วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

ศึกยักษ์ใหญ่เลี๊ยะพะกันสนั่นโลกในเวลานี้ คงไม่มีใครเกินศึกการค้าระหว่างไอ้นกอินทรีหัวล้านและพญามังกรได้ ดุเดือดเลือดพล่านแบบไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว ฟัดกันฝุ่นตลบผสมเสียงด่าเก๋าเจ๊งบ้าง แจกฟักแฟงแตงโมบ้างระงมไปทั้งสองซีกโลก
เคยเขียนถึงศึกระหว่างนกอินทรีและพญามังกรหลายรอบแล้ว เพราะคุกกรุ่นมาตลอด แต่พอตาลุงผมเป๋เดินแอ่นเข้ามานั่งกางขาในทำเนียบขาว ไฟสุมขอนกรุ่นๆ ก็โหมเชื้อกลายเป็นไฟลุกท่วมทันที โดยประกาศศึกอย่างเป็นทางการเมื่ออาทิตย์ก่อน หลังคำรามใส่กันไปมาร่วมปี
ตาลุงผมเป๋นัดตัวแทนพญามังกรร่วมเจรจาจ๊ะจ๋าในวอชิงตันดีซี แต่จบลงด้วยการกระทืบตีนตึงตัง นำโดยลุงทรัมป์คำรามใส่ว่า พวกลื้อควรทำตามที่อั๊วยื่นข้อเสนอ และเป็นข้อเสนอที่ปฎิเสธไม่ได้ อย่านึกนะว่าไอ้พรรคเดโมแครตจะชนะการเลือกตั้งรอบหน้า ปี 2020 แล้วลื้อจะดีลกับประธานาธิบดีที่มาจากเดโมแครต อย่าฝันเลย เพราะอั๊วนี่แหละที่จะครองทำเนียบขาวต่อ บ๊ะ..นี่ลุงไปเอาความมั่นหน้ามาจากไหนเนี่ย
จากนั้นก็ตบหน้าพญามังกรฉาดเบ้อเริ่ม ด้วยการเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรใหม่เพื่อลงโทษจีน ครอบคลุมสินค้านำเข้าปักกิ่งมูลค่า 200 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 10% เป็น 25% ต่อสินค้านำเข้าจีนจำนวน 5,700 ประเภท เจอแบบนี้อาเฮียถึงกับร้องไอ๊หย๋า..เค้าเป๋ ลื้อทำแบบนี้ได้ยางงาย.. อาทรัมป์
ส่วนลุงทรัมป์ก็ยักคิ้วแผล็บแล้วตบท้ายว่าบริษัทต่างๆ สามารถเลี่ยงต้นทุนที่เพิ่มเข้ามา ด้วยการหันมาผลิตสินค้าในบ้านอั๊วแทนสิ อืมมม์..เอางี้เลยนะ ลุง
พญามังกรลูบหน้าที่เป็นผื่นแดงป้อยๆ แล้วพ่นไฟกลับ ว่าจะจัดหนักกลับไปอย่างแน่นอน รองนายกรัฐมนตรีจีน หลิว เหอ ผู้นำคณะเจรจาการค้าที่กรุงวอชิงตันแสดงความเห็นว่า การขึ้นภาษีของทางอเมริกาเป็นสิ่งที่น่าผิดหวัง
นาทีนี้ทั้งพญามังกรและนกอินทรีต่างเล่นเกมแรงจัดหนักทั้งสองฝ่ายเพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ โดยมีผลข้างเคียงคือเกิดภาวะชาตินิยมทั้งสองฝั่งทางด้านการทูตและการค้า ไฟสุมขอนระหว่างสองประเทศคุกรุ่นมาระยะหนึ่งแล้ว จากปมปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ นั่นคือ การที่ลุงแซมเอื้อมมือไปจับมือไต้หวัน ทำให้พญามังกรเต้นผาง เพราะถือว่าไต้หวันเป็นเพียงมณฑลหนึ่งของจีน นอกจากนี้ยังมีเรื่องความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ที่จีนล่นบทพี่เบิ้ม คิดฮุบน่านน้ำโซนนั้นไว้จนกระทบกระทั่งกับประเทศต่างๆ ซึ่งบางประเทศเป็นลูกหาบของลุงแซมนั่นแหละ แถมด้วยประเด็นที่ลุงแซมหัวเราะเยาะโครงการ “แถบและเส้นทาง” (BRI) ของจีนว่าเป็นโครงการที่เย่อหยิ่งแต่ไร้ประโยชน์
หู สีจิน บรรณาธิการใหญ่ของโกลบอลไทมส์ หนังสือพิมพ์แทบลอยด์แนวชาตินิยมของจีนแสดงทัศนะในเรื่องนี้ว่า
“มองกันอย่างเป็นกลางปราศจากอคติแล้ว สงครามการค้าปลุกระดมความจงชังสร้างความเป็นศัตรูซึ่งกันและกันระหว่างชาวจีนกับชาวอเมริกันอย่างชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย”
แถมประกาศดังๆ ให้ได้ยินทั้งโลกว่า จีนไม่มีเหตุผลที่จะเกรงกลัวสงครามการค้า และพร้อมปกป้องอธิปไตยและศักดิ์ศรี ตลอดจนถึงสิทธิ์ในการพัฒนาในระยะยาวของตน เมื่อถูกข่มขู่ในเชิงยุทธศาสตร์
หมัดล่าสุดที่ลุงแซมรัวใส่พญามังกรคือ โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามอนุมัติออกคำสั่งฝ่ายบริหาร ห้ามบริษัทอเมริกันซื้ออุปกรณ์สื่อสารจากบริษัทที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งเน้นเป้าไปที่บริษัทหัวเว่ย รวมทั้งบริษัทเทเลคอมอื่นๆ ของจีน โดยอ้างว่าเป็น “ภัยคุกคาม” แล้วแจงสี่เบี้ยว่าปักกิ่งใช้บริษัทเหล่านี้เป็นเครื่องมือสอดแนม หนักไปกว่านั้นคือลุงแซมเดินสายล็อบบี้พันธมิตรทั่วโลกให้งดใช้อุปกรณ์ของบริษัทจีนในเครือข่าย 5จี โดยขู่ว่า ถ้าไม่ทำตามจะยกเลิกความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ลงดาบสองด้วยการเพิ่มชื่อของหัวเว่ยและบริษัทในเครืออีก 70 แห่งใน “รายชื่อนิติบุคคล” ที่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลอเมริกันก่อน บริษัทสหรัฐฯทั้งหลายจึงจะสามารถขายชิ้นส่วนและเทคโนโลยีให้บริษัทเหล่านี้ได้ โดยให้เหตุผลว่า หัวเว่ยละเมิดมาตรการแซงก์ชันอิหร่าน
ไม่ต้องถามผู้เชี่ยวชาญที่ไหนก็รู้ว่า ลุงแซมใช้วิธีเก่าๆ แบบมาเฟียบีบไข่พญามังกรให้ยอมก้มหัวศิโรราบนั่นแหละ เอาเรื่องเทคโนโลยี่มาบีบ เริ่มจากการจับลูกสาวประธานบริษัทหัวเว่ยโดยยืมมือแคนาดา หัวเว่ยกำลังพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้นำระดับโลกในเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายระบบ 5 จี ซึ่งเรื่องนี้ลุงแซมทนไม่ได้เลยต้องระดมพลพรรคนักเลงคุมโลกทั้งหลายมาช่วยกระทืบ หากไม่ช่วยลุงแซม ลุงก็จะหันมากระทืบสมุนตัวเองแทน
ส่วนหัวเว่ยนั้นเต้นงิ้วผางทันที ออกแถลงการณ์อย่างสุภาพแต่แสบถึงทรวงว่า ผลิตภัณฑ์ของตนไม่ได้เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศใดๆ ทางบริษัทยินดีร่วมมือกับรัฐบาลอเมริกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรับประกันความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์บริษัท ไงล่ะ..ฟังดูไพเราะรื่นหูในท่อนแรก แต่หลังจากพูดหวานไปแล้วก็เงื้อมือตบกลับเต็มแรง
หัวเว่ยย้ำว่าการปิดกั้นไม่ให้บริษัททำธุรกิจในอเมริกา ไม่ได้ทำให้อเมริกาปลอดภัยหรือแข็งแกร่งขึ้น แต่กลับเป็นการจำกัดทางเลือกของอเมริกา ไว้กับระบบที่ด้อยประสิทธิภาพกว่า แถมราคาแพง และทำให้อเมริกาล้าหลังในปรับใช้เครือข่าย 5 จี นี่คือการทำลายผลประโยชน์ของบริษัทและผู้บริโภคอเมริกันเอง นอกจากนั้นยังถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ของหัวเว่ยและอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายร้ายแรงอื่นๆ
แปลเป็นภาษาบ้านๆ คือ ทางอั๊วยินดีให้ความร่วมมือ แม้สินค้าอั๊วไม่ได้สอดแนมหรือคุกคามประเทศไหน แต่ลื้อต้องรู้ไว้นะ อาลุงแซมว่า การปิดกั้นของลื้อเนี่ย ไม่ได้ทำให้บ้านลื้อปลอดภัยขึ้นหรอก แต่ยิ่งทำให้พวกลื้อต้องทู่ซี้ทนใช้ของห่วยๆ ระบบกากๆ แต่ดันแพงหูฉี่ แถมไม่ทันโลกไม่ทันยุค 5 จีแบบระบบอั๊ว ที่สำคัญ อยากเตือนลื้อว่า ลื้อนั่นแหละที่ทำลายตัวเอง แถมละเมิดสิทธิ์อั๊วด้วย อั๊วมีสิทธิ์ทุกเมื่อในการฟ้องร้องนะเว้ย
เกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงว่า อเมริกาใช้อำนาจโดยมิชอบในการดิสเครดิตและปิดกั้นบริษัทจีน ซึ่งถือเป็นการดำเนินการที่ไร้เกียรติและไม่เป็นธรรม ไม่ต้องแปลนาน ทางจีนมองว่าลื้อนี่โคตรอั้งยี่เลย มาเฟียข่มขู่อั๊วชัดๆ ทุเรศที่สุด
ผลการปะทะส่งผลแล้วคือจีนยกเลิกการซื้อถั่วเหลืองจากอเมริกา ซึ่งบริเวณที่ปลูกถั่วเหลืองคือรัฐอินเดียน่าที่คนเขียนอาศัยอยู่ เกษตรกรแทบจะเป็นบ้าไปตามกัน นอกจากนี้จีนเพิ่งยกเลิกการสั่งซื้อเนื้อหมูจากอเมริกา เล่นเอาภาคการเกษตรถึงกับตาปริบๆ
อย่าว่าแต่เกษตรกรเลย แม้แต่ห้างวอลมาร์ทก็ออกข่าวว่ามีผลกระทบต่อสินค้าที่วางขาย ซึ่งห้างวอลมาร์ทนี้เป็นห้างขายสินค้าราคาประหยัด เป็นที่นิยมของอเมริกัน เพราะราคาถูกกว่าที่อื่น สรุปแล้วไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ความซวยตกอยู่ที่พลเมืองมะริกันในศึกอินทรีขี่มังกรหนนี้ เพราะรัฐบาลจีนหรือบริษัทในจีนไม่ได้เป็นผู้เสียภาษีดังกล่าว แต่ผู้ที่จ่ายคือผู้นำเข้าสินค้าจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทอเมริกัน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถูกผลักให้เป็นภาระของลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่คือผู้ผลิตและผู้บริโภคในบ้านลุงแซมทุกระดับ

มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 4-10 เม.ย.69
ทรัมป์ จัดหนัก ขอเพิ่มงบกลาโหมสหรัฐฯ ทะลุ 1.5 ล้านล้านดอลล์ สูงสุดตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
ปลัด มท.เผย 5 เม.ย.เพิ่มเครื่องบินทำฝนหลวง แก้หมอกควันภาคเหนือ
ดร.ณัฏฐ์ สวน ปิยบุตร บิดเบือนข้อเท็จจริง คดี 44 สส. ชี้ไม่ใช่นิติสงคราม
ดับฝันบวชทดแทนคุณ! หนุ่มวัย 22 ถูกฟันดับริมถนน-พ่อแม่ลั่นไม่ขออโหสิกรรม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี