วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
ข่าวคราวโครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จังหวัดเลย ถูกจุดพลุขึ้นมาอีกครั้ง ในการประชุม ครม.สัญจรล่าสุดที่หนองบัวลำภู
1. เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ได้เห็นชอบในหลักการอนุมัติ “โครงการเขียนแบบก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง” จ.เลย
โดยส่งมอบให้สำนักงบประมาณไปพิจารณาดำเนินการต่อ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2565 จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 การทบทวนความเหมาะสมด้านวิศวกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ และดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชน โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จังหวัดเลย ยังมีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยในการก่อสร้างโครงการดังกล่าว เนื่องจากประเด็นแผนการรับมือจากการพัฒนาพื้นที่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น การกระจายรายได้สู่ชุมชน การจัดการขยะจากนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น ฯลฯ
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอนุมัติให้องค์การบริหารพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เข้าไปสำรวจ เก็บข้อมูลสถานภาพทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและความเป็นไปได้ในโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.2566-ก.ย.2568 แต่เป็นเพียงการศึกษาความเป็นไปได้ ไม่ใช่ศึกษา EIA
ย้ำ เป็นเพียงการศึกษาความเป็นไปได้ ไม่ใช่ศึกษา EIA
2. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้จุดประเด็น “จับตาโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกรดึง”
เชิญชวนอ่านความคิดเห็นของนักอนุรักษ์ ว่าทำไมถึงไม่อยากให้มีกระเช้าภูกระดึงบนพื้นที่ภูเขารูปหัวใจที่สวยงามแห่งนี้
อะไรที่อาจจะต้องถูกทำลายลง หากมีการก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง
มีหลายประเด็น อาทิ เหตุผลทำไมไม่เอากระเช้าภูกระดึง? อุทยานแห่งชาติเพื่อธรรมชาติหรือเพื่อธุรกิจ? กระเช้าภูกระดึง คุ้มค่า คุ้มใคร? ฯลฯ
3. บทความ โดย “ศศิน เฉลิมลาภ” ว่าด้วยเรื่อง “กระเช้าภูกระดึง โจทย์ที่ต้องตัดสินใจของประเทศไทย 3 ข้อ”
ระบุว่า ถ้าทำกระเช้าภูกระดึง จะมีสิ่งที่อาจเป็นประโยชน์หลายประการ
“...ประการแรก ธุรกิจที่สัมพันธ์กับอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน อาคารพาณิชย์ ที่มีคนครอบครองอยู่รอบๆ ภูเขาภูกระดึง และเส้นทางสู่ภูกระดึงจะคึกคัก ทั้งการเพิ่มมูลค่า การหมุนเวียนของเม็ดเงินต่างๆ ในการขยายกิจการเพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะมีมากขึ้น และหมุนเวียนมาเยือนเพื่อขึ้นลงกระเช้าไปที่ราบกว้างใหญ่บนยอดเขา ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้สองเท้าเดิน
.jpg)
ประการที่สอง ทำให้คนที่คิดว่าตัวเองขึ้นไม่ไหว ไม่มีเวลา และไม่กล้าขึ้น รวมถึงผู้มีข้อจำกัดเรื่องอายุและสภาพร่างกายมีโอกาสขึ้นไปได้
และกระเช้าไฟฟ้าอาจช่วยนำคนเจ็บป่วย บาดเจ็บ ขยะ ขนส่งข้าวปลาอาหาร เครื่องใช้ขึ้นไปได้ง่ายขึ้น
นี่เป็นเหตุผลง่ายๆ ไม่ซับซ้อน และไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
แต่… การสร้างกระเช้าภูกระดึง มีโจทย์ที่ไม่มีใครคิดจะตอบ 3 ข้อ 3 ระดับ
ระดับที่ 1 ภูกระดึงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาที่เป็น Trekking trail ที่ดีที่สุดของประเทศ เมื่อประเมินจากระยะทางที่ไม่ไกลมาก แทบไม่มีอันตรายอะไรถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุจากความประมาท การจัดการที่ลงตัว มีค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวไม่แพง รวมถึงเมื่อขึ้นไปแล้วมีที่สวยๆ ให้เดินเที่ยวมากมาย เรียกว่าคุ้มค่าเดินขึ้นและเดินเที่ยว
สิ่งที่ว่ามาทำให้ภูเขาลูกนี้ทำหน้าที่มอบความรักธรรมชาติ ให้เราได้ซึมซับความงามทั้งจากธรรมชาติและมิตรภาพระหว่างทาง รวมถึงการเรียนรู้ที่บังเกิดขึ้นมากมายระหว่างความอดทนตอนเดินขึ้น สถานที่แบบนี้ในไทยมีที่เดียวคือ “ภูกระดึง” ส่วนที่อื่นๆ มีถนนขึ้นถึง หรือเดินไกลเกินไป เดินไปถึงแล้วก็ไม่มีอะไรให้ดูมากนัก
ดังนั้น เมื่อมีกระเช้า ความท้าทายให้ไปถึงเรื่องที่ว่ามา ย่อมสู้ความสบายเย้ายวนจากการขึ้นกระเช้าไม่ได้
คนจะเดินขึ้นก็คงมีน้อยยิ่งกว่าน้อย
พวกที่เลือกเดินจึงเป็นคนที่รักธรรมชาติมากมายอยู่แล้ว คนที่ขึ้นกระเช้าไปก็ไม่ได้ซึมซับอะไร ไม่ต่างจากการขับรถขึ้นภูเรือ ดอยอินทนนท์ หรือภูเขาอื่นๆ ที่กลับมาแล้วไม่มีความหมายอะไร ภูกระดึงทำหน้าที่นี้ให้ประเทศไทยมากว่า 50 ปี ตั้งแต่รุ่นปู่จนถึงปัจจุบัน
การมีกระเช้า หมายถึงเราเลิกใช้ฟังก์ชั่นนี้ของภูกระดึงแล้ว จะเทียบไปคงเหมือนเปลี่ยนวัด โบสถ์ วิหาร เป็นบอร์ดนิทรรศการพุทธศาสนา
นี่คือเรื่องที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจจะเลือกทิ้งคุณค่าจากสิ่งนี้ไปหรือไม่
ระดับที่ 2 จากผลการศึกษาและการออกแบบระบบกระเช้า คาดว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย (เช่นตัดต้นไม้ไม่กี่ต้น) แต่ผลที่ตามมาหลังจากมีกระเช้า ยังไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
เช่น เมื่อคนจำนวนมากขึ้นไปข้างบนแล้วจะต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมแน่ๆ เช่น อาคารกลางแหล่งธรรมชาติ
.jpg)
ที่สำคัญคือ ถนนหนทางข้างบนที่ต้องรองรับผู้มาเยือนที่ไม่เตรียมตัวไป “เดิน” และไม่พร้อมจะรับรู้ทั้งนั้นว่าทำไมไม่มีรถวิ่งไปชมที่ท่องเที่ยวที่ห่างจากสถานีกระเช้าหลายกิโลเมตรในแต่ละที่
รวมถึงการจำกัดคนค้างแรม การจัดการขยะ ต่างๆ ภายใต้สถานภาพความเป็นอุทยานแห่งชาติ ที่มีข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย กำลังคน งบประมาณในการดูแลให้คงสภาพธรรมชาติ
เราพร้อมจะปล่อยให้ที่สวยๆ ข้างบนพังไปอีกที่ใช่หรือไม่
ระดับที่ 3 ถ้ามีคนขึ้นไปจำนวนมาก เราพร้อมเปลี่ยนพื้นที่อนุรักษ์อันอุดมด้วยธรรมชาติไปรองรับการบริการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวข้างบนในอนาคตเลยหรือไม่
หากนโยบายวันข้างหน้าจะเอาอย่างนั้น ยกเลิกพื้นที่อุทยานแห่งชาติไปเลย
นี่คือเรื่องที่ต้องตัดสินใจตามกระเช้ามาในระดับท้ายสุด
รัฐบาลนี้ต้องตอบทั้ง 3 คำถามก่อนตัดสินใจ ผมรอฟังอยู่ ก่อนตัดสินใจขึ้นกระเช้าไปทำลายภูกระดึงเดิมๆ ด้วยกัน”
4. พิธีกรข่าว ช่องท็อปนิวส์ นายสันติสุข มะโรงศรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กชวนคิด ว่าด้วยเรื่อง “เอกลักษณ์และความทรงจำที่ภูกระดึง”
บางตอนระบุว่า
“...การเที่ยวบนภูกระดึง ไม่เหมือนเมืองนอกบางที่ แบบที่เมื่อนั่งกระเช้าขึ้นไปแล้วก็เจอจุดถ่ายรูป ไหว้พระ หรือช็อปปิ้งเลย บางเดินต่อไม่เกิน 1-2 กิโลเมตร
แต่ภูกระดึง เมื่อเดินขึ้นภู 5 กม ไปถึงหลังแป (ที่ราบบนภูเขา) ก็ยังจะต้องเดินอีกไกล 3 กิโลกว่าจะถึงที่กางเต้นท์
จุดท่องเที่ยวต่างๆ ก็จะต้องเดิน เดิน เดิน เดินไปอีกไกลๆ ทั้งนั้น เช่น
.jpg)
ไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ผานกแอ่น 2-3 กม
ไปชมพระอาทิตย์ตก ผาหมากดูก 3 กม
และถ้าไปชมพระอาทิตย์ตก ผาหล่มสัก โน่นเลย 9 กม (ไปกลับ 18 กม)
จะไปดูใบเมเปิ้ล ดูน้ำตก ก็เหมือนกัน เดิน เดิน เดิน
ผมเคยไปช่วงวัยม.ปลาย-มหาลัยราว 4 ครั้ง ยังคิดว่า มันคือที่ท่องเที่ยวสำหรับช่วงวัยหนึ่งของชีวิตจริงๆ เว้นแต่จะยังแข็งแรงอยู่
ผมไม่ค้านเรื่องทำกระเช้าขึ้นนะครับ แต่อยากให้คิดให้ครบ ว่าที่นี่มันไม่ใช่ขึ้นกระเช้าแล้วจบ ถ้าไม่อยากเดิน หรือเดินเที่ยวไม่ไหว ขึ้นกระเช้าไปแล้ว ก็คงต้องมีรถบริการบนหลังแปต่อไปอีกหรือไม่
แล้วมันจะมีผลยังไง เสน่ห์และผลที่ตามมา?
ยอมรับได้แค่ไหน?
ปัจจุบัน จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว (ให้วอล์คอินได้แค่ 600 คนต่อวัน)ถ้ามีกระเช้าจะเพิ่มจำนวนมั้ย? ถ้าไม่เพิ่ม ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้มันก็เท่าเดิมใช่มั้ยครับ
ช่วยกันคิดครับ ถึงคิดต่างกัน ไม่ต้องใช้คำพูดรุนแรงก็ได้นะครับ...”
5. ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นประเด็นน่าสนใจ ที่ควรมีการพิจารณาให้รอบคอบรอบด้าน
มิใช่อ้างแค่ว่าจะได้เป็นทางเลือกให้คนที่ไม่สะดวกที่จะเดินได้ใช้กระเช้า ? หรือ ต่างประเทศที่อื่นๆ เขาก็มีกระเช้า? ฯลฯ
อย่าลืมว่า อะไรคือเสน่ห์ของภูกระดึง?
อะไรหากทำแล้วเสน่ห์นั้นจะหายไปอย่างไม่สามารถฟื้นฟูหรือทำคืนกลับมาให้เหมือนเดิมได้?
ขอโปรดพิจารณารอบคอบ การทุ่มเงิน และทุ่มทรัพยากรธรรมชาติไปกับการตัดสินใจ
สารส้ม

‘อภัยภูเบศร’ชวนเปิดโลกสมุนไพรใกล้ตัว จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่มาตรฐานโลก ในงาน อย. Expo 2026
เหยื่ออารมณ์ป้าโหด คืนแรกในบ้านพักเด็กหลับสบาย รอแม่กลับจากนอกรับคืนสู่อ้อมอก
เปิดภาพล่าสุด ปราสาทตาควาย กรมศิลป์ เข้าตรวจสอบวางแผนบูรณะ
เกิดอะไรขึ้น? 'เบิร์ด ธงไชย'พูดไม่ชัด แฟนคลับวอนตรวจสุขภาพด่วน
เที่ยวญี่ปุ่นยังแรง! ยอดนักท่องเที่ยวมากเป็นประวัติการณ์ พุ่ง 42 ล้านคน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี