วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569

วันที่คอลัมน์นี้ออนไลน์จะตรงกับวันชาติอเมริกาพอดี นั่นคือวันที่ 4 กรกฎาคม ตอนแรกว่าจะเขียนถึงประเพณีนิยมในการฉลองวันชาติแบบอเมริกัน แต่พออ่านข่าวในอเมริกาในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เลยเปลี่ยนใจกระทันหัน เพราะลุงทรัมป์แกช่างสร้างปัญหาไว้จนน่าปวดหัว ตีหัวหมาด่าแม่เจ๊กวุ่นวายไปทั้งโลก
เริ่มจากเรื่องฮาๆ ในบ้านลุงแซมก่อนดีกว่า ใครที่ด่าผู้นำคนนั้นคนนี้ว่าทุเรศ ลองมาดูเฮียทรัมป์เสียก่อน เพราะแกทำตัวเปรี้ยวสมเป็นสุดยอดประธานาธิบดีอย่างแท้จริง นิตยสาร Time ขอให้ลุงทรัมป์ปลดภาพหน้าปก Time ปลอมที่ลุงทำขึ้นเองด้วยการเอาหนังหน้าตัวเองขึ้นปก โดยมีข้อความบนปกว่า “โดนัลด์ ทรัมป์ รายการ The ‘Apprentice’ สุดฮิตทางทีวี” ออกจากผนังรีสอร์ตหรู Mar-a-Lago ในฟลอริดา และสนามกอล์ฟอีก 4 แห่งของลุงทรัมป์ภาพหน้าปกดังกล่าวลงวันที่ 1 มีนาคม 2009 ซึ่งทางนิตยสารบอกว่า หน้าปกจริงในวันนั้นคือภาพดาราสาว “เคต วินสเลต” คือลุงหมดแล้วซึ่งยางอาย ถึงเอาหน้าตัวเองไปยัดเป็นปกแบบนั้น รู้ถึงไหนอายถึงนั่นกันเลยทีเดียว แต่ลุงอาจจะไม่อายก็ได้ เพราะทำแต่เรื่องทุเรศจนชินแล้ว
ข่าวนี้เรียกเสียงฮาลั่นบ้านลุงแซม ต่างก็ล้อเลียนทรัมป์กันใหญ่ จะว่าไปแล้ว ทรัมป์ไม่ได้กลายเป็นตัวตลกระดับในประเทศหรอก แต่กลายเป็นตัวตลกโลกให้ชาวโลกเม้ามอยกันสุดเหวี่ยง สอดคล้องกับผลสำรวจความคิดเห็นใน 37 ประเทศของสถาบันวิจัยพิวหลังจากที่ทรัมป์ ทำงานมาได้ 5 เดือน พบว่า ความนิยมสหรัฐฯ ในระดับนานาชาติลดลงเหลือแค่ 49% จากที่สถิติ 64%
การสูญเสียความนิยมในตัวลุงแซมกำลังเกิดขึ้นในวงกว้างทั้งในละตินอเมริกา, อเมริกาเหนือ, ยุโรป, เอเชีย และแอฟริกา ผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกร้อยละ 75% มองว่า ทรัมป์เป็นคนจองหอง ขาดความอดกลั้น และอันตราย
ในขณะที่พี่คิมคิ้วห้ามิติละมือจากการขัดจรวดแล้วหันมาตะโกนด่าทรัมป์ดังลั่นโลกว่าเป็นฮิตเวอร์แห่งศตวรรษที่ 21 คงต้องรอดูว่าป๋าทรัมป์จะต่อปากต่อคำเด็กแว้นซ์ว่าอย่างไร เพราะอาทิตย์ก่อนตี๋คิมก็ด่าไปหนหนึ่งแล้วว่าทรัมป์เป็นคนโรคจิต
อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ทรัมป์กระทืบหางมังกรจีนเต็มแรง อาจจะอารมณ์ค้างมาจากถ้อยคำถากถางเยาะเย้ยของอาตี๋คิมแห่งเกาหลีเหนือ เลยพะบู๊อาเฮียเสียหั่นแหลก เพราะทั้งอ้อนวอนทั้งขู่เข็ญแกมบังคับหลายหนแล้ว อาเฮียก็ไม่ขยับตัวจุ๊ปากเตือนอาตี๋คิมเสียที ไม่มีการตีก้นอะไรทั้งนั้น

ผลคือพี่ทรัมป์ถีบพญามังกรลงไปอยู่ที่เทียร์ 3 แนบข้างเกาหลีเหนือที่นอนเกาสะดืออยู่ในเข่งเทียร์ 3 นานแล้ว เล่นเอาอาเฮียหน้าเขียวขึ้นมาทันใด เพราะอาจโดนคว่ำบาตรไม่ให้การช่วยเหลือจากชาติอื่นๆ แต่เท่านี้ยังไม่สาแก่ใจพี่ทรัมป์ พี่เลยกระทืบซ้ำอีกหนตรงขนดหางมังกรด้วยการขายอาวุธให้ไต้หวัน คาดว่าคงเอาไต้หวันมาเป็นเบี้ยในการต่อรองกับพญามังกรนั่นเอง
เจอเข้าไปสองเด้ง พญามังกรถึงกับแผดเสียงก้องโลก คำรามใส่ทรัมป์ว่าให้เลิกขายอาวุธให้ไต้หวันทันที คงต้องจับตามองกันต่อไปว่าไอ้นกอินทรีหัวล้านจอมเซ็งลี้จะรับมืออย่างไรหลังจากเดินไปกระทืบหางมังกรถึงสองหนติดกันแบบนี้
ที่เล่ามาทั้งหมดนี่ยังไม่โหดเท่าสิ่งที่พี่ทรัมป์ทำต่อชาวมุสลิม ช่วงที่ผ่านเป็นช่วงสิ้นสุดการถือศีลอดหรือรอมฎอน โดยปกติแล้วทำเนียบขาวจะเปิดทำเนียบเพื่อจัดงานฉลองหลังการถือศีลอดของมุสลิมในอเมริกา ทำเนียบขาวเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงแก่ผู้นำชุมชนมุสลิมมาตั้งแต่ปี 1996 คือสมัยอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน กลายเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาจนถึงสมัยจอร์จ ดับเบิลยู บุช และบารัค โอบามา แต่พอมาถึงท่านทรัมป์ผมเป๋ พี่แกไม่ทำขึ้นมาซะงั้นแหละ เล่นเอามุสลิมในอเมริกาเงิบไปตามกัน เพราะเหมือนไม่ให้เกียรติกันอย่างน่าเกลียด
นอกจากจะไม่จัดงานเลี้ยงให้มุสลิมแล้ว ข่าวร้ายยังตามมาอีกระลอกหนึ่ง ชาวโลกรู้ว่าพอทรัมป์นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีปุ๊บ ก็ออกคำสั่งที่เรียกว่า “แบนมุสลิมเข้าอเมริกา” ขึ้นมาทันที โดยแบนนักเดินทางจาก 6 ชาติมุสลิม ประกอบด้วย ลิเบีย, อิหร่าน, โซมาเลีย, ซูดาน, ซีเรีย และเยเมน โดยห้ามเดินทางเข้าบ้านลุงแซมเป็นเวลา 90 วัน และห้ามผู้ลี้ภัยทั้งหมดเดินทางเข้าประเทศเป็นเวลา 120 วัน แต่ถูกขัดขวางจากหลายรัฐจนไปถึงขั้นตอนการฟ้องร้องต่อศาลขั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยมีคำวินิจฉัยว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินกว่าที่ได้รับมอบหมายจากสภาคองเกรส และละเมิดบทบัญญัติที่ได้ห้ามการกีดกันทางด้านเชื้อชาติ จึงยังไม่มีการบังตับใช้ เพราะตาทรัมป์แพ้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
แต่คนอย่างเฒ่าทรัมป์นั้นหัวดื้อยิ่งกว่าลา คือลงว่ากูจะทำแล้ว ต้องเอาให้ได้ สุดท้ายก็ลากไปจนถึงศาลสูงสุด ผลคือมะริกันที่เคยเฮๆ ที่ทรัมป์แพ้มาถึงสองศาลถึงกับเงิบ เพราะศาลสูงสุดดันโบกไฟเขียวให้ตาทรัมป์เสียนี่
ดังนั้นจากนี้ไปมุสลิมทั้ง 6 ชาติจะถึงคราวซวยโดยทั่วหน้ากัน เพราะศาลสูงสุดอนุญาตให้ทางการอเมริกันออกคำสั่งห้ามมุสลิม 6 ชาติเข้าอเมริกาเป็นเวลาสามเดือน และห้ามผู้ลี้ภัยทั้งหมดเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 120 วัน โดยกำหนดข้อยกเว้นให้เฉพาะชาวต่างชาติที่มีความสัมพันธ์ “โดยสุจริต” (bona fide) กับบุคคลหรือองค์กรในสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่รัฐคงต้องตีความคำว่า “โดยสุจริต” กันอ้วกแตกอ้วกแตนอย่างแน่นอน เพราะภาษาดิ้นได้ตลอดเวลา ศาลได้ยกตัวอย่างความสัมพันธ์ที่ถือว่าเข้าเกณฑ์ “โดยสุจริต” เช่น กรณีบุคคลทั่วไปจะต้องมีความสัมพันธ์ถึงระดับ “ญาติสนิท” กับผู้ที่พำนักอยู่ในอเมริกา ส่วนความสัมพันธ์กับองค์กรก็จะต้องมีเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการ เช่น นักศึกษาต่างชาติที่ถูกตอบรับเข้าเรียนในสถานศึกษาของอเมริกา หรือแรงงานต่างชาติที่ถูกว่าจ้างโดยบริษัทอเมริกัน เป็นต้น

แค่อ่านข่าวก็ปวดหัวแล้ว เหล่านักกฎหมายต่างก็เบ้ปากไปตามๆ กัน เพราะคำสั่งแบบนี้หมายถึงการเปิดไฟเขียวให้รัฐบาลทำอย่างไรก็ได้ในเรื่องนี้ ซึ่งตอนนี้เริ่มมีปัญหาขึ้นมาแล้ว เพราะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา
ส่งผลให้พลเมืองอิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย และเยเมน ถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 90 วัน และวอชิงตันยังงดรับผู้ลี้ภัยเข้าประเทศเป็นเวลา 120 วัน โดยยกเว้นให้เฉพาะคนที่มี “ความสัมพันธ์ทางครอบครัวอย่างใกล้ชิด” กับผู้ที่อาศัยอยู่ในอเมริกา ได้แก่ บิดามารดา, คู่สมรส, บุตร-ธิดา, คู่หมั้น, ลูกเขย-ลูกสะใภ้, พี่น้อง, พี่น้องที่เป็นลูกติดของพ่อเลี้ยง-แม่เลี้ยง และพี่น้องต่างพ่อ-ต่างแม่ แต่ไม่รวมถึงปู่ย่าตายาย, หลาน (ของปู่ย่าตายาย), ลุงป้าน้าอา, หลาน (ของลุงป้าน้าอา), ลูกพี่ลูกน้อง, พี่เขย-น้องเขย, พี่สะใภ้-น้องสะใภ้ ปัญหาคือทรัมป์ขีดวงให้แคบเท่าแมวดิ้นตาย โดยเฉพาะคำว่า “ญาติสนิท” ที่จำกัดวงแบบไม่ครอบคลุม จากนี้ไปคงเกิดความโกลาหนในเรื่องนี้อย่างแน่นอน อดไม่ได้ที่จะเห็นใจมุสลิมจาก 6 ประเทศที่อยากลี้ภัยหรืออยากเดินทางไปอยู่กับญาติพี่น้องในอเมริกา แต่กลับต้องพบกับคำสั่งมหาโหดแบบนี้เป็นของขวัญการฉลองวันชาติอเมริกา เรียกว่าเป็นตลกร้ายที่หัวเราะไม่ออกกันเลยทีเดียว

กรมอุตุฯ อัปเดตพยากรณ์อากาศวันนี้ เหนือ-อีสาน-ใต้ พื้นที่ไหนฝนฉ่ำ-คลื่นลมแรง
ชีพจรโลกธุรกิจ : 6 มิถุนายน 2569
กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ปรับโครงสร้างธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ปี’69 ทะลุ1,300ล้านบาท
สแกนธุรกิจย่านห้วยขวาง 53รายส่อนอมินี-โยงบัญชีเฝ้าระวัง
สแกนนอมินี-ทุนต่างชาติ อนุทินสั่งทุบ กระทบต่อความมั่นคง ลุยห้วยขวางพบ53ราย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี