วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569
หากเปรียบคู่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเป็นมวยหลัก มวยรองแห่งโลกคืออเมริกากับจีน แต่จะว่าไปไอ้คู่มวยหลักนั่น ทั้งอเมริกาและนาโต้หนุนหลังดันก้นยูเครนเหย็งๆ ทั้งให้น้ำทั้งซับแหงื่อรัวๆ พร้อมป้อนน้ำท่าอาหารไม่ขาด แต่เล่าถึงมวยหลักบ่อยแล้ว วันนี้ขอเล่าเรื่องมวยรองดีกว่า
ไอ้มวยรองคู่นี้ยังตีกันไม่หยุดทุกช่องทางและรูปแบบ สองอาทิตย์ก่อน อาเฮียสีเอาจริงใช้ปูนแดงกาหัวขึ้นบัญชีดำบริษัทค้าอาวุธอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกัน นั่นคือล็อคฮีด มาร์ติน และเรย์ธีออน เทคโนโลยีส์ โดยแบนทั้ง 2 บริษัทจากการนำเข้าและส่งออกที่เกี่ยวข้องกับจีน จัดหนักแบบไม่พักยก คือแบนทั้ง 2 บริษัทจากการลงทุนเพิ่มเติมในจีน ห้ามผู้บริหารระดับสูงเดินทางเข้าประเทศ ไม่ให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทอาศัยในจีน และกำหนดโทษปรับเป็นจำนวน 2 เท่าของมูลค่าอาวุธที่บริษัททั้ง 2 แห่งทำสัญญาขายให้ไต้หวัน
พอไปร่วมประชุมบนเวทีการประชุมด้านความมั่นคงโลกในเมืองมิวนิกที่เยอรมนี ไม่รู้ว่ามั่นคงแบบไหน ดันกลายเป็นเวทีสาดน้ำลายระหว่างอเมริกากับจีน ซัดกันนัวระหว่างอเมริกากับอาเฮียจีนแผ่นดินใหญ่ งานนี้ไม่มีใครยอมใคร สาดน้ำลายใส่กันอย่างเมามัน
หวัง อี้ กรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ผู้อำนวยการคณะกรรมการงานด้านกิจการต่างประเทศส่วนกลางของจีน กล่าวหาอเมริกาว่าละเมิดบรรทัดฐานระหว่างประเทศ ด้วยพฤติกรรมตีโพยตีพายเกินเหตุ ถ้าให้แปลแบบบ้านๆ คือ ลื้อนี่แม่งป๊อดนี่หว่า ขี้กลัวไม่เข้าเรื่อง เรื่องนี้มีเหตุมาจากการยิงบอลลูนของอเมริกานั่นแหละ
งานนี้แขกปะทะจีนที่แท้ทรู กมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ฟาดกลับว่า อเมริกามีปัญหากับการที่จีนมีความสัมพันธ์กับรัสเซียแน่นแฟ้นกว่าเดิม หลังจากรัสเซียบุกยูเครน โดยบอกว่าการที่จีนให้การสนับสนุนรัสเซีย ถือเป็นการทำลาย "ระเบียบโลก" ที่อยู่บนพื้นฐานของ "กติกา" อ่านข่าวแล้วอยากร้องแหมมมมมมยาวไปถึงดาวอังคาร ทำยังกะอเมริกาเคารพกติกาสากลโลกนักนี่
ส่วนเรื่องประเด็นสงครามยูเครน กมลาพูดชัดถ้อยชัดคำว่าอเมริกาจะไม่ถอยนะจ๊ะ ส่วนจีนนั้นนั่งซดน้ำชาอย่างใจเย็นแล้วยกมือหราปางห้ามญาติ บอกว่าอยากให้หาทางออกด้วยการเจรจามากกว่า จากนั้นก็ฟาดใส่อเมริกาอีกดอกว่า มีบางชาติแหละนะที่ไม่อยากให้สงครามยุติ
แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เลยหัวร้อน ออกมาฟาดซ้ำว่าจีนส่งอาวุธให้รัสเซียมาตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งที่อาเฮียก็ออกมาปฎิเสธทุกหนว่า อั๊วะไม่ได้ทำโว้ย แต่พวกอั๊วกำลังหาทางให้สงครามยุติด้วยหนทางสันติภาพ

อเมริกาคืออเมริกาวันยังค่ำ ถนัดเรื่องการป้ายสีชาติอื่น แต่ตัวเองทำบ้างกลับบอกว่านี่คือเรื่องดีงาม แอนโทนี บลิงเคนย้ำรัวๆ ว่า จีนเคยส่งมอบความช่วยเหลือที่ไม่ใช่อาวุธร้ายแรงให้รัสเซีย ตอนนี้อเมริกามีข้อมูลว่าจีนกำลังจะส่งอาวุธร้ายแรงให้รัสเซีย ซึ่งอเมริกาเตือนจีนไปแล้วว่า การทำเช่นนั้นจะสร้างปัญหาใหญ่ต่อความสัมพันธ์ระหว่างเราทั้ง 2 ชาติ
เฮ้ย..สมมุติว่าจริง แล้วทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ ในเมื่ออเมริกาประเคนอาวุธหนัก ทั้งรถถังเอย ปืนเอย แถมเงินอีกเพียบให้ยูเครนแบบไม่อั้น สรุปว่าคนอื่นทำเลวหมดสินะ
จีนปฏิเสธข่าวที่ว่ารัสเซียร้องขอการสนับสนุนทางทหาร ที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นั้นไม่เคยประณามมอสโกเรื่องการรุกรานยูเครน เพราะจีนพยายามวางตัวเป็นกลาง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายจบสงครามด้วยสันติวิธี จีนย้ำเรื่องนี้หลายครั้งหลายหน
ประเด็นที่ทำให้จีนถูกถล่มคือ จีนนั้นลงนามความตกลงเป็นหุ้นส่วนที่ไร้ขีดจำกัดกับมอสโก และยังไม่เคยแถลงประณามรัสเซียเลยแม้แต่ครั้งเดียว ได้แต่เน้นย้ำว่าอยากให้สงครามยุติตามวิถีสันติภาพ กระนั้นอเมริกาก็ขู่ฟ่อๆ ว่า จะจัดหนักจีน หากจีนส่งอาวุธให้พี่หมีขาว ซึ่งจีนก็ยืนยันตลอดว่าไม่เคยทำและไม่คิดทำ
จีนเน้นย้ำหนักแน่นว่า ขอเรียกร้องให้บางประเทศหยุดสุมไฟในสงครามครั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนยังเตือนประเทศที่ว่านี้ให้หยุดปล่อยข่าวในทำนองว่า “วันนี้ยูเครน... พรุ่งนี้ไต้หวัน” แล้วตบท้ายว่า จะยืนหยัดต่อต้านการใช้อำนาจครอบงำ และการแทรกแซงของต่างชาติต่อกิจการภายในของจีน โดยจะไม่ยอมรับการชี้นิ้วกล่าวหา และการบังคับข่มขู่ของสหรัฐฯ ในเรื่องความสัมพันธ์กับรัสเซีย
หลังสงครามยูเครนครบรอบปี ยังไม่มีชาติไหนสามารถชวนทั้งสองฝ่ายให้นั่งคุยอย่างสันติเพื่อยุติสงคราม จีนเลยประกาศแผนสันติภาพ 12 ประการ โดยมีใจความดังนี้ 1.เคารพอธิปไตยของทุกๆ ประเทศ 2.ละทิ้งแนวคิดแบบสงครามเย็น 3.หยุดใช้ความรุนแรง 4.ฟื้นฟูกระบวนการเจรจาสันติภาพ 5.แก้ไขวิกฤตด้านมนุษยธรรม 6.ปกป้องพลเรือนและเชลยสงคราม 7.ปกป้องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้มีความปลอดภัย 8.ลดความเสี่ยงทางยุทธศาสตร์ 9.อำนวยความสะดวกในการส่งออกธัญพืช 10.ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว 11.รักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน 12.สนับสนุนการฟื้นฟูประเทศหลังสงครามจบลง
เท่าที่อ่านมาก็ไม่เลวนักหรอก แต่แทนที่ลุงแซมจะเห็นด้วย กลับจิกกัดรัวๆ ลุงโจ ไบเดนไม่รู้ไปโดนตัวไหนมา ซัดเฮียสีรัวๆ ว่า การให้จีนเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยผลลัพธ์ของสงครามยูเครนนั้นเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล จากนั้นก็วิจารณ์ยับว่าไม่เป็นธรรมกับฝ่ายยูเครนลูกรักของอังเคิลแซม
แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอเมริกาเบ้ปากมองบน แล้วลงความเห็นว่า จีนกำลังเล่น 2 บทบาทพร้อมกัน ด้านหนึ่งพยายามแสดงท่าทีเป็นกลางและแสวงหาสันติภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเผยแพร่วาทกรรมผิดๆ ของรัสเซียเกี่ยวกับสงครามครั้งนี้
แล้วนาโต้ว่าไง เยน สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการนาโต้ก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน โดยกล่าวว่าจีนไม่มีเครดิตความน่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยประณามการรุกรานที่ผิดกฎหมายต่อยูเครนเลยสักครั้ง เอ้า ตกลงจะบีบให้ทุกชาติเห็นด้วยกันตัวเองหมดเลยเหรอ ตกลงอยากยุติสงครามกันจริงๆ หรือเปล่า หรือว่ายังอยากหาผลประโยชน์กันในสงครามครั้งนี้ ถามจริง โดยเฉพาะอเมริกา ตอนนี้เริ่มมีพลเมืองออกมาประท้วงสงครามยูเครนกันแล้ว
ผู้ชุมนุมต่อต้านสงครามหลายพันคนเดินขบวนในวอชิงตัน ประท้วงนโยบายกระหายสงครามของรัฐบาลตัวเอง เรียกร้องประธานาธิบดีโจ ไบเดน หยุดมอบอาวุธแก่ยูเครน และยุบนาโต้ เงื่อนไขข้อเรียกร้องนี้แสดงให้เห็นว่าคนอเมริกันเองก็คิดว่านอกเหนือจากยูเครนและรัสเซียคู่ขัดแย้งแล้ว อเมริกากับนาโต้เองนี่แหละที่คือตัวปัญหาเช่นกัน ถ้าจีนสามารถไกล่เกลี่ยได้ โดยที่ทั้งเซเลนสกี้และปูตินเห็นพ้องต้องกัน ก็ให้เฮียสีจัดการไปเถอะนะ

เทพไท ถามหา อรรถพล หายไปไหน! ทำไม อนุทิน ชูแค่ 3 รัฐมนตรี หาเสียง
สี จิ้นผิง สั่งปลด นายพลเบอร์หนึ่งกองทัพจีน หลังปล่อยความลับนิวเคลียร์ให้สหรัฐล่วงรู้
อดีต กกต แฉ เพื่อไทย แจกเงินล้าน ต้องรอ 200 ชั่วคน หรือ 15,000 ปี ถึงจะครบทุกคน
ไม่กลัวหน้าแหก! เท่าพิภพ ประกาศกร้าว พรรคประชาชน กวาด 319 ที่นั่ง
ยิปซีพยากรณ์'ดวงรายวัน' ประจำวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี