Logo วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.
อย่าปกป้องนักโทษ จนระบบยุติธรรมเสียหาย

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

การศึกสงครามที่มีการต่อสู้ของผู้ปกครองบ้านเมืองระดับพระมหากษัตริย์นั้น ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ สงครามยุทธหัตถี ซึ่งคือการต่อสู้บนหลังช้าง ที่ในประวัติศาสตร์ของชาติไทยถูกบันทึกว่าเกิดขึ้นแล้ว ๔ ครั้ง ครั้งแรกคือยุทธหัตถีระหว่างพ่อขุนรามคำแหงมหาราชกับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ที่พ่อขุนรามคำแหงเป็นผู้ชนะ ครั้งที่ ๒ คือยุทธหัตถีระหว่างเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยาเพื่อแย่งชิงราชสมบัติ ซึ่งทั้งสองพระองค์ต้องสิ้นพระชนม์ชีพ ครั้งที่ ๓ คือ ยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระมหาจักรพรรดิและสมเด็จพระศรีสุริโยทัย กับพระเจ้าแปรจากพม่า ซึ่งสมเด็จพระศรีสุริโยทัยต้องสิ้นพระชนม์ชีพ

และสงครามยุทธหัตถีครั้งสำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์ชาติไทยคือครั้งที่ ๔ ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชมังกะยอชวา จากอาณาจักรหงสาวดี ที่เกิดขึ้นพร้อมกับยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระเอกาทศรถกับเจ้าเมืองมังจาปะโรในสงครามเดียวกัน


สงครามยุทธหัตถีครั้งที่ ๔ นี้เกิดขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๑๓๕ เมื่อพระเจ้านันทบุเรง ต้องการกลับมาครอบครองอาณาจักรอยุธยาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรหงสาวดีในปีพุทธศักราช ๒๑๑๒ ซึ่งต่อมาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงต่อสู้และประกาศอิสรภาพ ไม่เป็นเมืองขึ้นของพม่าอีกต่อไปในปี ๒๑๒๗ โดยพระเจ้านันทบุเรงได้ส่งกองทัพที่มีกำลังพลมากกว่า ๒๔๐,๐๐๐ คน เพื่อจะมาตีกรุงศรีอยุธยา

เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทราบข่าวเรื่องการยกทัพเพื่อเข้ามารุกรานอาณาจักรอยุธยา ก็ได้ตัดสินพระทัยที่จะยกทัพออกไปตั้งรับนอกกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากทัพไทยมีกำลังพลน้อยกว่า การตั้งรับจะทำให้เสียเปรียบในการรบ โดยพระองค์ได้ยกทัพพร้อมกำลังพลรวม ๑๐๐,๐๐๐ คน ไปตั้งรับทัพพม่าที่ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี

เช้าของวันจันทร์ แรม ๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๑๓๕ สมเด็จพระนเรศวรพร้อมด้วยสมเด็จพระเอกาทศรถทรงเครื่องพิชัยยุทธ โดยสมเด็จพระนเรศวรทรงพระคชาธารนามว่า เจ้าพระยาไชยานุภาพ ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถทรงพระคชาธารนามว่า เจ้าพระยาปราบไตรจักร โดยช้างทั้ง ๒ เชือกนั้นเป็นช้างชนะงา ผ่านการฝึกและต่อสู้ในสงครามชนะช้างตัวอื่นมาแล้ว เป็นช้างตกมัน ทำให้ในระหว่างการรบได้วิ่งผ่าทัพพม่าจนหลงเข้าไปอยู่ในกึ่งกลางของทัพหงสาวดี และมีเพียงทหารรักษาพระองค์และจตุลังคบาทเท่านั้นที่ติดตามไปทัน

จตุลังคบาทคือทหารประจำ ๔ เท้าช้างทรง ของพระมหากษัตริย์ในยามศึกสงคราม เป็นทหารผู้คุ้มครองเท้าทั้ง ๔ ข้าง ของช้างทรง ไม่ให้ศัตรูเข้าถึง และทำอันตรายต่อช้างได้มีฝีมือในการรบ ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะ การใช้ดาบสองมือแขนทวนและ ต่อสู้ด้วยมือเปล่าหรือ มวย ผู้ที่ประจำ ๒ เท้าหน้าจะมียศเป็นออกหลวง ส่วนผู้ที่ประจำ ๒ เท้าหลัง มียศเป็นออกขุน โดยจตุลังคบาท ของสมเด็จพระนเรศวร ในการกระทำยุทธหัตถีครั้งนี้ ได้แก่ พระมหามนตรี ประจำเท้าหน้าขวา พระมหาเทพ ประจำเท้าหน้าซ้าย หลวงอินทรเทพ ประจำเท้าหลังขวา และหลวงพิเรนทรเทพประจำเท้าหลังซ้าย

ยุทธหัตถีในครั้งนั้นช้างเจ้าพระยาไชยานุภาพ มีขนาดเล็กกว่าช้างพลายพัทธกอของสมเด็จพระมหาอุปราช เมื่อเข้าปะทะกันในครั้งแรกจึงถูกช้างพลายพัทธกอดันจนเสียหลัก ทำให้พระมหาอุปราชได้ที ฟันสมเด็จพระนเรศวรด้วยพระแสงของ้าว แต่สมเด็จพระนเรศวรทรงเบี่ยงพระองค์หลบ ทำให้ของ้าวตัดปีกพระมาลาของสมเด็จพระนเรศวรขาดไป  แล้วต่อมาช้างเจ้าพระยาไชยานุภาพตั้งหลักได้ จึงดันช้างพลายพัทธกอจนส่วนหัวยกขึ้น ทำให้สมเด็จพระนเรศวรผู้ทรงพระปรีชาสามารถ ใช้พระแสงของ้าวฟันถูกพระอังสะหรือหัวไหล่ขวาพาดลงไปถึงทรวงอกของสมเด็จพระมหาอุปราช จนขาดสะพายแล่ง สิ้นพระชนม์อยู่บนคอช้าง

ในเวลาใกล้เคียงกันนั้น สมเด็จพระเอกาทศรถที่ทรงช้างเจ้าพระยาปราบไตรจักร  ก็ได้กระทำยุทธหัตถีกับเจ้าเมืองมังจาปะโร  ก็สามารถต่อสู้เอาพระแสงของ้าวฟันเจ้าเมืองมังจาปะโรจนสิ้นพระชนม์เช่นเดียวกัน และทำให้ทหารพม่า ต้องรีบเข้ามาช่วยนำพระศพของพระมหาอุปราชและเจ้าเมืองมังจาปะโรออกจากสนามรบ และทำให้พม่าต้องถอยทัพและยกทัพกลับกรุงหงสาวดี

ช้างเจ้าพระยาไชยานุภาพได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์และรับพระราชทานนามใหม่ว่า เจ้าพระยาปราบหงสาวดี พระแสงของ้าวได้รับพระราชทานนามว่าเจ้าพระยาแสนพลพ่าย ส่วนพระมาลาได้ชื่อว่าพระมาลาเบี่ยง

พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ไทยในด้านการรบนั้นมีอยู่ในหลายพระองค์ และในการรบแต่ละครั้งนั้นก็จะมีขุนศึกคู่ใจที่จะอยู่ใกล้ชิดติดตามในการรักษาพระองค์ให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด ไม่ค่อยได้มีการกล่าวถึงความสำคัญของจตุลังคบาทมากนัก  ซึ่งความจริงเป็นทหารที่ต้องมีความสามารถและรับผิดชอบสูงมากในการป้องกันข้าศึกไม่ให้เข้าใกล้ช้างทรง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการป้องกันพระองค์ให้ปลอดภัย เพราะหากช้างทรงถูกทำร้ายก็จะทำให้เกิดภยันตรายต่อพระองค์ที่ประทับอยู่บนหลังช้างได้

หันกลับมาดูเรื่องการเมืองไทยในขณะนี้ จะเห็นว่ามีผู้ที่พยายามจะปกป้องให้อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โดยสถานะขณะนี้ต้องถือว่าเป็นนักโทษ เพราะได้กระทำผิดในหลายกรณี และศาลก็ได้ตัดสินพิจารณาลงโทษแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ผู้บริหารประเทศชุดปัจจุบันมิได้มีความพยายามใดๆ ที่จะทำให้นักโทษหนีคุกผู้นี้ ที่ได้หนีไปอยู่ต่างประเทศเป็นระยะเวลา ร่วม ๒๐ ปี ที่ได้ตัดสินใจเดินทางกลับมาประเทศไทย ซึ่งในครั้งแรกประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าเขาผู้นั้นจะกลับมารับโทษตามที่ได้ถูกศาลตัดสินไว้ให้จำคุกเป็นเวลา 8 ปี แต่กลับกลายเป็นว่าได้มีกระบวนการในการปกป้องนักโทษผู้นี้ จนกระทั่งทำให้เกิดคำถามอย่างมากมาย ว่า กระบวนการยุติธรรมยังคงมีอยู่จริงหรือไม่ และได้ถูกนำมาใช้กับุคคลบางคนที่เคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรี แต่ได้กระทำความผิดในหลายเรื่องรวมทั้งการฉ้อราษฎร์บังหลวงจริงหรือ

และที่ชัดเจนมากในขณะนี้ จากการที่เคยหลีกเลี่ยงในการที่จะตอบคำถาม เมื่อมีผู้พูดและกล่าวถึงกรณีการละเว้นการปฏิบัติสำหรับนักโทษผู้นี้ ก็จะเห็นว่า นักการเมืองระดับรัฐมนตรีสองสามคน ผู้บริหารระดับอธิบดี ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องคือกรมราชทัณฑ์ สำนักงานตำรวจฯและอื่นๆ เริ่มออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะปกป้องอดีตนายกฯ นักโทษผู้นี้โดยไม่กระมิดกระเมี้ยนอีกต่อไป โดยเริ่มเปลี่ยนมาเป็นการทยอยให้ข่าวในทำนองเดียวกันว่า นักโทษผู้นี้ได้รับการปฏิบัติตามที่ควรจะเป็น เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวซึ่งอาจจะเป็นอันตรายอยู่หลายโรค ทั้งๆ ที่วันที่กลับมาถึงเมืองไทยก็ไม่ได้แสดงท่าทีที่ผิดปกติอันแสดงถึงการเจ็บป่วยแต่อย่างใดทั้งสิ้น สามารถจะเดินไปทักทายกับผู้คนที่มาต้อนรับบางส่วนและพูดคุยกันอย่างมีความสุข

แต่เมื่อถูกส่งตัวถึงบริเวณคุก  ยังไม่ทันจะได้ถูกจำคุกแม้แต่นาทีเดียวและมีข่าวว่ายังไม่ได้ลงนามรับสภาพการเป็นนักโทษด้วยซ้ำ ก็ได้รับการเคลื่อนย้ายตัวมายังโรงพยาบาลตำรวจ โดยกล่าวอ้างว่าเกิดอาการป่วยรุนแรงอย่างกะทันหัน จนไม่สามารถรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ และเมื่อมาถึงโรงพยาบาลก็เข้าพักรักษาโดยไม่ได้ผ่านห้องฉุกเฉิน เหมือนผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีอาการรุนแรงหรือเจ็บป่วยวิกฤตทั่วๆ ไปจะได้รับการปฏิบัติ และถ้าหากอาการหนักจริงก็จะต้องเข้า ICU แต่กลับถูกส่งไปรักษาตัวยังชั้นที่ ๑๔ โดยอ้างว่าเตียง ICU เต็ม และห้องพักที่ชั้น ๑๔ นั้นซึ่งทราบกันดีว่าเป็นห้องพักแบบ VIP  โดยแพทย์ของสำนักงานตำรวจฯเองก็อ้างว่ามีอุปกรณ์เครื่องมือพร้อมในการรักษา  และเมื่อรักษาอยู่จนถึงปัจจุบันเกินกว่า  ๑๒๐ วัน แล้วอาการก็ยังไม่ดีเพียงพอที่จะกลับไปรักษาต่อในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ เป็นการสร้างฉากที่ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่เป็นแพทย์ทั่วๆ ไปจะยอมรับได้ แม้แต่ประชาชนทั่วๆ ไป ก็คงจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่แย่ยิ่งกว่าละครน้ำเน่าเช่นกัน นับเป็นการกระทำที่เป็นการเลือกปฏิบัติที่เลวร้ายที่สุด

จตุลังคบาทมีหน้าที่ปกป้องเท้าช้างทรง อันหมายถึงการปกป้องพระมหากษัตริย์ที่ทรงอยู่บนช้างนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องกระทำ แต่นักการเมืองทั้งหลายที่เข้ามาบริหารบ้านเมืองขณะนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นตำแหน่งถาวรอะไร แต่ก็พยายามอย่างยิ่งเหลือเกินในการปกป้องนักโทษผู้หนึ่งจนเกิดคำถามว่าเป็นการให้สิทธิพิเศษอย่างมากมายจนกระทั่งกระทบกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ แล้วในอนาคตจะหวังได้อย่างไรว่ากระบวนการยุติธรรมจะยังคงมีอยู่ในประเทศของเรา ในเมื่อใครคิดจะทำอะไรก็ทำได้อย่างง่ายๆ ในช่วงที่ตัวเองมีอำนาจอยู่ เราชาวไทยจะยอมให้ประเทศชาติเป็นอย่างนี้หรือ

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. 'ทูตจีน'ย้ำสัมพันธ์แนบแน่น 'ไทย-ปักกิ่ง' หนุนความร่วมมือทางทหาร
21:52 น. ญี่ปุ่นอัดงบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วย ไทย-เอเชีย รับมือวิกฤตน้ำมัน
21:33 น. หนุ่มจีนเจอคุก 1 ปี ฐานลักลอบขน มดราชินี ออกจากเคนยา
21:20 น. สีหศักดิ์ พบหารือ รมต.ต่างประเทศโอมาน ขอบคุณช่วยลูกเรือมยุรีนารี
21:20 น. โปรดเกล้าฯ ศุภชัย-ฐาปน-กฤษฎา เป็นกรรมการสภากาชาดไทย
ดูทั้งหมด
หวานเจี๊ยบที่บอสตัน ทิม พิธา โพสต์ภาพคู่สวีทสงกรานต์ ก้อย อรัชพร
น้าเดชเตือนรัฐ อย่าหาทำ นโยบายรถเก่าแลกรถ NEV
โซเชียลแตก เซ้ง ขอนแก่น อวดการ์ดงานแต่ง ณเดชน์-ญาญ่า ยอดชมทะลุ 1.1 ล้านครั้ง
จับแก๊งขายชาติ ยึดเรือ5ลำกลางทะเล ลอบส่งสินค้าไปเขมร
เช้านี้ติดหนึบ เขาช่องตะโกอ่วม รถแน่นขนัดรับสงกรานต์
ดูทั้งหมด
ล่าฝันข้ามขั้ว
นักร้อง-นักแสดงเงา ลิซ่า
ทำไมต่างชาติชอบ ‘สงกรานต์ในไทย’?
บุคคลแนวหน้า : 17 เมษายน 2568
กะเทาะเปลือก โรงกลั่นน้ำมัน : บทวิเคราะห์วิกฤตพลังงานบนคราบน้ำตาประชาชน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หนุ่มจีนเจอคุก 1 ปี ฐานลักลอบขน มดราชินี ออกจากเคนยา

สีหศักดิ์ พบหารือ รมต.ต่างประเทศโอมาน ขอบคุณช่วยลูกเรือมยุรีนารี

เปิดภาพล่าสุด ชลิต เฟื่องอารมย์ ใช้ชีวิตเรียบง่ายกลางสวนทุเรียน

แสวง ร่ายยาว ย้ำ กกต.จัดเลือกตั้งยึดหลัก โปร่งใส ตรวจสอบได้

สส.กู๊ดดี้ แฉขบวนการ IO เล่นงานสื่อ-เบี่ยงประเด็นแม่ทัพภาค 4

ปกรณ์วุฒิ อัด ป.ป.ช.โยนทิ้งทุกหลักการ หลังยกคำร้องคดี ศักดิ์สยาม

  • Breaking News
  • \'ทูตจีน\'ย้ำสัมพันธ์แนบแน่น \'ไทย-ปักกิ่ง\' หนุนความร่วมมือทางทหาร 'ทูตจีน'ย้ำสัมพันธ์แนบแน่น 'ไทย-ปักกิ่ง' หนุนความร่วมมือทางทหาร
  • ญี่ปุ่นอัดงบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วย ไทย-เอเชีย รับมือวิกฤตน้ำมัน ญี่ปุ่นอัดงบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วย ไทย-เอเชีย รับมือวิกฤตน้ำมัน
  • หนุ่มจีนเจอคุก 1 ปี ฐานลักลอบขน มดราชินี ออกจากเคนยา หนุ่มจีนเจอคุก 1 ปี ฐานลักลอบขน มดราชินี ออกจากเคนยา
  • สีหศักดิ์ พบหารือ รมต.ต่างประเทศโอมาน ขอบคุณช่วยลูกเรือมยุรีนารี สีหศักดิ์ พบหารือ รมต.ต่างประเทศโอมาน ขอบคุณช่วยลูกเรือมยุรีนารี
  • โปรดเกล้าฯ ศุภชัย-ฐาปน-กฤษฎา เป็นกรรมการสภากาชาดไทย โปรดเกล้าฯ ศุภชัย-ฐาปน-กฤษฎา เป็นกรรมการสภากาชาดไทย
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

13 เม.ย. 2569

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

6 เม.ย. 2569

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

30 มี.ค. 2569

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

23 มี.ค. 2569

จริยธรรมกับผู้บริหารบ้านเมือง

จริยธรรมกับผู้บริหารบ้านเมือง

16 มี.ค. 2569

คนทรยศหรือไส้ศึก มหันตภัยของชาติ

คนทรยศหรือไส้ศึก มหันตภัยของชาติ

9 มี.ค. 2569

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

2 มี.ค. 2569

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

23 ก.พ. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved