Logo วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เขียนเพื่อคิด
เขียนเพื่อคิด

เขียนเพื่อคิด

กษิต ภิรมย์
วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.
กฎบัตรแห่งกรุงโรม : เพื่อการปกป้องประชาชนพลเมืองเป็นสำคัญ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ตลอดประวัติศาสตร์ราชอาณาจักรไทยโดยเฉพาะตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงบัดนี้ จัดได้ว่าเราเป็นประเทศที่สามารถมองออกไปข้างนอกในโลกกว้าง ทำการข้องแวะ และคบหาสมาคมกับประเทศต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มีการจัดทำความตกลงต่างๆเพื่อวางรูปแบบความสัมพันธ์ และการมีมิตรไมตรีต่อกัน จนเมื่อวงการโลกมีการจัดทำข้อตกลงแบบหลายๆ ฝ่าย
(พหุภาคี) นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ราชอาณาจักรไทยก็ได้เข้าร่วมเป็นภาคี และผูกมัดตนเองกับพันธกรณีระหว่างประเทศ เช่น ในกรณีสันนิบาตระหว่างชาติ (The League of Nations) ซึ่งเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เป็นกรณีองค์การสหประชาชาติ (The United Nations) ซึ่งในกรอบองค์การสหประชาชาตินี้ ไทยเองได้เข้าร่วมเป็นภาคีของอนุสัญญา สนธิสัญญา และพิธีสารต่างๆ มากมาย ไปจนถึงการเข้าร่วมสนับสนุนข้อมติต่างๆ ของสหประชาชาติ (Resolutions) เพื่อดำเนินกิจการหนึ่งใดร่วมกันกับนานาประเทศ เพื่อจรรโลงสันติภาพ ความมั่นคง และการร่วมมือพัฒนาต่างๆ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการแสดงออกซึ่งความเป็นสากลของราชอาณาจักรไทย ที่จะวางตนและกระทำตนตามกฎเกณฑ์กติการะหว่างประเทศได้ เรียกได้ว่าไทยนั้นมีความทันสมัย และพร้อมที่จะร่วมรับผิดชอบต่อความเป็นไปในโลกกว้างของการเป็นรัฐเอกราชและมีขีดความสามารถในการที่จะทำการหนึ่งใดเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาคมโลกอย่างทัดเทียม สง่างาม และไม่น้อยหน้า


ในบรรดาข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเรียกว่าอนุสัญญา หรือพิธีสาร ไทยได้เข้าเป็นภาคีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นการรับและรับรองว่า ราชอาณาจักรไทยมีพันธกรณี และพร้อมที่จะปฏิบัติตาม แต่ก็ยังมีข้อตกลงระหว่างประเทศบางฉบับที่ราชอาณาจักรไทยยังมีความลังเลใจไม่เข้าร่วม ทั้งในการลงนาม และในการให้สัตยาบันเนื่องจากสังคมไทยส่วนหนึ่งก็ยังมีความคิดอ่านว่า ข้อตกลงต่างๆ นั้นมักจะเป็นเรื่องที่ริเริ่มโดยประเทศพัฒนาแล้ว ที่เคยเป็นเจ้าอาณานิคมหรือเป็นประเทศที่มีอิทธิพล มีความใหญ่โตทั้งทางด้านเศรษฐกิจและแสนยานุภาพทางการทหาร และฉะนั้นหากไปเห็นดีเห็นงามกับข้อตกลงต่างๆ ก็เสมือนว่า ไทยยอมรับอิทธิพลและการครอบงำของฝ่ายตะวันตกโดยปริยาย

นอกจากนั้นก็ยังมีประเด็นปัญหาของการตีความว่า การรับเข้ามาซึ่งพันธกรณีระหว่างประเทศนั้น มีผลกระทบหรือ
ผลประโยชน์ต่อใครแน่ในรัฐภาคี และโดยทั่วไปแล้วการตัดสินใจหรือไม่ตัดสินใจในการเข้าร่วมเป็นภาคี เพื่อรับพันธกรณีต่างๆ นั้นมักจะเป็นการตัดสินใจของฝ่ายรัฐบาลผู้บริหารจัดการประเทศ และในหลายๆ กรณี ฝ่ายรัฐบาลหรือกลุ่มผู้บริหารประเทศจะคิดถึงผลได้ผลเสียต่อตนเองเป็นสำคัญ มากกว่าที่จะคิดคำนึงถึงผลประโยชน์มากน้อยเพียงใดของประชาชนพลเมือง หรืออาจจะมองข้ามถึงสถานะและศักดิ์ศรี การเคารพนับถือของประชาคมโลกต่อรัฐไทย

ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ มีวันแห่งความยุติธรรมของโลก (World Justice Day) ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคมนี้
ก็มีนักคิด นักวิชาการ กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม และประชาชนได้ร่วมกันจัดเวทีเสวนาเฉลิมฉลองวันยุติธรรมโลกดังกล่าว โดยการหยิบยกประเด็นเรื่อง ราชอาณาจักรไทย กับกฎบัตรแห่งกรุงโรม(Rome Statue) ที่จัดตั้งศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Court - ICC) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

ข้อตกลงดังกล่าว แม้ราชอาณาจักรไทยได้ลงนามไปในช่วงสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย 2 แต่ยังมิได้มีการให้สัตยาบันจนถึงบัดนี้ ซึ่งความล่าช้าและการไม่ยอมตัดสินใจ เพื่อให้มีการให้สัตยาบันโดยรัฐสภา ก็มีสาเหตุสืบเนื่องมา 2-3 ประการคือ

1. หน่วยงานความมั่นคงต่างๆ ของไทยยังประสงค์ที่จะรักษาสถานะ และอำนาจของตนเองไว้ เพื่อมิให้ต้องถูกตั้งข้อหาโดยองค์การระหว่างประเทศในกรณีใดๆ

2. ฝ่ายอนุรักษ์นิยมของสังคมไทย โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายกองทัพไทย มองว่า หากเกิดความผิดพลาดไป
กระทำการหนึ่งใดที่เข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรืออาชญากรรมล้างฆ่า ล้างผลาญมวลมนุษยชาติ ตามกฎบัตรแห่งกรุงโรม ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถเท้าความโยงใยไปถึงพระมหากษัตริย์ที่ดำรงตำแหน่งจอมทัพไทยได้

3. ฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายปกครอง มองว่าความมั่นคงของรัฐ คือเสถียรภาพตนเองเป็นสำคัญ มากกว่าที่จะคิดถึงความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของประชาชนพลเมือง ซึ่งหากเอาเรื่องประชาชนพลเมืองเป็นตัวตั้ง ก็ควรจะต้องมีการทบทวนเป้าหมายและสาระเนื้อหาของข้อตกลง หรือกฎบัตรแห่งกรุงโรมนี้ ให้แน่ชัดและถ่องแท้ยิ่งขึ้น อีกทั้งก็ต้องคำนึงด้วยว่า หลายๆ ประเทศที่เป็นราชอาณาจักร และเป็นสังคมประชาธิปไตยต่างได้ให้สัตยาบันและเข้าเป็นภาคีกฎบัตรแห่งกรุงโรม และสมาชิกของศาล ICC กันอย่างสง่างาม และไม่หวาดหวั่น หวั่นไหวว่า ศาล ICC จะเข้ามาคุกคามสถานะขององค์ประมุขของตนได้ ด้วยราชอาณาจักรต่างๆ เหล่านี้ต่างตระหนักอย่างชัดเจนว่า องค์ประมุขนั้นเป็นจอมทัพของตามประเพณีปฏิบัติ ถือเป็นสัญลักษณ์ ส่งผลให้การลงพระปรมาภิไธยใดๆนั้น ย่อมเป็นไปตามตัวบท สาระเนื้อหาของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเป็นไปตามข้อเสนอและตามความรับผิดชอบขององค์กรรัฐต่างๆ โดยเฉพาะฝ่ายคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา โดยองค์ประมุขเองมิได้มีส่วนในการเข้าไปบริหารจัดการ หรือสั่งการใดๆ ทั้งสิ้น และฉะนั้นก็มิต้องมีส่วนรับผิดชอบใดๆ เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายบ้านเมือง

กล่าวโดยรวมข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ และโดยเฉพาะในกรณีของ ICC นี้ มีเนื้อหาใจความอันสำคัญว่า เป็นการป้องกันป้องปราม และกำชับ มิให้ผู้มีอำนาจรัฐข่มเหงรังแกทำร้ายประชาชนพลเมืองของตนเอง ซึ่งถ้ากระบวนการยุติธรรมของประเทศมิสามารถให้ความยุติธรรมและปกป้องประชาชนพลเมืองได้ ด้วยความอ่อนแอของกระบวนการยุติธรรม หรือกระบวนการยุติธรรมถูกครอบงำโดยฝ่ายการเมืองแล้ว อย่างน้อยประชาชนพลเมืองก็ยังจะมีศาล ICC เป็นผู้ปกป้องคุ้มครองและนำมาซึ่งความยุติธรรมและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต ไปจนถึงการลงโทษบรรดาผู้ปกครอง หรือผู้ใช้อำนาจรัฐที่ประพฤติมิชอบได้

ฉะนั้น ศาล ICC จึงเป็นมิตรต่อประชาชนพลเมืองตาดำๆและเป็นเสมือนเกราะป้องกันประชาชนพลเมืองมิให้ถูกทำร้ายโดยกลุ่มผู้ปกครอง และหากทำร้ายไปแล้วก็จะนำบรรดาผู้ปกครองที่ฉาวโฉ่โหดร้ายเช่นนั้น เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เข้ารับโทษตามแต่จะเห็นสมควรต่อไป

ณ วันนี้ ประชาชนพลเมืองหรือสาธารณชนโดยทั่วไป ควรได้รับรู้และมีความเข้าใจเกี่ยวกับศาล ICC อย่างกว้างขวาง เพราะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนพลเมือง และยังเป็นการป้องกันมิให้เกิดการลอยตัว ลอยนวล ของบรรดาผู้ปกครองประเทศที่ได้กระทำการชั่วร้ายต่อประชาชนพลเมืองของตน

ฉะนั้นฝ่ายการเมืองทั้งพรรคการเมือง ฝ่ายผู้บริหารประเทศ และแวดวงวิชาการ และสื่อก็ต้องตระหนักในเรื่องนี้ว่า ศาล ICC มีอยู่ก็เพื่อประชาชนพลเมืองเป็นสำคัญ และฉะนั้นไม่มีเหตุผลอันใดที่ราชอาณาจักรไทยจะเฉยเมยต่อศาล ICC และการเฉยเมยก็เท่ากับเป็นการปกป้องคุ้มครองความชั่วร้ายด้วยฝีมือของผู้ปกครองทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต

 

กษิต ภิรมย์

kasitfb@gmail.com

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
16:41 น. อั้ม พัชราภา ยอมจ่าย เปิดแอร์ฉ่ำสู้ค่าไฟพุ่ง ตัวเองยอมร้อนได้แต่น้องหมาต้องสบาย
16:39 น. ตม.1 จับคา RCA! รวบโอปป้าหนีหมายแดง-พบกำลังนั่งสูดแก๊สหัวเราะเพลิน
16:29 น. ยศชนัน ชี้ทางรอดไทย ต้องพลิกประเทศจากผู้ตามสู่ผู้กำหนดเกม
16:24 น. นายกฯ ฝาก หวัง อี้ อย่าลืมไทย หากจีนไปเจรจาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ
16:17 น. ภราดร มอบนโยบาย ป.ป.ท. ย้ำปราบปรามทุจริตอย่างเป็นระบบ
ดูทั้งหมด
เปิดบรรยากาศบ้านสวนในฝันและรอยยิ้มสุดท้ายของ'แดนนี่ ศรีภิญโญ'
'ซาร่า'ควง 'แดเรอล์ ยัง'เปิดใจ 2 ปีพิสูจน์รักแท้ในเรือนจำบทเรียนรักที่เกือบปล่อยมือ
คนไทยสุดภูมิใจ! NASA เผยภาพดาวเทียม จ.กระบี่ แลนด์มาร์คดังระดับโลก
รู้จักตัวตน สว.ประทุม วงสวัสดิ์ เจ้าของวาทะ อาหารกลางวันสว. คือเกียรติยศ
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 19-25 เมษายน พ.ศ.2569
ดูทั้งหมด
ไม่เก็บภาษี…… ค่าทิป และ ค่าล่วงเวลา
ป่าทึบแห่งการเมือง?
สมช.เห็นชอบยกเลิก MOU 2544 กองทัพเรือพร้อมปกป้องอธิปไตยทางทะเล
บุคคลแนวหน้า : 24 เมษายน 2569
Fake Monk ร้ายกว่า Fake news ผ่าตัดโครงสร้างสงฆ์ไทย : เมื่อศาสนจักรโรยรา อาณาจักรต้องไม่เพิกเฉย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อั้ม พัชราภา ยอมจ่าย เปิดแอร์ฉ่ำสู้ค่าไฟพุ่ง ตัวเองยอมร้อนได้แต่น้องหมาต้องสบาย

นายกฯ ฝาก หวัง อี้ อย่าลืมไทย หากจีนไปเจรจาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ

นายกฯ เผยสร้างรั้วชายแดนเขมร-มาเลเซีย เริ่มจัดงบแล้ว หวังสร้างประโยชน์สูงสุด-ความมั่นคงชายแดน

ด่วน! คนร้ายลอบบึ้มรถทหารเรือ กลางถนนสาย 42 ยะหริ่ง ปัตตานี เจ็บ 1 นาย

คุย หวัง อี้ ไร้เรื่อง MOU 44 อนุทิน ชี้เลิกเพราะ 20 ปีไม่คืบ-สถานการณ์โลกเปลี่ยน

หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ คนใหม่ ฐนัตถ์ เข้ารายงานตัวนายกฯ หลังได้รับแต่งตั้ง

  • Breaking News
  • อั้ม พัชราภา ยอมจ่าย เปิดแอร์ฉ่ำสู้ค่าไฟพุ่ง ตัวเองยอมร้อนได้แต่น้องหมาต้องสบาย อั้ม พัชราภา ยอมจ่าย เปิดแอร์ฉ่ำสู้ค่าไฟพุ่ง ตัวเองยอมร้อนได้แต่น้องหมาต้องสบาย
  • ตม.1 จับคา RCA! รวบโอปป้าหนีหมายแดง-พบกำลังนั่งสูดแก๊สหัวเราะเพลิน ตม.1 จับคา RCA! รวบโอปป้าหนีหมายแดง-พบกำลังนั่งสูดแก๊สหัวเราะเพลิน
  • ยศชนัน ชี้ทางรอดไทย ต้องพลิกประเทศจากผู้ตามสู่ผู้กำหนดเกม ยศชนัน ชี้ทางรอดไทย ต้องพลิกประเทศจากผู้ตามสู่ผู้กำหนดเกม
  • นายกฯ ฝาก หวัง อี้ อย่าลืมไทย หากจีนไปเจรจาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ นายกฯ ฝาก หวัง อี้ อย่าลืมไทย หากจีนไปเจรจาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ
  • ภราดร มอบนโยบาย ป.ป.ท. ย้ำปราบปรามทุจริตอย่างเป็นระบบ ภราดร มอบนโยบาย ป.ป.ท. ย้ำปราบปรามทุจริตอย่างเป็นระบบ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ขอแนะนำ Amity Circle

ขอแนะนำ Amity Circle

23 เม.ย. 2569

ประชาธิปไตยที่ลงตัว

ประชาธิปไตยที่ลงตัว

16 เม.ย. 2569

ทบทวนคำสั่งสอนว่าด้วยสันติภาพ

ทบทวนคำสั่งสอนว่าด้วยสันติภาพ

9 เม.ย. 2569

ความในใจของชาวบ้านลาว

ความในใจของชาวบ้านลาว

2 เม.ย. 2569

การจัดตั้ง-ยุบรวมกระทรวง ทบวง กรม ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์

การจัดตั้ง-ยุบรวมกระทรวง ทบวง กรม ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์

26 มี.ค. 2569

ประเด็นปัญหาภายใน-ภายนอกที่รอรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

ประเด็นปัญหาภายใน-ภายนอกที่รอรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

19 มี.ค. 2569

ตะวันออกกลาง : สหรัฐอเมริกา  และอิสราเอลพยายามบีบคั้น แต่อิหร่านยังอึดไม่ย่อท้อ

ตะวันออกกลาง : สหรัฐอเมริกา และอิสราเอลพยายามบีบคั้น แต่อิหร่านยังอึดไม่ย่อท้อ

12 มี.ค. 2569

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล รบอิหร่าน : ไทยจะมีท่าทีอย่างไร?

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล รบอิหร่าน : ไทยจะมีท่าทีอย่างไร?

5 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved