วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
nn จากการที่คณะกรรมการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและอุดหนุนซึ่งสินค้านำเข้า...ได้สรุปผลการพิจารณาขั้นต้นให้ยุติการขยายเวลาการบังคับใช้การตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนจากประเทศบราซิล อิหร่าน และตุรกี...สร้างความกังขาในหลักคิดของกระทรวงพาณิชย์ และคณะกรรมการ AD อย่างที่สุด...ในหลายประเด็นที่คณะกรรมการ AD นำมาพิจารณา
เช่นประเด็นที่ 1.ประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมายในการส่งออกของ Brazil, Iran, Turkey แม้ทั้ง 3 ยังคงมีอัตราการทุ่มตลาดสูง (22.85-34.62%) แต่ปี 2561-2564 การส่งออกจาก 3 ประเทศมายังไทย มีปริมาณลดลงจาก 13.48% เหลือ 2.17%...ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือ ไทยมีการนำเข้าสินค้าจาก3 ประเทศนี้ลดลง เนื่องจากมีการบังคับใช้มาตรการ AD อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของประเทศที่มีการใช้มาตรการ เหมือนกรณีประเทศต่างๆ ใช้มาตรการ AD กับไทยการส่งออกของไทยไปยังประเทศนั้นๆ ก็จะลดลงดังนั้น ถ้ายุติมาตรการเนื่องจากทั้ง 3 ประเทศยังมีอัตราการทุ่มตลาดสูง ย่อมมีโอกาสที่จะกลับมาส่งออกสินค้าทุ่มตลาดมายังประเทศไทย
2.ASEAN ไม่ใช่เป้าหมายในการส่งออกของ Brazil, Iran, Turkey...ข้อเท็จจริงคือ ประเทศใน ASEAN ที่มีการนำเข้าลดลงเนื่องจากประเทศที่เป็นเป้าหมายหลักมีการใช้มาตรการ AD ปริมาณที่ส่งออกมายังอาเซียนย่อมต้องลดลงอยู่แล้ว อีกทั้งประเทศที่เป็นผู้ใช้เหล็กรายหลักๆ เช่น เวียดนาม ปัจจุบันมีการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศสูงมาก ย่อมต้องส่งเสริมให้มีการใช้สินค้าเหล็กในประเทศอยู่แล้ว ดังนั้นการนำเข้าลดลงย่อมเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ หากพิจารณาสถิติการส่งออกสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนในภาพรวมของทั้ง 3 ประเทศจะเห็นได้ว่ามีการส่งออกที่สูงขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะปี 2564 ดังนั้น จากในภาพรวมที่ทั้ง 3 ประเทศ ยังมีกำลังการผลิตส่วนเหลือรวมกันกว่า 14 ล้านตันย่อมต้องหาช่องทางในการส่งออกอย่างแน่นอน และหากประเทศไทยยกเลิกมาตรการย่อมต้องเป็นช่องให้ทั้ง 3 ประเทศ กลับมาทุ่มตลาดอย่างแน่นอน รวมถึงส่งออกเพิ่มขึ้นทดแทนการนำเข้าลดลงของประเทศที่มีการลงทุนโรงงานเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศอย่างประเทศเวียดนามด้วย
3.การพิจารณาความเสียหายของอุตสาหกรรมภายใน 15 ปัจจัยดีขึ้น...ข้อเท็จจริง คืออุตสาหกรรมเหล็กปี 2564 มีสถานะดีขึ้นทั่วทั้งโลก เนื่องจากขาดแคลนอุปทานจากสถานการณ์โควิด ดังนั้นเมื่อ Supply น้อยกว่า Demand ย่อมส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้นดังนั้นควรจะพิจารณาในประเด็นนี้ รวมถึงที่เคยกล่าวไปแล้วว่าการพิจารณาต่ออายุมาตรการพิจารณาจากแนวโน้มที่ประเทศที่มีพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมจะกลับมาสร้างความเสียหายหรือไม่ การดูแค่ผลในช่วงเวลาการไต่สวนจึงไม่ถูกต้อง รวมถึงกรมการค้าต่างประเทศเองก็เคยชี้แจงว่าประเด็นความเสียหายในปัจจุบันไม่ใช่ประเด็นสำคัญในการต่ออายุมาตรการ
4.การใช้มาตรการ AD ของประเทศอื่นๆ กับทั้ง 3 ประเทศ มีเพียง USA, EU เท่านั้น...ข้อเท็จจริง USA = 1 ประเทศ EU = 27 ประเทศดังนั้นในความเป็นจริงเท่ากับว่าใช้มาตรการถึง 28 ประเทศ โดยเป็นประเทศที่มีปริมาณการใช้สินค้าเหล็กสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ดังนั้นหากยุติมาตรการไป ประเทศไทยก็จะกลับไปเป็นเป้าหมายของทั้ง 3 ประเทศต่อไป
ด้วยหลักคิดของที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าต่างประเทศและคณะกรรมการ AD ...จนนำไปสู่ผลการพิจารณาขั้นต้นให้ยุติการขยายเวลาการบังคับใช้การตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนจากประเทศบราซิล อิหร่าน และตุรกี ทั้งๆ ที่ทั้ง 3 ประเทศยังมีกำลังการผลิตส่วนเกินอีกกว่า13 ล้านตัน และยังคงมีพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากการถูกใช้มาตรการ AD สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนทั่วโลก...แน่นอนว่าผลลัพธ์คือนอกจากจะกลับมาสร้างความเสียหายให้กับผู้ผลิตในประเทศแล้ว ยังอาจจะสร้างความเสียหายให้กับผู้ใช้รายหลักของประเทศ และเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศด้วย…
เมื่อพิจารณาจากศักยภาพในการส่งออกทั้ง 5 ประเทศ มีกำลังการผลิตส่วนเหลือกว่า 170 ล้านตัน รวมถึงพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมที่ถูกใช้มาตรการ AD สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนจาก8 ประเทศทั่วโลก โอกาสที่ประเทศดังกล่าวจะกลับมาทุ่มตลาดหากยุติมาตรการไปนั้นมีสูงมาก และเชื่อว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และหากเป็นเช่นนี้ต่อไปความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่น หรือแม้แต่นักลงทุนประเทศต่างๆ ที่ต้องการลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศจะต้องสั่นคลอนอย่างแน่นอน
อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศปี 2565 (ม.ค.-พ.ย.) มีการอัตราการใช้กำลังการผลิตเพียงประมาณ 30% เป็นสินค้าเหล็กทรงยาว 32% (คงที่จากปี 2564) และเหล็กทรงแบน 28.2% (ลดลงจาก 33% ในปี 2564) ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ยังคงมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำคือ ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินเป็นจำนวนมากในระดับโลกและอาเซียนทำให้เกิดสินค้าทุ่มตลาดนำเข้าจากต่างประเทศ โดยปัจจุบันยังคงพบอยู่โดยเฉพาะจากประเทศจีน และเวียดนาม ที่ยังคงมีสินค้าทุ่มตลาดในหลายๆ ผลิตภัณฑ์เหล็ก โดยเฉพาะการส่งสินค้าเหล็กที่เจืออัลลอยเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้าในปัจจุบัน
ที่สำคัญไทยไม่ยังไม่สามารถใช้มาตรการปกป้องการทุ่มตลาดได้มีประสิทธิภาพเท่ากับมาตรการของต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา หรือสหภาพยุโรป ที่มีการบังคับใช้มาตรการ AD และมาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า (Anti Circumvention : AC) กับสินค้าดังกล่าว หรือแม้แต่การใช้มาตรการ Section 232 ของสหรัฐ หรือ Safeguard ของสหภาพยุโรป นอกจากนี้ข้อมูล WTO ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2565 พบว่ามีการบังคับใช้มาตรการ AD/CVD ต่อสินค้าเหล็กสำเร็จรูปถึงประมาณ200 กรณี และยังอยู่ระหว่างการไต่สวนอีกประมาณ120 กรณี (แยกตามสินค้า และประเทศที่บังคับใช้) โดยประเทศจีน และเวียดนามเป็นประเทศที่ถูกใช้มาตรการมากเป็นอันดับที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ส่วนประเทศหลักที่ใช้มาตรการ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหภาพยุโรป เป็นต้น
ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจก็ยังให้ความสำคัญในการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจากการค้าที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล็กเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำที่จะเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมที่สำคัญอื่นๆ...เหตุใดรัฐบาลไทย กระทรวงพาณิชย์ของไทย จึงไม่มีหลักการคิดเช่นนี้บ้าง???
กระบองเพชร

เต้ มงคลกิตติ์ ส่องานเข้า กกต.ส่งหนังสือเตือนพรรค หาเสียงด้วยนโยบายที่เป็นไปไม่ได้
ชัยทิพย์ ไม่หวั่น ป.ป.ช.ชี้มูลคดีเล่นพนันในสภา ขอแค่ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์ชาวบ้านยังรัก
พ่อลูเซียสต้องรู้เรื่องนี้ มัลฟอย เป็นเทพเจ้าองค์ใหม่รับตรุษจีน ชาวเน็ตแห่ติดรูปพรึ่บ ชมคลิป
ป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบ ปม สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง เบิกงบแข่งขัน ซีเกมส์ สูงเกินจริง
อีกแล้ว! จยย.พุ่งมาแรง เสียหลักไถลชน นักเรียนหญิง เดินข้ามทางม้าลายเจ็บหนัก (คลิป)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี