วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
“ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F-70F ”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) เผย บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันและรายได้จากการจำหน่ายตั๋วรถไฟฟ้า 4Q68 อยู่ที่ 443k (-0.6% YoY) และ 13.3 ล้านบาท (0% YoY) ส่วนจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันปี 2568 ก็ทรงตัว YoY ที่ 428.64 พันเที่ยว (เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2558-62 ช่วงก่อนโควิดที่ +5%/ปี) ขณะที่รายได้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 4.8% YoY อยู่ที่ 12.72 ล้านบาทผลดีจากการปรับเพิ่มราคาเริ่มมีผลตั้งแต่ ก.ค.2567 ในด้านธุรกิจทางพิเศษ มีปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันและรายได้ 4Q68 ทรงตัว YoY ที่ 1.13 ล้านเที่ยว (+0.7% YoY) และ 25.8 ล้านบาท (+0.4% YoY) ตามลำดับ ทำให้ค่าเฉลี่ยทั้งปี 2568 อยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยว (-1% YoY) และ 25.3 ล้านบาท (-1% YoY) ขณะที่เราพบว่าธุรกิจทางพิเศษซบเซามาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนธุรกิจระบบรางและการพัฒนาเชิงพาณิชย์ก็เติบโตได้ช้า
ประมาณการกำไรเบื้องต้น 4Q68F
เราคาดว่ากำไร 4Q68F ของ BEM จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ ที่ 791 ล้านบาท จากการไม่มีเงินปันผลรับกับจำนวนผู้โดยสาร/ปริมาณจราจรที่ซบเซาและรายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่ไม่เร่งตัวทั้ง 4Q และ 1Q ซึ่งโดยปกติเป็นช่วง low season ของธุรกิจ ขณะนี้ เราปรับลดกำไรปี 2568F ลง 3% อยู่ที่ 3.7 พันล้านบาท (ทรงตัว YoY) จากตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงของธุรกิจทางพิเศษและธุรกิระบบรางที่อ่อนแอ
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F-70F
ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันและรายได้จากธุรกิจทางพิเศษอ่อนตัวลงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินปี 2568 ก็ทรงตัว ส่วนหนึ่งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงและการเติบโตเศรษฐกิจอ่อนแอ เรายังไม่เห็น catalyst หลักในระยะใกล้ที่จะช่วยหนุนปริมาณจราจรและจำนวนผู้โดยสารของสายสีน้ำเงิน โดยเป็นไปได้ที่ธุรกิจระบบรางจะฟื้นตัวได้ในปลายปี 2570 เมื่อรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ฝั่งตะวันออก) เริ่มทดสอบเดินรถ ขณะที่โครงการที่มีศักยภาพของ BEM เช่น โครงการทางด่วนยกระดับมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท การลงนามกับ MRTA เพื่อเป็นผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ใต้) รวมถึงการประมูลทางด่วนเฟสใหม่ยังต้องรอรัฐบาลใหม่ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาช่วง 2H69 ขณะนี้ เราคาดกำไรปี 2569F-70F ของ BEM จะเติบโตไม่โดดเด่น บนสมมติฐานว่าปริมาณจราจรทรงตัว และจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันและรายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์เติบโตต่ำเพียง 1-2% ต่อปี อีกทั้งการปรับราคาขึ้นจะทำได้ยากขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ซบเซาและกำลังซื้อของประชาชนที่จำกัด
Valuation & action
เราปรับลดราคาเป้าหมาย SOTP จาก 7.50 บาท ลงใหม่ที่ 6.0 บาท (WACC ที่ 6% และ terminal growth ที่ 0%) มาจากธุรกิจหลัก 4.0 บาท (จากเดิม 5.35 บาท) ตามประมาณการเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น และจากมูลค่าเงินลงทุนใน TTW และ CK Power (CKP.BK/CKP TB) ที่ 0.65 บาท (จากเดิม 0.8 บาท) บวกกับมูลค่าโครงการสายสีส้มที่ 1.35 บาท ทั้งนี้การที่ยังขาดปัจจัยหลักกระตุ้นการเติบโตในระยะกลาง เราจึงปรับลดคำแนะนำ BEM ลงเป็นเพียง “ถือ” (จากซื้อ)
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี