วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ฉบับใหม่ล่าสุด มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ได้มีผู้วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วไป
ข้อกำหนดที่สำคัญคือ ห้ามจำหน่ายสุราในเวลา 14.00-17.00 น. และ 00.00-11.00 น.(เป็นข้อกำหนดที่มีอยู่เดิม) และห้ามดื่มในเวลาที่ห้ามขายดังกล่าวหากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 10,000 บาท (เป็นข้อกำหนดใหม่)
ผลบังคับของกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่นี้ ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่ออกมาประกาศเตือนนักท่องเที่ยวประเทศตน ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
การที่ประเทศอื่นประกาศเตือนนักท่องเที่ยวของตน ที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้คนไทยที่เดิมอาจจะไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากนัก ตื่นตัวเป็นอย่างมาก
ตลกร้ายเกี่ยวกับกฎหมายใหม่นี้ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า ร้านอาหารทั่วไปที่มีลูกค้านั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากเผอเรอดื่มจนเกินเวลาที่กำหนด ทั้งเจ้าของร้านและลูกค้าจะถูกปรับ
เป็นจำนวนเงินถึง 10,000 บาท
แต่ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับเดิม ที่ลงนามเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2568 ยกเว้นการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยให้ถือว่ากระทำได้แม้ในเวลาที่ห้ามจำหน่ายในสถานที่ดังต่อไปนี้คือ การขายในอาคารที่ให้บริการกับผู้โดยสารในสนามบิน ที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ, ขายในสถานบริการตามที่กำหนดเวลาเปิด-ปิดของสถานบริการ, ขายในโรงแรม
นี่คือความแตกต่างระหว่างผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วไปที่เป็นรายเล็กกับสถานบริการ หรือโรงแรมที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่
ความหมายคือ ร้านอาหารทั่วไปขนาดเล็ก ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่ควบคุมไม่ได้แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นสถานบริการ หรือโรงแรม และสนามบิน ขายได้...เอวัง มีด้วยประการ เช่นนี้
หากย้อนไปถึงประเด็นการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลา 14.00-17.00 น. มีที่มาจากประกาศคณะปฏิวัติ เมื่อ พ.ศ. 2515 ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อห้ามและปรามพนักงานและข้าราชการบางส่วนในสมัยนั้น ที่ทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลากลางวัน จนล่วงเลยเวลาทำงาน และไม่สามารถทำงานได้
นอกจากนี้ อาจมีเจตนาที่ดีเพื่อสกัดกั้นเยาวชนและคนทั่วไป ให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ดีพอสมควร
ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันทางธุรกิจในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังถือว่า ลำบาก อาจมีธุรกิจบางอย่างที่ดำเนินไปได้ด้วยดีไม่มีปัญหา แต่ถือว่าเป็นส่วนน้อย
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ประเมินว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และธุรกิจต่อเนื่องที่เป็นร้านอาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว มีมูลค่าสูงถึง 6 แสนล้านบาทต่อปี และเชื่อมโยงกับสถานประกอบการกว่า 312,000 แห่งทั่วประเทศ
ล่าสุด รัฐบาลได้ตระหนักและเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยจะทบทวนเกี่ยวกับกำหนดเวลา และสถานที่ในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ และสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีโดยจะแก้ไขด้วยการออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
กฎหมายที่บัญญัติไว้และมีผลบังคับใช้ เมื่อเวลาผ่านไป ยุคสมัยเปลี่ยนไปจากที่เคยทันสมัยและเหมาะสมในสมัยหนึ่ง อาจกลายเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag

ไทรโยคระอุ! ‘ไฟไหม้สวนมะพร้าว-ไร่อ้อย’ ปะทุพร้อมกัน 3 จุด-วอดนับร้อยไร่
รถชนต้องผ่ามดลูกก่อนจริงมั้ย? ‘ปอย ตรีชฎา’ แสดงจุดยืนหนุนเปลี่ยนคำนำหน้าให้ตรงเพศสภาพ
หนุ่ม ๆตาค้าง ‘เบียร์ เดอะวอยช์’ เซ็กซี่ขยี้ใจในชุดว่ายน้ำตัวจิ๋ว
ถอดบทเรียนสงครามอิหร่าน นันทิวัฒน์ เตือนสติไทย! ชี้มีฐานทัพต่างชาติคือเป้านิ่ง เสี่ยงถูกทิ้ง
'บอย อนุวัฒน์'หิวแค่ไหนก็ต้องรอจนกว่าคุณภรรยา'เจี๊ยบ พิจิตตรา'ถ่ายรูปได้ช็อตเป๊ะ!ทั้งโต๊ะ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี