วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569
กลไกการได้ยินและอันตรายของเสียงดัง
คนเราได้ยินเสียงจากคลื่นเสียง โดยคลื่นเสียงผ่านจากหูชั้นนอก เข้าไปสู่หูชั้นกลาง ผ่านกระดูกหู 3 ชิ้นและเข้าสู่หูชั้นใน บริเวณกระดูกหูชั้นกลางจะมีกล้ามเนื้อเกาะอยู่ ซึ่งเมื่อเสียงดังมากเกินไปผ่านเข้ามาจะมีกลไกป้องกันโดยกล้ามเนื้อจะหดตัวเพื่อช่วยลดระดับเสียงที่จะผ่านเข้าไปสู่หูชั้นใน หูชั้นในจะมีอวัยวะรูปก้นหอย (Cochlea) ซึ่งภายในบรรจุของเหลวไว้ และมีเซลล์ขน (Hair cell ) รับความรู้สึกสั่นสะเทือนและแปลงเป็นคลื่นประสาทส่งไปสมองเพื่อแปลความหมายเสียงที่ได้ยิน

NIHL เกิดได้อย่างไร
การได้ยินเสียงดังมากทันทีหรือเสียงดังต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินกว่าการป้องกันของธรรมชาติทำให้เซลล์ขน (Hair cell) เกิดการสั่นสะเทือนต่อเนื่องนานติดต่อกันจนไม่สามารถปรับคืนสู่สภาพปกติและหลุดร่วงไป เกิดการขาดช่วงการเดินทางของเสียงไปยังสมอง ทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินเกิดขึ้น
การสัมผัสเสียงดังทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของความสามารถในการได้ยิน แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ แบบชั่วคราวและถาวรโดยการสูญเสียการได้ยิน
ชั่วคราว เรียกว่า Temporary threshold shift : TTS พบว่าจะมีการได้ยินลดลงในช่วง 3,000-6,000 Hzและมักพบอาการเสียงดังในหู tinnitus ร่วมด้วย ระยะเวลาในการฟื้นตัวมักไม่เกิน 24 ชั่วโมง และถ้ามีการสัมผัสเสียงดังต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินถาวร เรียกว่า Permanent treshold shift ( PTS ) ซึ่งเกิดจากเซลล์รับเสียงถูกทำลายอย่างถาวร
การที่เซลล์ขนถูกทำลายอย่างถาวร แบ่งเป็น 2 ลักษณะ
1.Acoustic trauma: เกิดจากการได้รับเสียงดังมากในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น เสียงระเบิด, ปืน
2.Noise Induced Hearing loss คือ การสูญเสียการได้ยินแบบค่อยเป็นค่อยไปเกิดในผู้ที่ทำงานเสียงดังเป็นเวลานาน ๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น
องค์ประกอบที่เป็นสาเหตุให้เกิด Noise Induced Hearing loss
1.ระดับความดังของเสียง - สัมผัสเสียงดังเกิน 80 เดซิเบล ขึ้นไป นานๆ จะมีโอกาสสูญเสียการได้ยินความถี่ของเสียง-เสียงความถี่สูงหรือแหลมจะทำลายประสาทการได้ยินมากกว่าเสียงทุ้ม
2.ระยะเวลาที่ได้รับเสียงต่อเนื่อง
3.สมรรถภาพและความทนต่อเสียงของระบบการได้ยิน
4.สุขภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
5.การใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงดัง สามารถป้องกันหูตึงได้ หากอุปกรณ์นั้นมีคุณภาพ และผู้ใช้สวมใส่อย่างถูกต้อง
เสียงดังแค่ไหน ? จึงจะเกิดอันตราย
ผลจากการศึกษาวิจัยได้มีการกำหนดมาตรฐานสากลขึ้นกำหนดให้ระดับความดังของเสียงไม่เกิน 85 เดซิเบล(เอ) สำหรับผู้ปฏิบัติงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 90 เดซิเบล (เอ) เมื่อทำงาน 4 ชั่วโมงต่อวัน
มาตรการการจำกัดระยะเวลาในการสัมผัสเสียงที่ระดับความดังต่างๆ
OSHA (Occupational and Safety Health Administration) และ ACGIH แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา กำหนดระดับเสียงดังที่อาจได้ยินหรือสัมผัสในระยะเวลาหนึ่งๆ อย่างละเอียด
ระยะเวลาต่อวัน (ชั่วโมง) ระยะเสียงดัง (เดซิเบล-เอ)
.gif)
โดยที่ : ระยะเวลาทำงานต้องลดลงครึ่งหนึ่ง ในทุกๆ 3 เดซิเบลที่เพิ่มขึ้น
สำหรับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม
หมวด 3 เสียง
ข้อ 13 ภายในสถานที่ประกอบการที่ให้ลูกจ้างคนใดคนหนึ่งทำงานดังต่อไปนี้
1) ไม่เกินวันละเจ็ดชั่วโมง ต้องมีระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับติดต่อกันไม่เกิดเก้าสิบเอ็ดเดซิเบล (เอ)
2) เกินกว่าวันละเจ็ดชั่วโมง แต่ไม่เกิดแปดชั่วโมง จะต้องมีระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับติดต่อกันไม่เกินเก้าสิบเดซิเบล(เอ)
3) เกินวันละแปดชั่วโมง ต้องมีระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับติดต่อกันไม่เกินแปดสิบเดซิเบล (เอ)
ข้อ 14 นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานในที่ที่มีระดับเสียงเกินกว่าร้อยสี่สิบเดซิเบล (เอ) มิได้
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2512 เรื่องหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน
ความสำคัญ คือ กำหนดมาตรฐานเสียงดังในโรงงานไว้ที่ 80 เดซิเบล และหากเสียงดังเกินกว่าที่กำหนดหรืออาจเป็นอันตรายต่อแก้วหู ทางโรงงานต้องจัดให้มีอุปกรณ์ลดเสียงที่มีประสิทธิภาพ
ด้วยความปรารถนาดีจาก
พ.ต.(หญิง) พญ. สายสุรีย์ นิวาตวงศ์
ราชวิทยาลัย โสต ศอ นาสิก แพทย์แห่งประเทศไทย

'เกรท–ไมค์–ดัง–โดม'นำทัพศิลปินระเบิดความมันส์ 'บ้านสมเด็จเฟสติวัล 2'จัดหนัก 3 วันเต็ม!
เตรียมพบปรากฎการณ์ห้างแตก! 'จี-ยู ครีเอทีฟ'เชิญคนดังรับรางวัล JAPAN EXPO AWARDS2026
'ช่อง 7HD' เปิดพื้นที่ความสนุก จัดกิจกรรม '7HD คิดดี คิดส์เดย์'
รมช.มหาดไทยเขมรตีมึน ตั้งคำถามทำไมสแกมเมอร์เลือก กัมพูชา เป็นฐานปฏิบัติการชั่ว
วิโรจน์ ช่วยหาเสียงฝั่งธนฯ ชูสวัสดิการถ้วนหน้า ย้ำทีมบริหารรัฐบาลปชน. เอาวาระประเทศเป็นตัวตั้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี