วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันศุกร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.
เรื่องที่รัฐบาลใหม่ควรสานต่อ

ดูทั้งหมด

  •  

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้แถลงข่าว “ประเมินผลงาน ปฏิรูป 5 ปี รัฐบาลประยุทธ์ (1): ติดตามความคืบหน้าแก้ปัญหาประเทศ”


ทีดีอาร์ไอได้ชี้ให้เห็นทั้งเรื่องที่รัฐบาล คสช.ทำสำเร็จ และเรื่องที่ควรสานต่อในรัฐบาลต่อไป

ยกตัวอย่างบางประเด็นที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

1. เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร

ทีดีอาร์ไอระบุว่า รัฐบาล คสช.สามารถผลักดันให้เกิดผลสำเร็จในหลายเรื่อง เช่น

การขายข้าวจากโครงการจำนำข้าว 17.76 ล้านตัน ได้ในเวลาไม่ถึง 4 ปี ถือว่าเร็วกว่าในอดีต (ยกเว้นส่วนที่ติดคดีประมาณ 3.45 แสนตัน) โดยใช้วิธีประมูลอย่างโปร่งใส ซึ่งช่วยลดภาระการขาดทุน และลดแรงกดดันราคาข้าวไทยให้อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ชาวนาได้ประโยชน์และการค้าข้าวกลับสู่ภาวะปกติ และไทยสามารถทวงคืนส่วนแบ่งตลาดข้าวหอมในฮ่องกงที่สูญเสียให้แก่เวียดนามในช่วงนโยบายจำนำข้าวทุกเมล็ด

การอุดหนุนโดยตรงแก่เกษตรกร องค์กรของเกษตรกรและโรงสี เช่น การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและค่าปรับปรุงคุณภาพข้าว การให้สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าว การชดเชยดอกเบี้ยให้โรงสีในการเก็บสต๊อกข้าว เป็นต้น ซึ่งโดยรวมแล้ว ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิสูงขึ้น โดยรัฐไม่เข้าแทรกแซงหรือสร้างผลกระทบต่อตลาดมาก

การแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานหรือขาดการควบคุม (IUU) โดยรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วตามแรงกดดันของสหภาพยุโรป ทำให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าประมงไปสหภาพยุโรปได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาในระยะแรกละเลยผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวประมงพื้นบ้าน และให้การเยียวยาผู้เสียหายล่าช้ากว่า 4 ปี โดยเพิ่งชดเชยค่าซื้อเรือในงวดแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 นอกจากนี้ ยังมีปัญหาขัดแย้งระหว่างประมงชายฝั่งกับประมงเชิงพาณิชย์ที่ยังไม่ได้รับแก้ไขอย่างเพียงพอ

ทีดีอาร์ไอระบุว่า รัฐบาลใหม่ควรดำเนินการพัฒนา ดังนี้

จัดให้มีการวิจัยที่อิงความต้องการของตลาด โดยเน้นการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง และช่วยเกษตรกรปรับตัวรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โดยให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทาง เป้าหมายและออกค่าใช้จ่ายบางส่วน

ปรับบทบาทของรัฐจากผู้ดำเนินการส่งเสริมเอง มาเป็นผู้สนับสนุนทุนและทรัพยากรในการส่งเสริมการเกษตรของภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน มหาวิทยาลัยและกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มผลิตภาพ และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เกษตรกรและระบบการผลิตที่แตกต่างกัน

ปรับโครงสร้างภาคเกษตรให้มีความสามารถในการแข่งขัน โดยส่งเสริมให้เกษตรกรลงทุนปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตในระยะยาว ทั้งการเปลี่ยนชนิดพืช เทคโนโลยี ลงทุนปรับปรุงที่ดินเพื่อทำเกษตรมูลค่าเพิ่มสูง หรือเกษตรแปลงใหญ่ โดยให้เกษตรกรผู้เช่าและเจ้าของที่ดินร่วมกันลงทุนระยะยาวในรูปนิติบุคคลหรือในระบบพันธสัญญา เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน โดยรัฐบาลสนับสนุนด้านความรู้และการเงิน และขจัดอุปสรรคด้านกฎระเบียบต่างๆ เช่น กฎหมายเช่าที่ดินเกษตรและกฎหมายบังคับคดี ซึ่งทำให้ต้นทุนทางการเงินเพื่อลงทุนการเกษตรอยู่ในระดับสูง

2. เรื่องการปฏิรูปการศึกษา

ทีดีอาร์ไอระบุว่า รัฐบาล คสช.สามารถผลักดันให้เกิดผลสำเร็จในหลายเรื่อง เช่น

การตั้ง “กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” สร้างระบบสารสนเทศเพื่อระบุตัวตนเด็กยากไร้ รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ และจัดสรรเงินช่วยเหลือ
เด็กยากจน โดยได้จัดสรรไปแล้วราว 4 แสนคน

การจัดตั้ง “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ขึ้นมาใน 6 พื้นที่ เพื่อใช้กลไกจังหวัดขับเคลื่อนการศึกษา ขยายผลนวัตกรรมการเรียนรู้รูปแบบใหม่ และเพิ่มอิสระให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ซึ่งเข้าร่วม

การออก พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 เพื่อสร้างหลักประกันให้เด็กเล็กได้รับการดูแลพัฒนาการอย่างเหมาะสม

ทีดีอาร์ไอระบุว่า รัฐบาลใหม่ควรดำเนินการ ดังนี้

เพิ่มทรัพยากรให้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ให้สามารถลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้มากขึ้น

สนับสนุนการจัดการการศึกษารูปแบบใหม่ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 6 พื้นที่ซึ่งดำเนินการไปแล้ว โดยออกกฎระเบียบระดับรองเพื่อลดอุปสรรคในการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษา กระตุ้นให้หน่วยงานด้านการศึกษาของรัฐในพื้นที่ให้การสนับสนุน และส่งเสริมการประเมินผลการดำเนินงานบนฐานของข้อมูลจริง

เพิ่มการพัฒนาทักษะผู้อำนวยการโรงเรียนให้สามารถเป็น “ผู้นำวิชาการ” ที่ทำให้เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครู (PLC) ได้จริง และเพิ่มช่องทางในการจัดสรรเงินงบประมาณการพัฒนาครูโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ซึ่งจะทำให้ครูไม่ต้องออกนอกพื้นที่และสามารถร่วมพัฒนาโรงเรียนไปในทิศทางเดียวกันได้

ลดภาระจากการประเมิน โดยลดจำนวนโครงการต่างๆ ที่สร้างภาระการประเมินให้แก่ครูเพื่อคืนครูสู่ห้องเรียนเพิ่มขึ้น โดยสำรวจโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่และบูรณาการโครงการที่มีเป้าหมายคล้ายคลึงกันเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะโครงการด้านคุณธรรมและจริยธรรมที่ซ้ำซ้อนกันจำนวนมาก

3. เรื่องการคมนาคม

ทีดีอาร์ไอระบุว่า รัฐบาล คสช.สามารถขับเคลื่อนสำเร็จ เช่น

โครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งได้อนุมัติให้เริ่มก่อสร้างไปแล้ว 5 เส้นทาง เพิ่มเติมจากเส้นทางเดิมที่มีการก่อสร้างอยู่แล้ว ซึ่งจะมีผลให้มีการเปิดรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ อย่างน้อยปีละหนึ่งเส้นทาง ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปต่อเนื่องไปหลายปี

โครงการรถไฟทางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งได้อนุมัติให้เริ่มก่อสร้างไปแล้วหลายช่วง ซึ่งจะทำให้ระบบรถไฟระหว่างเมืองซึ่งเดิมเป็นทางเดี่ยว มีความจุและมีคุณภาพของบริการที่ดีมากขึ้นในอนาคต และคาดว่าจะทำให้เกิดการลงทุนในการก่อสร้างและงานระบบกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี ต่อเนื่องไปตลอด 3-4 ปีข้างหน้า

การจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ ซึ่งสามารถย้ายจุดจอดรถตู้โดยสารระหว่างจังหวัดไปยังสถานีขนส่ง ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด แม้จะทำให้เกิดความไม่สะดวกของผู้ใช้บริการบางส่วน

การจำกัดอายุรถตู้โดยสารสาธารณะไว้ที่ 10 ปี และติดตั้ง GPS กับรถโดยสารประจำทางเพื่อกำกับดูแลด้านความเร็ว ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุร้ายแรงได้บางส่วน

สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรดำเนินการ เช่น

วางกลไกให้ระบบรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางต่างๆ สามารถใช้งานร่วมกันได้ เพื่อสร้างการประหยัดจากขนาด และเพิ่มประสิทธิภาพของบริการ, วางกลไกบริหารจัดการสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เพื่อแก้ไขปัญหาค่าโดยสารที่จะมีราคาแพงในอนาคต, จัดระเบียบรถแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ตลอดจนเปิดเสรีบริการการใช้แอพพลิเคชั่นเรียกรถรับจ้างสาธารณะ ควบคู่ไปกับการปรับอัตราค่าโดยสารขั้นต่ำของรถแท็กซี่

4. เรื่องสวัสดิการสังคมและการลดความเหลื่อมล้ำ

ทีดีอาร์ไอระบุว่า รัฐบาล คสช.มีผลงานสำคัญ เช่น

การจัดทำโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ซึ่งมุ่งช่วยเหลือประชาชนยากจนแบบเจาะจง ประมาณ 14.5 ล้านคน โดยบูรณาการข้อมูลจากแหล่งต่างๆ จำนวนมาก 
แทนการให้สวัสดิการถ้วนหน้าที่ใช้ในรัฐบาลก่อนหน้า (เช่น โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถ้วนหน้า) ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ จากโครงการนี้มีส่วนช่วยลดภาระทางการเงินที่เป็นรายจ่ายประจำ ทำให้ผู้ถือบัตรสามารถวางแผนการใช้จ่ายระยะปานกลางได้ดีขึ้น

โครงการให้เงินอุดหนุนการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในครอบครัวยากจน ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาวที่มีผลตอบแทนการลงทุนทางสังคมสูงมาก

การออก พ.ร.บ. ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ได้สำเร็จภายในเวลา 1 ปีหลังรับตำแหน่ง และออก พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ในช่วงปลายรัฐบาล ทั้งที่รัฐบาลก่อนหน้าไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ในความพยายามลดความเหลื่อมล้ำ แม้มาตรการนี้มีประสิทธิผลน้อย

ทีดีอาร์ไอระบุว่า รัฐบาลใหม่ควรดำเนินการ ดังนี้

พัฒนาโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ต่อเนื่องไป โดยปรับปรุงรายละเอียดของโครงการตามผลการประเมิน ซึ่งควรดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ในขณะเดียวกัน ควรใช้สวัสดิการแบบถ้วนหน้าสำหรับสวัสดิการที่สำคัญและมีผลตอบแทนในการลงทุนสูง เช่น สวัสดิการเด็กปฐมวัย

เร่งเตรียมความพร้อมของแรงงานกลุ่มเสี่ยง ทั้งการพัฒนาระบบเพื่อสร้างทักษะที่เหมาะสมกับประชากรกลุ่มเสี่ยง และเตรียมสร้างตาข่ายสังคม (Safety Net) เพื่อรองรับแรงงานที่ตกงานจากการตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

5. ทีดีอาร์ไอได้สรุปภาพรวมไว้อย่างน่าสนใจว่า “ตลอดระยะเวลา 5 ปีในการดำรงตำแหน่ง รัฐบาลประยุทธ์ได้สร้างผลงานที่สำเร็จออกมาเป็นรูปธรรมไว้หลายด้าน ริเริ่มโครงการใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อประเทศ ซึ่งสมควรได้รับการสานต่อ ในทางกลับกัน รัฐบาลก็ดำเนินนโยบายอีกหลายด้านที่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งก่อให้เกิดปัญหา ซึ่งเกิดขึ้นจากทั้งความเข้าใจผิด การกำหนดนโยบายโดยไม่ผ่านการปรึกษาหารืออย่างรอบด้าน การรวมศูนย์อำนาจ การใช้ระบบราชการและรัฐวิสาหกิจเป็นหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย โดยละเลยกลไกอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ตลอดจนการที่รัฐบาลถูกแทรกแซงโดยกลุ่มผลประโยชน์ นโยบายในกลุ่มหลังนี้สมควรได้รับการทบทวนและปรับปรุงให้ดีขึ้น หรือแม้กระทั่งยกเลิกไปโดยรัฐบาลใหม่”

สมควรที่รัฐบาลใหม่ นำโดยพลเอกประยุทธ์ จะได้พิจารณาประกอบการตัดสินใจต่อไป โดยยึดถือเอาประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเป็นสำคัญ

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
08:44 น. จ๊ะ นงผณี น้ำตาร่วงกลางเวที กัดฟันโชว์สปิริตเพื่อแฟนเพลง แม้พ่อวิกฤตอยู่ ICU
08:33 น. เพชรเม็ดงามที่ถูกเวลา! อัษฎางค์ ชี้ ศุภจี คือตราประทับคุณภาพ เปลี่ยนภูมิใจไทยจากพรรคบ้านใหญ่สู่สากล
08:11 น. ฝีดาษลิง พุ่งไม่หยุด นนทบุรี ป่วยสะสม พุ่งอันดับ 3 ของประเทศ
08:03 น. ศูนย์จีโนมทางการแพทย์เจาะลึก ไวรัสนิปาห์ ความจริงจากค้างคาวสู่คน และเกราะป้องกันของประเทศไทย
08:02 น. งดงามสะกดโลก ลิซ่า เฉิดฉายในชุดผ้าไทยประยุกต์ โซเชียลคาดได้รับแรงบันดาลใจจากพระพันปีหลวง
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 24-30 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 26 ม.ค.-1 ก.พ.69
เปิ้ล ลูกสาว เด๋อ ดอกสะเดา เปิดข้อความลายมือพ่อ ย้ำคำพ่อสอนกตัญญูสำคัญที่สุด
จอย ศิริลักษณ์ เปิดใจครั้งแรก หลังซุ่มแต่งงานเงียบ เล่าเส้นทางรักครั้งแรก 28 ปีเป็นรักแรกและรักเดียว
หมายจับ สจ.เนย์ พร้อมเมีย ไหวตัวทันชิงเผ่นนอก-อีกรายยังอุบชื่อ
ดูทั้งหมด
ฝากชาติไว้ในมือเรา
ใครถอนเงินสด‘450 ล้าน’ซื้อเสียง ?!
การเกื้อหนุนผู้มีบุตรมากของไทย ที่เริ่มต้นจากเลขาธิการสภา
พิสูจน์ความจริงด้วยหลักฐาน หรือจะปั่นวาทกรรมกวาดคะแนนเสียง?
นัยของคณะกรรมการบริหารสันติภาพ (Board of Peace)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์เจาะลึก ไวรัสนิปาห์ ความจริงจากค้างคาวสู่คน และเกราะป้องกันของประเทศไทย

ต่อให้เหลือแค่ 1% ก็หวัง จ๊ะ นงผณี โพสต์บีบหัวใจ ส่งกำลังใจช่วยคุณพ่อหลังประสบอุบัติเหตุ

งูจงอาง 3 เมตร บุกบ้าน ชาวบ้านรุมมล้อมแห่จดจดเลขที่บ้านหวังรับโชคต้นเดือน

5ทีมผู้ดีลิ่วน็อคเอาท์!บทสรุปแชมเปี้ยนส์ลีกรอบลีกเฟส

ศุภจี ฟุ้งชิมลางลุย 2 จว.ดูดีมาก ย้ำนโยบายภูมิใจไทยทำได้จริง

ศุภจี ปราศรัยเวทีใต้ครั้งแรก สวมชุดแบรนด์พื้นเมือง ปชช.แห่ถ่ายรูปคึกคัก

  • Breaking News
  • จ๊ะ นงผณี น้ำตาร่วงกลางเวที กัดฟันโชว์สปิริตเพื่อแฟนเพลง แม้พ่อวิกฤตอยู่ ICU จ๊ะ นงผณี น้ำตาร่วงกลางเวที กัดฟันโชว์สปิริตเพื่อแฟนเพลง แม้พ่อวิกฤตอยู่ ICU
  • เพชรเม็ดงามที่ถูกเวลา! อัษฎางค์ ชี้ ศุภจี คือตราประทับคุณภาพ เปลี่ยนภูมิใจไทยจากพรรคบ้านใหญ่สู่สากล เพชรเม็ดงามที่ถูกเวลา! อัษฎางค์ ชี้ ศุภจี คือตราประทับคุณภาพ เปลี่ยนภูมิใจไทยจากพรรคบ้านใหญ่สู่สากล
  • ฝีดาษลิง พุ่งไม่หยุด นนทบุรี ป่วยสะสม พุ่งอันดับ 3 ของประเทศ ฝีดาษลิง พุ่งไม่หยุด นนทบุรี ป่วยสะสม พุ่งอันดับ 3 ของประเทศ
  • ศูนย์จีโนมทางการแพทย์เจาะลึก ไวรัสนิปาห์ ความจริงจากค้างคาวสู่คน และเกราะป้องกันของประเทศไทย ศูนย์จีโนมทางการแพทย์เจาะลึก ไวรัสนิปาห์ ความจริงจากค้างคาวสู่คน และเกราะป้องกันของประเทศไทย
  • งดงามสะกดโลก ลิซ่า เฉิดฉายในชุดผ้าไทยประยุกต์ โซเชียลคาดได้รับแรงบันดาลใจจากพระพันปีหลวง งดงามสะกดโลก ลิซ่า เฉิดฉายในชุดผ้าไทยประยุกต์ โซเชียลคาดได้รับแรงบันดาลใจจากพระพันปีหลวง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

กรณีหมอสุภัทร กับวาทกรรมส้มต้มคนในโซเชียล

กรณีหมอสุภัทร กับวาทกรรมส้มต้มคนในโซเชียล

29 ม.ค. 2569

แจกเงินล้าน วันละ 9 คน 9 ล้านบาท  มอมเมาล่อซื้อแบบประเจิดประเจ้อ ?

แจกเงินล้าน วันละ 9 คน 9 ล้านบาท มอมเมาล่อซื้อแบบประเจิดประเจ้อ ?

28 ม.ค. 2569

ยุทธการพลิกแผ่นดินอีสาน  หมอแนทวิเคราะห์เลือกตั้งภาคอีสาน และกทม.

ยุทธการพลิกแผ่นดินอีสาน หมอแนทวิเคราะห์เลือกตั้งภาคอีสาน และกทม.

27 ม.ค. 2569

เลือก สส. แก้ปัญหาประเทศ  ไม่ใช่เลือกอินฟลูฯ มาปั่นกระแสรายวัน

เลือก สส. แก้ปัญหาประเทศ ไม่ใช่เลือกอินฟลูฯ มาปั่นกระแสรายวัน

26 ม.ค. 2569

การส่งออกข้าวไทย  ไม่ต้องมีพรรคส้ม ก็เอื้อรายย่อยทำตลาดอยู่แล้ว

การส่งออกข้าวไทย ไม่ต้องมีพรรคส้ม ก็เอื้อรายย่อยทำตลาดอยู่แล้ว

23 ม.ค. 2569

อย่าให้ช้างตายเปล่า  สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย

อย่าให้ช้างตายเปล่า สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย

22 ม.ค. 2569

นักวิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง 69

นักวิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง 69

21 ม.ค. 2569

‘ศุภจี’ ในโลกการเมือง  เลือกภูมิใจไทย ได้ ‘ซุปเปอร์จี’ ทำงานต่อ

‘ศุภจี’ ในโลกการเมือง เลือกภูมิใจไทย ได้ ‘ซุปเปอร์จี’ ทำงานต่อ

20 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved