วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
การพิจารณาตัดสินใจว่าจะใช้เงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ไปกับโครงการใดบ้าง นับเป็นเรื่องสำคัญ และทุกภาคส่วนควรสนใจติดตามเกาะติด
จากโครงการที่แต่ละหน่วยงานเสนอเข้าไปที่สภาพัฒน์ ทั้งสิ้น 46,411 โครงการ วงเงิน 1.44 ล้านล้านบาท
ในจำนวนนี้ มีโครงการที่จะของบไปสร้างถนนหนทาง ก่อสร้างแลนด์มาร์คท่องเที่ยว ทำป้าย จัดอีเว้นท์ต่างๆ นานา รวมอยู่ด้วยจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ ไม่น่าจะสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเงินกู้ในส่วนที่จะใช้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะต้องเน้นการจ้างงาน สร้างรายได้ เสริมความสามารถในทางเศรษฐกิจของประชาชน เพื่อให้สามารถทำมาหากินและใช้ชีวิตได้อย่างเข้มแข็งในยุคใหม่ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน การตลาด การค้าการขาย การท่องเที่ยวในชุมชน ฯลฯ และจะต้องเบิกจ่ายได้รวดเร็วทันสถานการณ์
โครงการเหล่านี้ จะต้องผ่านกลไกอนุกรรมการกลั่นกรองฯ และคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ก่อนจะเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป
1. ล่าสุด ครม.อนุมัติวงเงินงบประมาณรอบแรก 5 โครงการ วงเงินรวม 15,520 ล้านบาท
ปรากฏว่า 5 โครงการแรก เน้นเรื่องการจ้างงาน สร้างอาชีพ และให้
ความรู้ประชาชนเศรษฐกิจฐานราก
ได้แก่
โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่ม เกษตรทฤษฎีใหม่ - เสนอโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน 9.8 พันล้านบาท โดยจะฝึกอบรมเกษตรกรเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ เกิดการจ้างงาน สร้างงาน สร้างรายได้ในพื้นที่ 4,009 ตําบล จํานวนรวม 32,072 คน มูลค่า 3,463 ล้านบาท เกษตรกรได้ รับการพัฒนาให้ มีความมั่นคงในอาชีพ 64,144 คน
โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์ “โคก หนอง นา โมเดล” - เสนอโดยกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย วงเงิน 4.78 พันล้านบาท จะเกิดศูนย์เรียนรู้ในพื้นที่ 337 ตำบล และระดับครัวเรือน 24,842 ครอบครัว เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ 3,246 ตำบล จำนวน 9,188 คน
โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ย เพื่อชุมชน - เสนอโดยกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน 169 ล้านบาท ดำเนินการ 394 ศูนย์ ใน 63 จังหวัด เกษตรกร 1 แสนคน ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในพืชเศรษฐกิจต่างๆไม่น้อยกว่า 20% มูลค่า 252 ล้านบาท โดยจะเพิ่มการจ้างงานในชุมชน ประมาณ 2,364 คน
โครงการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ด้านสัตว์ป่า - เสนอโดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วงเงินรวม 741 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงและยกระดับสถานที่ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพของอุทยานแห่งชาติ แหล่งดูนก 125 แห่ง ในพื้นที่ 50 จังหวัด จ้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ โดยพัฒนาให้เป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นจำนวน 1,250 คน สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 4.2 พันล้านบาท
โครงการพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัยสำหรับ นักท่องเที่ยว (Safety zone)- เสนอโดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วงเงิน 15 ล้านบาท
2. สำหรับ “โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่” ถือเป็นโครงการที่ใช้เม็ดเงินสูงที่สุด ในกลุ่ม 5 โครงการแรกที่ผ่านการอนุมัติลอตแรก
เมื่อตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ Thaime ก็จะพบว่า โครงการนี้เดิม ของบ 14,315 ล้านบาท เสนอโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่สุดท้าย ได้ตัดลบลงเหลือ 9,805 ล้านบาท (ครม.อนุมัติ)
เดิม โครงการนี้ มีเป้าหมายพื้นที่ดำเนินการ 6,918 ตำบล ตำบลละ
10 ราย รวม 69,180 ราย
รายละ 3 ไร่ เป็นพื้นที่ 207,540 ไร่
ระยะเวลาดำเนินการ 15 เดือน (เริ่มต้นเดือน เริ่มกรกฎาคม 2563 – กันยายน 2564)
.jpg)
วัตถุประสงค์สำคัญ ระบุว่า “...การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังขยายวงกว้าง จะเป็นผลกระทบต่อเนื่องที่ส่งผลให้เกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ซึ่งทาง
IMF คาดการณ์ว่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกจะตกต่ำในระดับเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ Great Depression เมื่อทศวรรษ 1930
การฟื้นฟูประเทศไทย ภายหลังเหตุการณ์การการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน และครอบคลุมทุกมิติ
ภาคการเกษตร เป็นภาคการผลิตที่สำคัญ ที่ผลิต “อาหาร” เพื่อการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกไปต่างประเทศ ตามยุทธศาสตร์ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” อีกทั้งความเสียหายของภาคเกษตรกรรมยังเป็นปัญหาลูกโซ่ที่จะนำไปสู่ปัญหาในวงจรการผลิตของภาคการเกษตรซึ่งเป็นแหล่งอาหาร รายได้ เป็นความมั่นคงในชีวิตสูงสุดของคนไทย ประกอบกับในช่วงวิกฤติดังกล่าว มีแรงงานที่หนีภัยโควิด-19 กลับสู่ภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ไม่มีงานทำขาดรายได้เพื่อการดำรงชีพ และมีแนวโน้มการตกงานมากขึ้นเนื่องจากการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ มาทำงานแทนคนมากขึ้น
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้จัดทำโครงการนำร่อง คือ โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจฯ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร บรรเทาปัญหาการว่างงาน ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานภาคการเกษตรกรรมไปสู่ภาคอื่นๆ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในท้องถิ่นให้มีความมั่นคงในการเป็นแหล่งผลิตอาหาร มีทางเลือก มีอาหาร มีอาชีพ มีความอุดมสมบูรณ์ มีความอบอุ่นจากครอบครัว แล้วความสุขตามวิถีชีวิตพอเพียงก็จะเกิดขึ้นกับชุมชนซึ่งเป็นศาสตร์ที่เป็นทางรอดของเกษตรกรไทย
โดยดำเนินงานภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2565 และตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป เป็นภารกิจที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอดไปให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั้งประเทศ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว นอกจากจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้นแล้ว ยังช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เกษตรกรสามารถเลี้ยงตนเองและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน พลิกฟื้นชีวิตด้วยศาสตร์พระราชา”
3. ขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน “โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่”
3.1 แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ เนื่องจากเป็นโครงการที่จะต้องบูรณาการจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จึงต้องแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อน ติดตามประเมินผลและแก้ไขปัญหาการดำเนินงาน จนกว่าโครงการจะแล้วเสร็จ
3.2 ตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ และคัดเลือกเกษตรกรให้เหลือจำนวนตามที่เป้าหมายกำหนด
3.3 กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดำเนินการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือก โดยดำเนินการ 12 ครั้ง เพื่อร่วมสร้างความเข้าใจและปฏิบัติตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่
.jpg)
เฉลิมชัย ศรีอ่อน
รมว.เกษตรและสหกรณ์
3.4 สำรวจระดับชั้นความสูงของภูมิประเทศสำรวจทำแผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1 : 4,000 เส้นชั้นความสูง ชั้นละ 0.25 เมตร เพื่อเป็นข้อมูลในการออกแบบแปลงโคก หนอง นา
3.5 ออกแบบผังแปลง ดำเนินการออกแบบผังแปลง ร่วมกับเกษตรกรเจ้าของแปลง วางผังแปลง แบ่งส่วนการใช้ประโยชน์พื้นที่แต่ละรายอย่างยั่งยืน ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อปรับปรุงพื้นที่ของตนเอง โดยออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม ดิน น้ำและอากาศของแต่ละพื้นที่ มีเป้าหมายเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ให้ได้ 100% โดยพิจารณาจากขนาดของพื้นที่ และปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่
3.6 ปรับปรุงแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ ดำเนินการขุดสระเก็บน้ำ ขุดเหมืองไส้ไก่ ปั้นโคก ปั้นหัวคันนาทองคำ และตกแต่งพื้นที่ ตามที่ได้ออกแบบไว้
3.7 ติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ดำเนินการติดตั้งระบบสูบน้ำจากสระเก็บน้ำ สูบน้ำขึ้นหอถังสูง โดยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตรได้ตามต้องการ
3.8 ติดตามและประเมินผล มีการติดตามและประเมินผลในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน เพื่อติดตามความสำเร็จของงาน และหาโอกาสในการปรับปรุงเพื่อให้การปฏิบัติงานของโครงการดีขึ้น
4. จะเห็นได้ว่า นี่ไม่ใช่แค่โครงการขุดบ่อน้ำแจกชาวบ้าน เหมือนที่เคยมีมาในอดีต แต่เป็นมีการดำเนินการแบบครบวงจร อันจะทำให้ชาวบ้านที่ได้เข้าโครงการมี
“ชีวิตใหม่” ที่ดี มั่นคง เข้มแข็ง ยั่งยืนกว่าเดิม
นอกจากนี้ ยังจะทำให้ชุมชนได้มีแปลงต้นแบบเพื่อการเรียนรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ โคก หนอง นา จำนวน 69,180 แห่ง สามารถต่อยอดขยายผลต่อไปได้อีกทวีคูณ
นี่คือ โครงการคุณภาพดีๆ ของ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รมว.เกษตรและสหกรณ์
สารส้ม

ระทึกเมืองน่าน! เก๋งเสียหลักพุ่งอัดราวสะพานลอย รถพังยับเยิน-คนขับบาดเจ็บ
อภิสิทธิ์ เชื่อยกเลิก MOU 44 ไร้ปัญหา เหตุ ไม่ได้ใช้งานจริง แนะขั้นตอน กม.ต้องรัดกุม ควบคู่จับตาเขมร
มิติใหม่ของการวิ่ง คลิปไวรัลหนุ่มมาราธอน ทำเอาชาวเน็ตอิจฉาตาร้อนกันทั้งโซเชียล ชมคลิป
ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันเสาร์ 25 เมษายน 2569
อภิสิทธิ์ จี้ เอกนิติ เอาให้ชัด 'คนละครึ่งพลัส' ใช้งบตัวไหน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี