วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F-70F ”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) เผย บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันและรายได้จากการจำหน่ายตั๋วรถไฟฟ้า 4Q68 อยู่ที่ 443k (-0.6% YoY) และ 13.3 ล้านบาท (0% YoY) ส่วนจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันปี 2568 ก็ทรงตัว YoY ที่ 428.64 พันเที่ยว (เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2558-62 ช่วงก่อนโควิดที่ +5%/ปี) ขณะที่รายได้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 4.8% YoY อยู่ที่ 12.72 ล้านบาทผลดีจากการปรับเพิ่มราคาเริ่มมีผลตั้งแต่ ก.ค.2567 ในด้านธุรกิจทางพิเศษ มีปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันและรายได้ 4Q68 ทรงตัว YoY ที่ 1.13 ล้านเที่ยว (+0.7% YoY) และ 25.8 ล้านบาท (+0.4% YoY) ตามลำดับ ทำให้ค่าเฉลี่ยทั้งปี 2568 อยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยว (-1% YoY) และ 25.3 ล้านบาท (-1% YoY) ขณะที่เราพบว่าธุรกิจทางพิเศษซบเซามาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนธุรกิจระบบรางและการพัฒนาเชิงพาณิชย์ก็เติบโตได้ช้า
ประมาณการกำไรเบื้องต้น 4Q68F
เราคาดว่ากำไร 4Q68F ของ BEM จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ ที่ 791 ล้านบาท จากการไม่มีเงินปันผลรับกับจำนวนผู้โดยสาร/ปริมาณจราจรที่ซบเซาและรายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่ไม่เร่งตัวทั้ง 4Q และ 1Q ซึ่งโดยปกติเป็นช่วง low season ของธุรกิจ ขณะนี้ เราปรับลดกำไรปี 2568F ลง 3% อยู่ที่ 3.7 พันล้านบาท (ทรงตัว YoY) จากตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงของธุรกิจทางพิเศษและธุรกิระบบรางที่อ่อนแอ
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F-70F
ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันและรายได้จากธุรกิจทางพิเศษอ่อนตัวลงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินปี 2568 ก็ทรงตัว ส่วนหนึ่งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงและการเติบโตเศรษฐกิจอ่อนแอ เรายังไม่เห็น catalyst หลักในระยะใกล้ที่จะช่วยหนุนปริมาณจราจรและจำนวนผู้โดยสารของสายสีน้ำเงิน โดยเป็นไปได้ที่ธุรกิจระบบรางจะฟื้นตัวได้ในปลายปี 2570 เมื่อรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ฝั่งตะวันออก) เริ่มทดสอบเดินรถ ขณะที่โครงการที่มีศักยภาพของ BEM เช่น โครงการทางด่วนยกระดับมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท การลงนามกับ MRTA เพื่อเป็นผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ใต้) รวมถึงการประมูลทางด่วนเฟสใหม่ยังต้องรอรัฐบาลใหม่ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาช่วง 2H69 ขณะนี้ เราคาดกำไรปี 2569F-70F ของ BEM จะเติบโตไม่โดดเด่น บนสมมติฐานว่าปริมาณจราจรทรงตัว และจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันและรายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์เติบโตต่ำเพียง 1-2% ต่อปี อีกทั้งการปรับราคาขึ้นจะทำได้ยากขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ซบเซาและกำลังซื้อของประชาชนที่จำกัด
Valuation & action
เราปรับลดราคาเป้าหมาย SOTP จาก 7.50 บาท ลงใหม่ที่ 6.0 บาท (WACC ที่ 6% และ terminal growth ที่ 0%) มาจากธุรกิจหลัก 4.0 บาท (จากเดิม 5.35 บาท) ตามประมาณการเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น และจากมูลค่าเงินลงทุนใน TTW และ CK Power (CKP.BK/CKP TB) ที่ 0.65 บาท (จากเดิม 0.8 บาท) บวกกับมูลค่าโครงการสายสีส้มที่ 1.35 บาท ทั้งนี้การที่ยังขาดปัจจัยหลักกระตุ้นการเติบโตในระยะกลาง เราจึงปรับลดคำแนะนำ BEM ลงเป็นเพียง “ถือ” (จากซื้อ)
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

ยุไอซ์อย่าถอย! เพิ่มสิทธิ์ต่างด้าว นั่งบอร์ดประกันสังคม
ปชน.บุกน่าน ศิริกัญญา ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง
แห่ฟังล้นเวที! จูรี ปราศรัยใหญ่ เมืองคอน ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต
ธนาธรเดือด! ซัด กกต.ทำงานพลาด กระทบพรรคประชาชน ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก
ชื่นชอบ หลั่งน้ำตา ลั่นยอมชนปลวกพลังงานคืนเงินแสนล้านให้ประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี