วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 02.00 น.
เศรษฐกิจไทยไม่ได้วิกฤต กู้มาแจก ก็ไม่ช่วยให้โตยั่งยืน

ดูทั้งหมด

  •  

เศรษฐกิจไทยไม่ฟู่ฟ่าจริง แต่ก็ไม่ได้วิกฤตเลย


กำลังฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19

ส่วนที่รัฐบาลเศรษฐาพยายามอ้างว่า อัตราขยายตัวของจีดีพี ที่ขยายตัวต่ำมาต่อเนื่อง ล่าสุด ไตรมาสสาม ปี 2566 ขยายตัวแค่ 1.5% นั่นคือวิกฤต ทำให้ต้องทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แจก 500,000 ล้านบาทให้บริโภคกัน

ชัดเจนว่า เป็นการอธิบายแบบพยายามหาความชอบธรรมให้กับการกู้มาแจก แบบข้างๆ คูๆ

เพราะอะไร?

1. สภาพัฒน์แถลง GDP ไตรมาสที่ 3 ของปี 2566 โต 1.5%

คาดว่าทั้งปี 2566 โต 2.5% และปี 2567 โต 2.7-3.7%

เมื่อดูในรายละเอียด จะเห็นว่า การบริโภคเอกชน ขยายตัวถึง 8.1%

สาขาที่พักแรมฯ ขยายตัวถึง 14.9%

การลงทุนของเอกชน ขยายตัว 3.1%

โดยมีตัวที่ถ่วง ถึงขั้นติดลบ คือ การอุปโภคภาครัฐบาล –4.9% และการลงทุนภาครัฐก็ -2.6%

และการส่งออกสินค้า -2%

2. เห็นได้ว่า การบริโภคของเอกชน ยังขยายตัวต่อเนื่อง ไม่ได้ติดลบ

เพราะฉะนั้น ไม่ได้วิกฤตเร่งด่วนที่จะต้องไปกู้เงินถึง 500,000 ล้านบาทเพื่อมาเติมกระเป๋าให้ประชาชนบริโภค

และภาพรวมสภาพัฒน์ก็มองสอดคล้องกับภาคเอกชนหลายสำนักว่าจีดีพีทั้งปี 2566 ยังจะโตได้ 2.5%

ไม่ได้ติดลบ แบบในช่วงวิกฤตโควิด-19 หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หรือต้มยำกุ้ง

3. ในความเป็นจริง ส่วนที่เกี่ยวกับรัฐโดยตรงต่างหาก ที่เป็นตัวถ่วง

คือ การลงทุนและการอุปโภคของภาครัฐ ติดลบทั้งคู่

รัฐบาลควรจะเร่งเครื่องในส่วนนี้มากกว่า

โดยเฉพาะการลงทุนที่สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่มีมูลค่าสูงเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และภาคบริการนั่นต่างหากจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในอัตราสูงขึ้น อย่างมั่นคงและยั่งยืน

4. การส่งออก เป็นส่วนสำคัญที่ติดลบเช่นกัน

แต่ถ้าดูรายละเอียดตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ รายงานต่อ ครม.ล่าสุด

การส่งออกของไทยเฉพาะในเดือนกันยายน 2566 มีมูลค่า 25,476.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (888,666 ล้านบาท)

ขยายตัวร้อยละ 2.1

การส่งออกของไทยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง ได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ไปจีน อาทิ ทุเรียน และมังคุด รวมทั้งการส่งออกข้าวที่ขยายตัวได้ดีในตลาดแอฟริกาใต้และอินโดนีเซีย สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่ขยายตัวต่อเนื่องยังคงเป็นสินค้าที่เติบโตตามเมกะเทรนด์ เช่น โซลาร์เซลล์ และโทรศัพท์มือถือ

อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตโลกเดือนนี้ยังอยู่ในภาวะหดตัว การฟื้นตัวของตลาดหลักยังเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง จากปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการคงอัตราดอกเบี้ยสูงยาวนาน ชะลออุปสงค์ทั่วโลก ทั้งนี้ การส่งออกไทย 9 เดือนแรกของปี 2566 หดตัวร้อยละ 3.8

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 12.0

โดยสินค้าเกษตร ขยายตัวร้อยละ 17.7 และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 5.4

สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่

ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัวร้อยละ 166.2 (ขยายตัวในจีน มาเลเซีย สหรัฐฯ เวียดนาม ฮ่องกง)

ข้าว ขยายตัวร้อยละ 51.4 (ขยายตัวในตลาดแอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย สหรัฐฯ มาเลเซีย และเบนิน)

ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัวร้อยละ 3.7 (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้) 

น้ำตาลทราย ขยายตัวร้อยละ 16.3 (ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม ไต้หวัน และสิงคโปร์)

ไขมันจากน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 12.8 (ขยายตัวในตลาดอินเดีย เกาหลีใต้ เวียดนาม เนเธอร์แลนด์ และฟิลิปปินส์)

สิ่งปรุงรสอาหาร ขยายตัวร้อยละ 27.1 (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร)

ผักกระป๋องและผักแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 17.3 (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหรัฐฯ จีน เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย)

นมและผลิตภัณฑ์นม ขยายตัวร้อยละ 3.1 (ขยายตัวในตลาดสิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม เมียนมา และอียิปต์)

ผักสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัวร้อยละ 7.9 (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น ไต้หวัน สหรัฐฯ กัมพูชา เมียนมา)

ไข่ไก่สด ขยายตัวร้อยละ 52.7 (ขยายตัวในตลาดสิงคโปร์ ไต้หวัน มัลดีฟส์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัวร้อยละ 12.0 (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)

ยางพารา หดตัวร้อยละ 30.3 (หดตัวในตลาดจีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้)

ไก่แปรรูป หดตัวร้อยละ 11.2 (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ และไอร์แลนด์)

อาหารสัตว์เลี้ยง หดตัวร้อยละ 7.9 (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และเยอรมนี)

ผลไม้กระป๋องและแปรรูป หดตัวร้อยละ 3.9 (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และกัมพูชา)

ฯลฯ

แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า การส่งออกในไตรมาส 4 ของปี 2566 จะมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามการทยอยฟื้นตัวของประเทศคู่ค้า ที่ต่างออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และอุปสรรคด้านห่วงโซ่อุปทานคลี่คลายลงจากปีก่อนหน้าที่ต้องเผชิญกับโควิด-19 ขณะที่กระแสความมั่นคงทางอาหาร และแรงส่งจากภาคบริการและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปลายปีจะช่วยหนุนการส่งออกสินค้าเกษตร และอาหารที่ไทยมีศักยภาพ สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมยังสามารถเติบโตได้ตามเทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานสะอาด

5. จึงไม่สมเหตุสมผลเลย ที่จะนำมากล่าวอ้างว่าวิกฤตเศรษฐกิจ จนต้องกู้มาแจกให้คนบริโภค 500,000 ล้านบาท

ตรงกันข้าม สมควรจะเก็บหน้าตักทางการคลังไว้ สำหรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโลกหลังจากนี้

การกู้มาแจกถึง 5 แสนล้านบาท ย่อมจะทำให้จีดีพีขยายตัวทันทีเฉพาะหน้า แต่จะไม่มีความต่อเนื่องยั่งยืน

เหมือนการกินยาให้อวัยะเพศชายแข็งตัวเฉพาะกิจนั่นเอง

แต่ภาระหนี้พร้อมดอกเบี้ยมหาศาลต่างหาก คือความจริงแท้ที่รออยู่

ถ้าจะกู้มา 5 แสนล้านบาท เอาไปทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันจะดีกว่า

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:00 น. เพื่อไทยขยับ! ชงตั้ง กมธ.แก้ปมพลังงาน รับมือศึกตะวันออกกลาง
19:32 น. สุพิศ แจงปมรถ EV ติดรูปตัวเอง ชี้เป็นรถทดลองของเอกชน-ไม่ได้ใช้งบหลวง
19:24 น. จับตาแผนสหรัฐฯ ส่งกำลังยึดเกาะKHARG ฐานส่งออกน้ำมันอิหร่าน
19:10 น. สีหศักดิ์ เผยข่าวดี เข้าถึงเรือมยุรีนารีแล้ว ขอบคุณอิหร่าน อนุญาตเรือบางจากผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
19:08 น. ผ่าสูตรน้ำมันไทย! ธีระชัย จี้เลิกอิงราคาสิงคโปร์-หยุดอุ้มโรงกลั่น
ดูทั้งหมด
ซาบีดา ปลุกกระแส Soft Power ชูแฟชั่น ลายไก่อุทัยธานี ผสานภูมิปัญญาลาวครั่งสู่ลุคร่วมสมัย
'ชมพู่ อารยา'ฟาดลุคเขียววิบวับออร่าพุ่งปิดโชว์ SIRIVANNAVARI
กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเป็นประธานประชุมจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 22- 28 มีนาคม พ.ศ. 2569
มิตรภาพไม่เคยจาง! 'หนุ่ม ศรราม' พาลูกสาวหา'เสก โลโซ'เผยโมเมนต์น่ารักน้องวีจิ
ดูทั้งหมด
ทำลายของกลางสินค้าเถื่อน
ลุ้นระทึกคำขู่ของ‘ทรัมป์’
เตรียมรับมือการขาดแคลนพลังงานจากสถานการณ์สงคราม
เริงรำกับฝูงหมาป่า
สังคมหวั่นไหวกับวิกฤตน้ำมัน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สุพิศ แจงปมรถ EV ติดรูปตัวเอง ชี้เป็นรถทดลองของเอกชน-ไม่ได้ใช้งบหลวง

จับตาแผนสหรัฐฯ ส่งกำลังยึดเกาะKHARG ฐานส่งออกน้ำมันอิหร่าน

นายกฯย้ำไม่น่ากังวล สั่งเช็กกองทัพบกยันไทย กัมพูชาไร้สัญญาณคุกคาม

เอกนิติ เผยเหตุน้ำมันขาด สั่งเร่งลดสัดส่วนน้ำมันสำรอง ระบายสู้หน้าปั๊มให้ประชาชนเติม

H2O; Heart Together for Our Water

ผ่าสูตรน้ำมันไทย! ธีระชัย จี้เลิกอิงราคาสิงคโปร์-หยุดอุ้มโรงกลั่น

  • Breaking News
  • เพื่อไทยขยับ! ชงตั้ง กมธ.แก้ปมพลังงาน รับมือศึกตะวันออกกลาง เพื่อไทยขยับ! ชงตั้ง กมธ.แก้ปมพลังงาน รับมือศึกตะวันออกกลาง
  • สุพิศ แจงปมรถ EV ติดรูปตัวเอง ชี้เป็นรถทดลองของเอกชน-ไม่ได้ใช้งบหลวง สุพิศ แจงปมรถ EV ติดรูปตัวเอง ชี้เป็นรถทดลองของเอกชน-ไม่ได้ใช้งบหลวง
  • จับตาแผนสหรัฐฯ ส่งกำลังยึดเกาะKHARG ฐานส่งออกน้ำมันอิหร่าน จับตาแผนสหรัฐฯ ส่งกำลังยึดเกาะKHARG ฐานส่งออกน้ำมันอิหร่าน
  • สีหศักดิ์ เผยข่าวดี เข้าถึงเรือมยุรีนารีแล้ว ขอบคุณอิหร่าน อนุญาตเรือบางจากผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สีหศักดิ์ เผยข่าวดี เข้าถึงเรือมยุรีนารีแล้ว ขอบคุณอิหร่าน อนุญาตเรือบางจากผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
  • ผ่าสูตรน้ำมันไทย! ธีระชัย จี้เลิกอิงราคาสิงคโปร์-หยุดอุ้มโรงกลั่น ผ่าสูตรน้ำมันไทย! ธีระชัย จี้เลิกอิงราคาสิงคโปร์-หยุดอุ้มโรงกลั่น
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

จัดการน้ำมัน 2 ขา  ยามวิกฤตพลังงานโลก

จัดการน้ำมัน 2 ขา ยามวิกฤตพลังงานโลก

24 มี.ค. 2569

ไทยทุกข์ร้อน เพราะไฟสงคราม  แค่ไหน อย่างไร?

ไทยทุกข์ร้อน เพราะไฟสงคราม แค่ไหน อย่างไร?

23 มี.ค. 2569

ปัญหาน้ำมัน  จากโรงกลั่นไปสู่ผู้ใช้น้ำมัน

ปัญหาน้ำมัน จากโรงกลั่นไปสู่ผู้ใช้น้ำมัน

20 มี.ค. 2569

เลือกตั้งไม่โมฆะ 99.99%

เลือกตั้งไม่โมฆะ 99.99%

19 มี.ค. 2569

ขยายเพดานราคาดีเซล  ขยับราคาขาย ค่อยเป็นค่อยไป  เร่งเพิ่มการใช้พืชพลังงานในประเทศ

ขยายเพดานราคาดีเซล ขยับราคาขาย ค่อยเป็นค่อยไป เร่งเพิ่มการใช้พืชพลังงานในประเทศ

18 มี.ค. 2569

แค่นี้ยังทำให้สมาชิกพรรคเดือดร้อน

แค่นี้ยังทำให้สมาชิกพรรคเดือดร้อน

17 มี.ค. 2569

ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยหลัง 16 มี.ค.  ค่อยเป็น-ค่อยไป

ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยหลัง 16 มี.ค. ค่อยเป็น-ค่อยไป

16 มี.ค. 2569

ข้อมูลสมาชิกพรรคส้มรั่วไหล  เพิ่มความกังวลต่อปมขอLaser ID

ข้อมูลสมาชิกพรรคส้มรั่วไหล เพิ่มความกังวลต่อปมขอLaser ID

13 มี.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved