Logo วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เขียนเพื่อคิด
เขียนเพื่อคิด

เขียนเพื่อคิด

กษิต ภิรมย์
วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.
กฎบัตรแห่งกรุงโรม : เพื่อการปกป้องประชาชนพลเมืองเป็นสำคัญ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ตลอดประวัติศาสตร์ราชอาณาจักรไทยโดยเฉพาะตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงบัดนี้ จัดได้ว่าเราเป็นประเทศที่สามารถมองออกไปข้างนอกในโลกกว้าง ทำการข้องแวะ และคบหาสมาคมกับประเทศต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มีการจัดทำความตกลงต่างๆเพื่อวางรูปแบบความสัมพันธ์ และการมีมิตรไมตรีต่อกัน จนเมื่อวงการโลกมีการจัดทำข้อตกลงแบบหลายๆ ฝ่าย
(พหุภาคี) นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ราชอาณาจักรไทยก็ได้เข้าร่วมเป็นภาคี และผูกมัดตนเองกับพันธกรณีระหว่างประเทศ เช่น ในกรณีสันนิบาตระหว่างชาติ (The League of Nations) ซึ่งเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เป็นกรณีองค์การสหประชาชาติ (The United Nations) ซึ่งในกรอบองค์การสหประชาชาตินี้ ไทยเองได้เข้าร่วมเป็นภาคีของอนุสัญญา สนธิสัญญา และพิธีสารต่างๆ มากมาย ไปจนถึงการเข้าร่วมสนับสนุนข้อมติต่างๆ ของสหประชาชาติ (Resolutions) เพื่อดำเนินกิจการหนึ่งใดร่วมกันกับนานาประเทศ เพื่อจรรโลงสันติภาพ ความมั่นคง และการร่วมมือพัฒนาต่างๆ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการแสดงออกซึ่งความเป็นสากลของราชอาณาจักรไทย ที่จะวางตนและกระทำตนตามกฎเกณฑ์กติการะหว่างประเทศได้ เรียกได้ว่าไทยนั้นมีความทันสมัย และพร้อมที่จะร่วมรับผิดชอบต่อความเป็นไปในโลกกว้างของการเป็นรัฐเอกราชและมีขีดความสามารถในการที่จะทำการหนึ่งใดเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาคมโลกอย่างทัดเทียม สง่างาม และไม่น้อยหน้า


ในบรรดาข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเรียกว่าอนุสัญญา หรือพิธีสาร ไทยได้เข้าเป็นภาคีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นการรับและรับรองว่า ราชอาณาจักรไทยมีพันธกรณี และพร้อมที่จะปฏิบัติตาม แต่ก็ยังมีข้อตกลงระหว่างประเทศบางฉบับที่ราชอาณาจักรไทยยังมีความลังเลใจไม่เข้าร่วม ทั้งในการลงนาม และในการให้สัตยาบันเนื่องจากสังคมไทยส่วนหนึ่งก็ยังมีความคิดอ่านว่า ข้อตกลงต่างๆ นั้นมักจะเป็นเรื่องที่ริเริ่มโดยประเทศพัฒนาแล้ว ที่เคยเป็นเจ้าอาณานิคมหรือเป็นประเทศที่มีอิทธิพล มีความใหญ่โตทั้งทางด้านเศรษฐกิจและแสนยานุภาพทางการทหาร และฉะนั้นหากไปเห็นดีเห็นงามกับข้อตกลงต่างๆ ก็เสมือนว่า ไทยยอมรับอิทธิพลและการครอบงำของฝ่ายตะวันตกโดยปริยาย

นอกจากนั้นก็ยังมีประเด็นปัญหาของการตีความว่า การรับเข้ามาซึ่งพันธกรณีระหว่างประเทศนั้น มีผลกระทบหรือ
ผลประโยชน์ต่อใครแน่ในรัฐภาคี และโดยทั่วไปแล้วการตัดสินใจหรือไม่ตัดสินใจในการเข้าร่วมเป็นภาคี เพื่อรับพันธกรณีต่างๆ นั้นมักจะเป็นการตัดสินใจของฝ่ายรัฐบาลผู้บริหารจัดการประเทศ และในหลายๆ กรณี ฝ่ายรัฐบาลหรือกลุ่มผู้บริหารประเทศจะคิดถึงผลได้ผลเสียต่อตนเองเป็นสำคัญ มากกว่าที่จะคิดคำนึงถึงผลประโยชน์มากน้อยเพียงใดของประชาชนพลเมือง หรืออาจจะมองข้ามถึงสถานะและศักดิ์ศรี การเคารพนับถือของประชาคมโลกต่อรัฐไทย

ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ มีวันแห่งความยุติธรรมของโลก (World Justice Day) ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคมนี้
ก็มีนักคิด นักวิชาการ กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม และประชาชนได้ร่วมกันจัดเวทีเสวนาเฉลิมฉลองวันยุติธรรมโลกดังกล่าว โดยการหยิบยกประเด็นเรื่อง ราชอาณาจักรไทย กับกฎบัตรแห่งกรุงโรม(Rome Statue) ที่จัดตั้งศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Court - ICC) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

ข้อตกลงดังกล่าว แม้ราชอาณาจักรไทยได้ลงนามไปในช่วงสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย 2 แต่ยังมิได้มีการให้สัตยาบันจนถึงบัดนี้ ซึ่งความล่าช้าและการไม่ยอมตัดสินใจ เพื่อให้มีการให้สัตยาบันโดยรัฐสภา ก็มีสาเหตุสืบเนื่องมา 2-3 ประการคือ

1. หน่วยงานความมั่นคงต่างๆ ของไทยยังประสงค์ที่จะรักษาสถานะ และอำนาจของตนเองไว้ เพื่อมิให้ต้องถูกตั้งข้อหาโดยองค์การระหว่างประเทศในกรณีใดๆ

2. ฝ่ายอนุรักษ์นิยมของสังคมไทย โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายกองทัพไทย มองว่า หากเกิดความผิดพลาดไป
กระทำการหนึ่งใดที่เข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรืออาชญากรรมล้างฆ่า ล้างผลาญมวลมนุษยชาติ ตามกฎบัตรแห่งกรุงโรม ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถเท้าความโยงใยไปถึงพระมหากษัตริย์ที่ดำรงตำแหน่งจอมทัพไทยได้

3. ฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายปกครอง มองว่าความมั่นคงของรัฐ คือเสถียรภาพตนเองเป็นสำคัญ มากกว่าที่จะคิดถึงความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของประชาชนพลเมือง ซึ่งหากเอาเรื่องประชาชนพลเมืองเป็นตัวตั้ง ก็ควรจะต้องมีการทบทวนเป้าหมายและสาระเนื้อหาของข้อตกลง หรือกฎบัตรแห่งกรุงโรมนี้ ให้แน่ชัดและถ่องแท้ยิ่งขึ้น อีกทั้งก็ต้องคำนึงด้วยว่า หลายๆ ประเทศที่เป็นราชอาณาจักร และเป็นสังคมประชาธิปไตยต่างได้ให้สัตยาบันและเข้าเป็นภาคีกฎบัตรแห่งกรุงโรม และสมาชิกของศาล ICC กันอย่างสง่างาม และไม่หวาดหวั่น หวั่นไหวว่า ศาล ICC จะเข้ามาคุกคามสถานะขององค์ประมุขของตนได้ ด้วยราชอาณาจักรต่างๆ เหล่านี้ต่างตระหนักอย่างชัดเจนว่า องค์ประมุขนั้นเป็นจอมทัพของตามประเพณีปฏิบัติ ถือเป็นสัญลักษณ์ ส่งผลให้การลงพระปรมาภิไธยใดๆนั้น ย่อมเป็นไปตามตัวบท สาระเนื้อหาของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเป็นไปตามข้อเสนอและตามความรับผิดชอบขององค์กรรัฐต่างๆ โดยเฉพาะฝ่ายคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา โดยองค์ประมุขเองมิได้มีส่วนในการเข้าไปบริหารจัดการ หรือสั่งการใดๆ ทั้งสิ้น และฉะนั้นก็มิต้องมีส่วนรับผิดชอบใดๆ เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายบ้านเมือง

กล่าวโดยรวมข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ และโดยเฉพาะในกรณีของ ICC นี้ มีเนื้อหาใจความอันสำคัญว่า เป็นการป้องกันป้องปราม และกำชับ มิให้ผู้มีอำนาจรัฐข่มเหงรังแกทำร้ายประชาชนพลเมืองของตนเอง ซึ่งถ้ากระบวนการยุติธรรมของประเทศมิสามารถให้ความยุติธรรมและปกป้องประชาชนพลเมืองได้ ด้วยความอ่อนแอของกระบวนการยุติธรรม หรือกระบวนการยุติธรรมถูกครอบงำโดยฝ่ายการเมืองแล้ว อย่างน้อยประชาชนพลเมืองก็ยังจะมีศาล ICC เป็นผู้ปกป้องคุ้มครองและนำมาซึ่งความยุติธรรมและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต ไปจนถึงการลงโทษบรรดาผู้ปกครอง หรือผู้ใช้อำนาจรัฐที่ประพฤติมิชอบได้

ฉะนั้น ศาล ICC จึงเป็นมิตรต่อประชาชนพลเมืองตาดำๆและเป็นเสมือนเกราะป้องกันประชาชนพลเมืองมิให้ถูกทำร้ายโดยกลุ่มผู้ปกครอง และหากทำร้ายไปแล้วก็จะนำบรรดาผู้ปกครองที่ฉาวโฉ่โหดร้ายเช่นนั้น เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เข้ารับโทษตามแต่จะเห็นสมควรต่อไป

ณ วันนี้ ประชาชนพลเมืองหรือสาธารณชนโดยทั่วไป ควรได้รับรู้และมีความเข้าใจเกี่ยวกับศาล ICC อย่างกว้างขวาง เพราะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนพลเมือง และยังเป็นการป้องกันมิให้เกิดการลอยตัว ลอยนวล ของบรรดาผู้ปกครองประเทศที่ได้กระทำการชั่วร้ายต่อประชาชนพลเมืองของตน

ฉะนั้นฝ่ายการเมืองทั้งพรรคการเมือง ฝ่ายผู้บริหารประเทศ และแวดวงวิชาการ และสื่อก็ต้องตระหนักในเรื่องนี้ว่า ศาล ICC มีอยู่ก็เพื่อประชาชนพลเมืองเป็นสำคัญ และฉะนั้นไม่มีเหตุผลอันใดที่ราชอาณาจักรไทยจะเฉยเมยต่อศาล ICC และการเฉยเมยก็เท่ากับเป็นการปกป้องคุ้มครองความชั่วร้ายด้วยฝีมือของผู้ปกครองทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต

 

กษิต ภิรมย์

kasitfb@gmail.com

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
13:12 น. ไม่สะดวกตกเทรนด์ ‘ลำใย ไหทองคำ’ ถือช่อดอกบัวโพสท่าสุดคิ้วท์กลางสะพานพุทธ
12:48 น. หัวใจแกร่ง!'หมิง จิรกิติยา'เปิดโหมดสู้ไม่ถอย เดินหน้าสานฝัน 'มีลูก'ลั่นคำว่าท้อไม่มี
12:46 น. มติ!ป.ป.ช.เห็นชอบคำร้อง ยื่นศาลฎีกา ฟันคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล คดีเสนอแก้ ม.112
12:38 น. ต้าน‘น้ำมัน’พุ่งไม่ไหว! 3 ค่ายขนส่ง J&T-KEX-Flash Express’ขึ้นราคา 3 บาท เริ่ม 1 เม.ย.69
12:33 น. ถอดรหัสความสำเร็จ สไตล์เวิร์คกิ้งวูแมน 'ทำงานหนัก….รักตัวเองให้เป็น'
ดูทั้งหมด
คิดให้ดีก่อนซื้อ ต๊ะ นารากร โพสต์ฝากถึงคนจะซื้อรถไฟฟ้า
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผลักดันเยาวชนรุ่นใหม่ สืบสานผ้าไทยสู่เวทีแฟชั่นโลก
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 มี.ค.-3 เม.ย.69
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 4 เมษายน พ.ศ. 2569
เพจผู้บริโภคทำความเข้าใจ เหตุใดน้ำมัน E20 เหมือนกัน แต่สีต่างกัน
ดูทั้งหมด
กลิ่นศพตลบเมือง
‘ลูกเทพ-บ้านใหญ่’ในรัฐบาล‘อนุทิน 2’
บุคคลแนวหน้า : 31 มีนาคม 2569
ในภาวะวิกฤต
โนคิงส์
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่สะดวกตกเทรนด์ ‘ลำใย ไหทองคำ’ ถือช่อดอกบัวโพสท่าสุดคิ้วท์กลางสะพานพุทธ

สัญญาณถอย? ทรัมป์ เล็งยุติสงครามอิหร่าน แม้ยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

จำแทบไม่ได้ 'เปาวลี'ทุ่มสุดตัวยอมหน้าเยินเปลี่ยนอาชีพเป็นแก๊งคลอเซ็นเตอร์

หัวใจแกร่ง!'หมิง จิรกิติยา'เปิดโหมดสู้ไม่ถอย เดินหน้าสานฝัน 'มีลูก'ลั่นคำว่าท้อไม่มี

เก่งรอบด้าน‘แอลลี่’ โกอินเตอร์รุกตลาดฟิลิปปินส์แฟนเพลงแห่ต้อนรับอบอุ่น

ทบ.แจงยิบ ค่าเสบียงสนาม 15 บาท/วัน ทหารชายแดน ชี้เป็นสิ่งของอุปโภคบริโภค ไม่ใช่เงินสด

  • Breaking News
  • ไม่สะดวกตกเทรนด์ ‘ลำใย ไหทองคำ’ ถือช่อดอกบัวโพสท่าสุดคิ้วท์กลางสะพานพุทธ ไม่สะดวกตกเทรนด์ ‘ลำใย ไหทองคำ’ ถือช่อดอกบัวโพสท่าสุดคิ้วท์กลางสะพานพุทธ
  • หัวใจแกร่ง!\'หมิง จิรกิติยา\'เปิดโหมดสู้ไม่ถอย เดินหน้าสานฝัน \'มีลูก\'ลั่นคำว่าท้อไม่มี หัวใจแกร่ง!'หมิง จิรกิติยา'เปิดโหมดสู้ไม่ถอย เดินหน้าสานฝัน 'มีลูก'ลั่นคำว่าท้อไม่มี
  • มติ!ป.ป.ช.เห็นชอบคำร้อง ยื่นศาลฎีกา ฟันคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล คดีเสนอแก้ ม.112 มติ!ป.ป.ช.เห็นชอบคำร้อง ยื่นศาลฎีกา ฟันคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล คดีเสนอแก้ ม.112
  • ต้าน‘น้ำมัน’พุ่งไม่ไหว! 3 ค่ายขนส่ง J&T-KEX-Flash Express’ขึ้นราคา 3 บาท เริ่ม 1 เม.ย.69 ต้าน‘น้ำมัน’พุ่งไม่ไหว! 3 ค่ายขนส่ง J&T-KEX-Flash Express’ขึ้นราคา 3 บาท เริ่ม 1 เม.ย.69
  • ถอดรหัสความสำเร็จ สไตล์เวิร์คกิ้งวูแมน \'ทำงานหนัก….รักตัวเองให้เป็น\' ถอดรหัสความสำเร็จ สไตล์เวิร์คกิ้งวูแมน 'ทำงานหนัก….รักตัวเองให้เป็น'
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

การจัดตั้ง-ยุบรวมกระทรวง ทบวง กรม ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์

การจัดตั้ง-ยุบรวมกระทรวง ทบวง กรม ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์

26 มี.ค. 2569

ประเด็นปัญหาภายใน-ภายนอกที่รอรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

ประเด็นปัญหาภายใน-ภายนอกที่รอรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

19 มี.ค. 2569

ตะวันออกกลาง : สหรัฐอเมริกา  และอิสราเอลพยายามบีบคั้น แต่อิหร่านยังอึดไม่ย่อท้อ

ตะวันออกกลาง : สหรัฐอเมริกา และอิสราเอลพยายามบีบคั้น แต่อิหร่านยังอึดไม่ย่อท้อ

12 มี.ค. 2569

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล รบอิหร่าน : ไทยจะมีท่าทีอย่างไร?

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล รบอิหร่าน : ไทยจะมีท่าทีอย่างไร?

5 มี.ค. 2569

ลัทธิโดดเดี่ยวในความหมายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ลัทธิโดดเดี่ยวในความหมายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

26 ก.พ. 2569

วิชาพลเมืองและการเมืองศึกษา

วิชาพลเมืองและการเมืองศึกษา

19 ก.พ. 2569

รัฐชาติกับความรักชาติ

รัฐชาติกับความรักชาติ

12 ก.พ. 2569

โค้งสุดท้ายสู่คูหาเลือกตั้ง

โค้งสุดท้ายสู่คูหาเลือกตั้ง

5 ก.พ. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved