาต่ออายุมาตรการ ADนั้นไม่จำเป็นต้องมีการทุ่มตลาด/ความเสียหายในปัจจุบัน (แต่การไต่สวนกลับไม่ทำตามที่ชี้แจง)เนื่องจากมีมาตรการในปัจจุบัน ความเสียหาย และการทุ่มตลาดย่อมลดลงอยู่แล้ว แต่ต้องดูแนวโน้มว่าจะกลับมาทุ่มตลาด และกลับมาสร้างความเสียหายหรือไม่ตามบทบัญญัติ และเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ มีหลักสำคัญในการพิจารณาต่ออายุคือ “การพิจารณาว่าหากยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด จะทำให้มีการทุ่มตลาดต่อไป หรือทำให้การทุ่มตลาดฟื้นคืนมาอีก” โดยในกรณีนี้มีปัจจัยที่สามารถบ่งชี้ว่า การทุ่มตลาด/ความเสียหายจะกลับมาอย่างครบถ้วน คือ 1.1 มีการใช้มาตรการเยียวยาทางการค้าจากหลายประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย แคนาดากับสินค้าที่ถูกพิจารณา 1.2 เวียดนามยังมีศักยภาพด้านการส่งออกสูง โดยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 2ของโลก โดยมีสัดส่วนการส่งออกต่อการผลิตที่ 64%1.3 ผู้ส่งออกรายอื่นๆ ที่มีอัตราการทุ่มตลาดสูงในอัตรากว่า 40% ที่ไม่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถาม ย่อมต้องกลับมาทุ่มตลาดแน่นอน

นอกจากนี้ การพิจารณาของกรมการค้าต่างประเทศ/คณะกรรมการ AD พิจารณาไต่สวนโดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมาย และความเป็นจริง เช่น ขณะที่มีการใช้มาตรการ ประเทศเวียดนามย่อมส่งออกสินค้าที่มีพฤติกรรมการทุ่มตลาดมาไม่ได้ กล่าวคือต้องเป็นสินค้าที่มีราคาที่เป็นธรรม (ไม่ต่ำกว่าที่ขายในประเทศเวียดนาม) ดังนั้นราคาสินค้านำเข้าย่อมสูงขึ้น หรือปริมาณการนำเข้าที่ลดต่ำลงจากการใช้มาตรการก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งทุกประเทศที่มีการใช้มาตรการก็เป็นเช่นนี้ แต่กรมการค้าต่างประเทศกลับเอามาเป็นประเด็นสำคัญในการยุติมาตรการ

กล่าวได้อีกว่าไม่แน่ใจว่ามีการตรวจสอบโดยหน่วยงานทางเทคนิคหรือยังว่าสินค้านำเข้าจากเวียดนามที่เอามาเปรียบเทียบราคา หรือการทุ่มตลาดเป็นสินค้าที่ถูกมาตรการหรือไม่เพราะราคาที่สูงๆ อาจจะเป็นสินค้าพิเศษ หรือสินค้าที่ได้รับการยกเว้นก็ได้ ซึ่งอาจจะตรวจสอบจากกรมศุลกากรได้ว่าถูกเรียกเก็บอากรหรือไม่ อีกทั้งถ้าเป็นสินค้าที่ถูกใช้ AD จริง หากไม่มีการทุ่มตลาดผู้ส่งออกย่อมต้องขอ review rateหรือขอคืนอากรอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าไม่มีการดำเนินการ เนื่องจากคาดว่าเป็นสินค้าคนละประเภทกัน

ถึงตรงนี้ต้องบอกอย่างนี้ว่าหากยุติแล้วเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมผู้ผลิตในประเทศ รวมถึง supply chain กระทรวงพาณิชย์/คณะกรรมการ AD จะรับผิดชอบได้อย่างไร เพราะกว่าจะสามารถขอใช้มาตรการได้อีกครั้งอุตสาหกรรมภายในประเทศต้องเสียหายเจียนตายกว่าอีก 2 ปี (รวมกระบวนการไต่สวน)

!! ประเด็นสุดท้าย...ผู้ผลิตเหล็กในประเทศต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า...ด้วยเหตุที่อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศมีเพื่อนสนิทที่เรียนร่วมกันใน วปอ. 63 ที่เป็นผู้นำเข้าเหล็กรายใหญ่ เลยอาจเข้าใจข้อมูลด้านเดียว ก็เลยมุ่งแต่จะส่งเสริมผู้นำเข้ามากกว่าการดูแลเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม และมีนโยบายเปิดเสรีโดยไม่สนใจเรื่องการค้าที่เป็นธรรม ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ EU ที่ส่งเสริมการค้าเสรีก็มีการใช้มาตรการ AD สินค้าเหล็กเป็นอันดับต้นๆ ของโลก กล่าวคือ ส่งเสริมการค้าเสรี แต่ไม่ส่งเสริมการค้าที่ไม่เป็นธรรม....!! ซึ่งดูจะแตกต่างกับวิธีคิดของราชการไทยเสียจริง

กระบองเพชร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
06:00 น. รมว.พลังงานย้ำไทยไม่ขาดแคลน ลั่นน้ำมันพอ ควักวันละ700ล.ตรึงราคา
06:00 น. กองทัพซัดเขมร อยู่ตรงไหนให้อยู่ตรงนั้น
06:00 น. ก๊วนลูกเทพ’พรึ่บรมต.ป้ายแดง ครม.หนูลงตัว ‘เอกนัฏ-วราวุธ-เฮ้ง’ผงาด
06:00 น. ‘เท้ง’สั่งรับมือ คดี44สส.ชงแก้ม.112 ผวา10ปชน.ชะตาขาด
06:00 น. กลับสู่มาตุภูมิ 29คนไทยหนีภัยลอตแรก
ดูทั้งหมด
ขึ้นมือ1โลก!'วิว'ร้อนแรงลิ่วตัดเชือกออลอิงแลนด์
ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนให้ที่ดิน พุทธมณฑล 2,500 ไร่ เป็นศาสนสมบัติกลาง
รัสเซีย จ่อเบนเข็มส่งก๊าซธรรมชาติจากยุโรปมาเอเชีย ไทยติดโผอันดับต้นๆ
'วิว'ทุบจีนขาด!ลิ่วรอบสอง-‘เมย์’เจ็บถอน‘ออล อิงแลนด์'
ประเดิมบุนเดสลีกา!‘ไมค่อนซูเปอร์10’ประเดิมสนามให้เสือใต้
ดูทั้งหมด
เรื่องของนักฉวยโอกาส..คาร์เพ็ทแบ็กเกอร์
ใครอยู่ยาว‘โมจตาบา’กับ‘ทรัมป์’
สงครามของจักรวรรดิ
นรกทาร์ทารัสแตก?
ศุภจี กับอนาคตมะพร้าวน้ำหอมไทย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก

เอาแล้วไง! 'แบงก์กรุงเทพ' ออกกฎ 'บัญชี e-Saving' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้

อันดับ 1 ในเอเชีย กรุงเทพฯคว้าแชมป์เมืองที่ดีที่สุด 2026 ยืนหนึ่งเรื่องกินเที่ยว

สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง

รมช.กห. เปิดยุทธการอากาศยานดับไฟป่าภาคเหนือ สกัด PM2.5 ขอ ปชช.หยุดเผาป่า

แก้วตา ตัดพ้อปม ฟ้า พรหมศร ย้ำ!การแสดงออกไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรง

  • Breaking News
  • รมว.พลังงานย้ำไทยไม่ขาดแคลน  ลั่นน้ำมันพอ  ควักวันละ700ล.ตรึงราคา รมว.พลังงานย้ำไทยไม่ขาดแคลน ลั่นน้ำมันพอ ควักวันละ700ล.ตรึงราคา
  • กองทัพซัดเขมร  อยู่ตรงไหนให้อยู่ตรงนั้น กองทัพซัดเขมร อยู่ตรงไหนให้อยู่ตรงนั้น
  • ก๊วนลูกเทพ’พรึ่บรมต.ป้ายแดง  ครม.หนูลงตัว  ‘เอกนัฏ-วราวุธ-เฮ้ง’ผงาด ก๊วนลูกเทพ’พรึ่บรมต.ป้ายแดง ครม.หนูลงตัว ‘เอกนัฏ-วราวุธ-เฮ้ง’ผงาด
  • ‘เท้ง’สั่งรับมือ  คดี44สส.ชงแก้ม.112  ผวา10ปชน.ชะตาขาด ‘เท้ง’สั่งรับมือ คดี44สส.ชงแก้ม.112 ผวา10ปชน.ชะตาขาด
  • กลับสู่มาตุภูมิ  29คนไทยหนีภัยลอตแรก กลับสู่มาตุภูมิ 29คนไทยหนีภัยลอตแรก
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

หมุนตามทุน : แนะชะลอก่อหนี้-บริหารสภาพคล่อง เพื่อผ่อนแรงกระแทกสงครามตะวันออกกลาง

หมุนตามทุน : แนะชะลอก่อหนี้-บริหารสภาพคล่อง เพื่อผ่อนแรงกระแทกสงครามตะวันออกกลาง

4 มี.ค. 2569

หมุนตามทุน : แนะกระจายพอร์ตลงทุน...รับมือ \'ระเบียบโลกใหม่\'

หมุนตามทุน : แนะกระจายพอร์ตลงทุน...รับมือ 'ระเบียบโลกใหม่'

25 ก.พ. 2569

หมุนตามทุน : การลงทุน...คือตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย

หมุนตามทุน : การลงทุน...คือตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย

18 ก.พ. 2569

หมุนตามทุน : ภาคอุตสาหกรรม...ยังจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทย

หมุนตามทุน : ภาคอุตสาหกรรม...ยังจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทย

11 ก.พ. 2569

หมุนตามทุน : ถึงเวลาพลิกฟื้น SMEs ด้วย Reinvent Thailand

หมุนตามทุน : ถึงเวลาพลิกฟื้น SMEs ด้วย Reinvent Thailand

4 ก.พ. 2569

หมุนตามทุน : ภาคผลิตภาคอุตสาหกรรมที่สวนทางกับตัวเลขส่งออก

หมุนตามทุน : ภาคผลิตภาคอุตสาหกรรมที่สวนทางกับตัวเลขส่งออก

28 ม.ค. 2569

หมุนตามทุน : เกิดอะไรขึ้นกับโครงการลงทุนของ รฟท.

หมุนตามทุน : เกิดอะไรขึ้นกับโครงการลงทุนของ รฟท.

21 ม.ค. 2569

หมุนตามทุน : เศรษฐกิจเวียดนามโตโดดเด่น หลังเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง

หมุนตามทุน : เศรษฐกิจเวียดนามโตโดดเด่น หลังเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง

14 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved