วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569
สมชื่ออเมริกาอเมริโกยจริงๆ โดยเฉพาะด้านการค้าการขายอาวุธ แม้เศรษฐกิจด้านอื่นทรุดฮวบ จนบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาหลายบริษัท ต้องปลดพนักงานออกเพียบ แต่ดูเหมือนว่าตลาดด้านการค้าอาวุธของลุงแซมเฟื่องฟูอู้ฟู้สุดๆ
กระทรวงการต่างประเทศอเมริกาเปิดเผยว่า ยอดขายอาวุธยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ แก่รัฐบาลต่างชาติทั้งหลายเพิ่มขึ้นถึง 49% ในปีงบประมาณล่าสุด แตะระดับ 205,600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.7 ล้านล้านบาท รวมถึงการขายฝูงบินรบ F-15ID มูลค่า 13,900 ล้านดอลลาร์แก่อินโดนีเซีย เรือรบผิวน้ำอเนกประสงค์ (Multi-Mission Surface Combatant) แก่กรีซ มูลค่า 6,900 ล้านดอลลาร์ และเอบรามส์ M1A2 แก่โปแลนด์ มูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์
เจเนรัล ไดนามิคส์ คอร์ป เป็นผู้ผลิตรถถังเอบรามส์ ส่วนเครื่องบินรบ F-15 ผลิตโดยโบอิ้ง และล็อคฮีด มาร์ติน เป็นผู้ผลิตเรือ
รัฐบาลต่างชาติสามารถซื้ออาวุธจากบริษัทสหรัฐฯ ได้สองทาง ทางแรกคือการซื้อตรงจากบริษัทค้าอาวุธ เช่น โบอิ้ง และล็อคฮีด มาร์ติน ส่วนทางที่สองคือซื้อผ่านเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ประจำอยู่ตามสถานทูตอเมริกาในประเทศต่างๆ ซึ่งทั้ง 2 วิธีต้องผ่านการรับรองจากรัฐบาลอเมริกันเสียก่อน
ยอดการขายอาวุธแบบขายตรงระหว่างบริษัทอาวุธ กับรัฐบาลต่างชาติเพิ่มขึ้น 48.6% เป็น 153,700 ล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2022 จากระดับ 103,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2021 ส่วนยอดการซื้ออาวุธผ่านทางรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 49.1% เป็น 51,900 ล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2022 จากระดับ 34,800 ล้านดอลลาร์ ของปีงบประมาณก่อนหน้านั้น สรุปง่ายๆ คือเซ็งลี้ขายดีเฮงๆ ทุกทาง
แม้ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน มีการยิงขีปนาวุธใส่กันตูมตามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ลุงแซมก็ยังไม่วายโฆษณาขายอาวุธ ด้วยการประกาศว่า ใครที่อยากซื้ออาวุธเอาไปมอบให้ทางยูเครน เพื่อแสดงความเป็นพันธมิตรหรืออะไรก็ตามแต่ มาซื้อได้ที่อเมริกาจ้ะ ที่นี่มีขายครบวงจร
ล็อคฮีด มาร์ติน บริษัทผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ของโลกประกาศปังดังลั่นโลกว่า ใครอยากได้ ก็จัดออเดอร์มาเล้ย แถมเน้นย้ำว่า พร้อมยกระดับกำลังผลิต ให้ทันออเดอร์ใหม่ๆ จากนั้นแย้มพรายว่า บริษัทล็อคฮีด มาร์ติน พูดคุยกับบรรดาประเทศที่ 3 ที่อยากซื้อเครื่องบินรุ่นเอฟ 16 แล้วนำส่งต่อไปยังยูเครน นิสัยพ่อค้าเซ็งลี้ฮ้อชัดๆ คือแม้จะไม่ได้มีเอี่ยวกับการเจรจาความด้านการส่งมอบเครื่องบินเอฟ 16 ให้ยูเครน แต่ไปเกี๊ยะเซี๊ยะกับประเทศที่สามที่อยากซื้อเครื่องบินเอฟ 16 ส่งให้ยูเครนแทน แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือบริษัทล็อคฮีด มาร์ติน นับเงินฟ่อนโตแน่นอน เพราะมีแต่ได้กับได้
แถมประกาศออกมาในจังหวะเหมาะสมเสียด้วย เพราะออกมาหลังจากที่อเมริกากับเยอรมันจะส่งรถถังให้ยูเครน แต่เซเลนสกี้ที่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจแล้วว่าเป็นขอทานหรือประธานาธิบดี ออกมาดิ้นเร่ากระทืบตีนฟูมฟายว่า จะเอาๆ จะเอาขีปนาวุธและเครื่องบินเพิ่ม วุ้ย..ได้คืบเอาศอกนะเธอ
แต่จนถึงตอนนี้อเมริกายังลังเลที่จะมอบเครื่องบินขับไล่ใดๆ แก่ยูเครน ด้วยกังวลว่าอาจถูกใช้โจมตีดินแดนรัสเซีย โหมกระพือสงครามให้ลุกเป็นไฟโหมไฟม้กว่าเดิม แหมมมมมม..อยากลากเสียงให้ยาวถึงดาวอังคาร นี่ไม่กระพือโหมไฟเลยนะที่ผ่านมา เพราะอาจทำให้ความขัดแย้งที่ลากยาวเกือบปีระหว่างมอสโกกับเคียฟบานปลายมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญการขายเครื่องบินขับไล่ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ หรือการส่งมอบสู่ประเทศที่ 3 จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากทำเนียบขาวก่อน
มาดูกันว่าบริษัทค้าอาวุธสงครามเบอร์ต้นของโลกอยู่ที่ไหนกันบ้าง บริษัทค้าอาวุธจากอเมริกานั้นครองส่วนแบ่งกว่า 59% ของโลก และเกือบ 50 % ของบริษัทค้าอาวุธสงครามในโลกเป็นบริษัทอเมริกัน

บริษัทค้าอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ ล็อคฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin Corporation) ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมตัวสองบริษัทใหญ่ คือบริษัทขายเครื่องบิน Lockheed Corporation กับบริษัทขายจรวดและขีปนาวุธคือ Martin Marietta
สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์มเผยแพร่ข้อมูลอุตสาหกรรมอาวุธของโลกประจำปี 2561 จัดอันดับบริษัทที่มียอดขายจากการค้าอาวุธสูงที่สุดเอาไว้ 100 อันดับ 80 แห่งเป็นบริษัทที่มาจากอเมริกา ยุโรป และรัสเซีย ส่วนประเทศที่มียอดขายสูงสุด 4 อันดับแรกก็คือ อเมริกา รัสเซีย อังกฤษ และฝรั่งเศส ตรงนี้สิสำคัญ เพราะตัวเลขไม่โกหกว่า อเมริกาครองตำแหน่งยอดขายอันดับ 1 ในด้านการค้าอาวุธสงคราม
บริษัทผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ 5 อันดับแรกอยู่ในอเมริกาทั้งหมด โดยล็อคฮีด มาร์ติน เป็นบริษัทที่ครองแชมป์ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก ให้บริการผลิตภัณฑ์ด้านอากาศยาน อวกาศ และการป้องกันที่ทันสมัย เช่น เครื่องบินรบ Missile System เรดาร์และเซนเซอร์ในการตรวจจับตำแหน่ง สัดส่วนรายได้หลัก 27% มาจากการเครื่องบินรบ F-35 Joint Strike Fighter ซึ่งเป็นเครื่องบินที่มีราคาแพงที่สุดในโลกมูลค่ากว่า 78 ล้านดอลลาร์ต่อลำ โดยในปี 2021 สามารถส่งมอบเครื่องบินนี้ได้ 142 ลำ ในขณะที่มี ยอดจองมากกว่า 3,100 ลำยาวไปจนถึงปี 2035
สงสัยไหมว่าผลกำไรของบริษัทอเมริกันเหล่านี้ค้าขายอาวุธรุ่งเรืองขนาดไหน ช่วงต้นที่เกิดสงครามยูเครน-รัสเซีย ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจทั่วโลกทรุดฮวบ แต่เวบ Bi Brand Inside พาดหัวว่าหุ้นบริษัทอาวุธสงครามพุ่งขึ้น หลังชาติตะวันตกประกาศแซงชั่นรัสเซีย
โดยมีเนื้อข่าวดังนี้คือ แม้ตลาดทุนทั่วโลกจะปรับลดลงหลังการประกาศสงครามของรัสเซีย แต่หลังจากการประกาศแซงชั่นของชาติตะวันตก นำโดยอเมริกา ตลาดหุ้นหลายแห่งกลับมาปรับตัวเป็นบวก โดยเฉพาะบริษัทด้านอาวุธสงคราม ที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าตลาดทั้งหมด
Lockheed Martin Corp. บริษัทด้านอากาศยาน อวกาศ และการป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนามผู้ผลิตเครื่องบินรบ F-35 เพิ่มขึ้น 1.75% Northrop Grumman Corp. บริษัทผู้ผลิตอากาศยานทางการทหาร ต่อเรือรบ และเทคโนโลยีทางการทหาร เพิ่มขึ้น 2.44% ส่วน AeroVironment บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโดรนทางการทหาร ราคาหุ้นเพิ่ม 9.63% อีกบริษัทคือ Raytheon Company บริษัทผู้ผลิตมิสไซล์และเรเดาร์ เพิ่มขึ้น 2.75%ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นบริษัทอเมริกัน
คงพอมองเห็นภาพกันแล้วใช่ไหม มิตรรักแฟนเพลงทั้งหลายว่าใครกันนะที่ได้ผลประโยชน์จากสงคราม แล้วใครกันหนอที่คืออาชญากรสงครามตัวจริงของโลก ชาติไหนนะที่หากินกับความตาย

นราธิวาส ยกเลิกเคอร์ฟิว สถานการณ์คลี่คลายแล้ว หลังเหตุระเบิดป่วนใต้
'นิพิฏฐ์' เหน็บ 'พิพัฒน์' กินยาผิดซอง ปมแขวะ'ชวน-อภิสิทธิ์' ฝาก 'นริศ' สะกิดหน่อย
ชาวเน็ตแห่ อาลัย พยาบาลวัย 30 ปี เสียชีวิตขณะปฏิบัติงานเข้าเวรดึก
จารึกประวัติศาสตร์ ลิซ่า ลลิษา ผงาดพรมแดงงานลูกโลกทองคำ ได้รับเกียรติให้เป็นผู้ประกาศรางวัล
ยิปซีพยากรณ์'ดวงรายวัน'ประจำวันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2569

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี