วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เขียนเพื่อคิด
เขียนเพื่อคิด

เขียนเพื่อคิด

กษิต ภิรมย์
วันพุธ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 02.00 น.
โครงการ Landbridge เชื่อม 2 ฝั่งทะเลที่ภาคใต้ของไทย

ดูทั้งหมด

  •  

การที่ผู้นำประเทศจะมีวิสัยทัศน์ หรือความฝันอันสูงส่งในโครงการพัฒนาชาติใดๆ มิใช่เรื่องแปลกหรือผิดปกติแต่อย่างใด หากแต่มันจะผิดปกติ เมื่อเป็นเพียงแค่การใช้วาทะเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อ และการเพ้อเจ้อ

ซึ่ง ณ ที่นี้หมายถึง กรณีอภิมหาโครงการเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันทางด้านมหาสมุทรอินเดีย กับฝั่งทะเลอ่าวไทยทางด้านมหาสมุทรแปซิฟิก ด้วยการจัดทำเส้นทางเสมือนสะพานบนบก (Landbridge) แทนที่จะขุดคลองเชื่อมโยงสองฝั่งดังเช่น คลองสุเอซที่ตะวันออกกลาง คลองปานามาที่อเมริกาเหนือ-ใต้ และคลองคีลที่ยุโรปตอนเหนือ


เมื่อครั้งที่โครงการนี้ถูกประกาศออกมา ก็ได้สร้างความฮือฮาในแวดวงต่างๆ ของไทยเรา อีกทั้งเรื่องราวได้ขจรขจายไปทั่วโลกผ่านการป่าวประกาศของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทย บนเวทีโลกหลายเวทีเพื่อชักชวน เชิญชวน ให้ฝ่ายต่างประเทศ โดยเฉพาะภาคเอกชน ทั้งนักลงทุน นักอุตสาหกรรม รวมทั้งอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ให้มาร่วมลงทุนหรือรับสัมปทาน

นายกฯ เศรษฐา ได้แถลงว่า โครงการนี้จะช่วยย่นระยะเวลา และค่าใช้จ่ายการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบมะละกา หรือผ่านช่องแคบซุนดราและล็อมบ๊อกที่อินโดนีเซียอย่างมาก แถมยังอวดคุยอีกด้วยว่าจะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจของไทย โดยเพิ่มความเป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านคมนาคมและอุตสาหกรรมต่างๆ ในระดับโลก ซึ่งมีนัยว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างใหญ่หลวง

จากที่ฟังๆ ดูแล้ว ปวงชนชาวไทยก็คงจะเคลิบเคลิ้มไปด้วยกับคำพูดโตๆ ของนายกรัฐมนตรีของไทย อีกทั้งนักวิ่งเต้นทั้งหลายก็กำลังบวกลูกคิดอย่างเมามันว่าจะตักตวงหากำไรจากการกว้านซื้อที่ดิน จากการจะรับงานประมูลแบบไม่โปร่งใสกันได้มากน้อยเพียงใด และแถมจะมีเงินเข้ากระเป๋าเป็นเงินทุนให้กับราชวงศ์การเมือง (Political dynasty) ได้กันอีกกี่ราชวงศ์

แต่ทว่าในแวดวงต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแวดวงสื่อแวดวงการเงิน แวดวงอุตสาหกรรม และแวดวงกิจการเดินเรือ ก็ดูแต่จะเอาแต่นั่งรับฟังแล้วนิ่งเฉย บ้างก็อาจจะเพียงพยักหน้าคล้อยตามไปตามมารยาทเท่านั้น ดูได้จากการที่ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดออกมาพูดเห็นดีเห็นงามกับอภิมหาโครงการอันนี้ของนายกรัฐมนตรีของไทยเลยหลังจากการรับฟังข้อมูล ซึ่งก็น่าจะสะท้อนว่า เขาต่างก็คงจะคิดตรงกันว่า การใช้เส้นทางเดินเรือเดิมผ่านช่องแคบมะละกา หรือจะเลยออกไปอีกหน่อยไปผ่านน่านทะเลของอินโดนีเซียนั้น ยังไงๆ ก็ยังคุ้มค่ากว่า เพราะการจะย่นระยะเวลาเดินเรือออกไปก็คงทำได้เพียง 10-20 ชั่วโมง ไม่ใช่ 1-3 วันดังที่กล่าวอ้าง ด้วยการที่จะส่งตู้คอนเทนเนอร์ผ่าน Landbridge นั้น เรือจะต้องเสียเวลากับการขนถ่ายสินค้าลงที่ท่าเรือด้านทะเลอันดามัน เพื่อรอส่งขึ้นรถไฟ หรือรถบรรทุก หรือแม้กระทั่งทางเลื่อนไฟฟ้า ซึ่งจะใช้เวลามากน้อยก็ขึ้นอยู่กับความเร็ว และเมื่อไปถึงปลายทางที่อ่าวไทย ก็ยังต้องเสียเวลาขนสินค้าขึ้นเรือบรรทุกอีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้ไม่รวมระยะเวลาที่จะต้องเข้าคิวจอดเรือรอทั้ง 2 ด้านของสะพานบนบกนี้

นอกจากนั้น เมื่อคิดถึงค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ก็ต้องกลับไปดูที่ต้นทุน โดยเรื่องใหญ่สุดก็คือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดิน ซึ่งนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ก็ยังมิได้มีตัวเลขจริงๆ ว่าพื้นที่จะต้องกว้างใหญ่ไพศาลถึงกี่พันกี่หมื่นไร่ และยังไม่มีแผนที่จะอพยพทั้งคน สัตว์ป่าสัตว์เลี้ยง ไปอยู่ที่ใด จึงไม่ทราบว่าจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นจำนวนเท่าใด (อีกทั้งต้นไม้ที่ตัดแล้วและก้อนหิน ก้อนดินที่ถูกเกลี่ยออกไป จะเอาไปกองไว้ที่ไหนอย่างไร) นอกจากนั้น ก็ยังประเมินไม่ได้ว่าค่าก่อสร้างทั้งหมดจะใช้เงินเท่าใด? อีกทั้งค่าสร้างท่าเรือและเขตอุตสาหกรรม รวมทั้งที่อยู่อาศัยทั้ง 2 ฝั่งของสะพานบนบกนี้ ก็ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน ส่วนการบริหารจัดการนั้น ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นไปในรูปแบบใด หากภาครัฐจะทำเอง หรือจะร่วมทำกับภาคเอกชน หรือจะมอบสัมปทานให้กับภาคเอกชน? แล้วใครฝ่ายใดจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากพื้นที่ทั้ง 2 ฟากของสะพานบกนี้?

เมื่อมองกว้างออกไปยังประเด็นเรื่องผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางทะเล ทั้งปะการัง วัชพืช สัตว์มีชีวิต และความสมดุลของระบบนิเวศ ก็ยังไม่มีใครตอบได้ว่าจะจัดการแบบไหน นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแต่อย่างใด และที่สำคัญเรือขนส่งสินค้าที่มาใช้ประโยชน์นั้นจะเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเรือทั้งหมดจากที่เคยล่องผ่านช่องแคบมะละกา และน่านทะเลของอินโดนีเซีย และจะต้องมีเรือใช้บริการเป็นจำนวนเท่าใด นานแค่ไหน ที่การลงทุนจะคุ้มทุน และจะเริ่มได้กำไรกันเมื่อใด

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาโดยสังเขปนี้ นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสินนี้ รวมทั้งลูกคู่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีคมนาคม ก็ยังไม่ได้มีการแถลงสถิติ และตัวเลขใดๆ ต่อสาธารณชนทั้งไทย และเทศเลย

เมื่อเป็นเช่นนี้ สถานะโครงการนี้ ณ ปัจจุบันนี้ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ จึงเป็นเพียงแค่เรื่องเพ้อเจ้อหรือเป็นเรื่องการพูดจาที่เลอะเทอะ ไร้ความรับผิดชอบ และสร้างความสูญเสียให้แก่ศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของประเทศไทยเรา ซึ่งสมควรจะได้ฝากกระซิบบอกให้ทางรัฐบาล และฝ่ายข้าราชการได้ทำการบ้าน หาข้อมูล รวมถึงสร้างแผนแม่บทเบื้องต้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะเสียก่อน ก่อนที่จะปล่อยให้นายกฯ เดินสายไปขายฝัน โครงการ Landbridge กับชาวโลกโดยไม่มีข้อมูลที่เป็นชิ้นเป็นอัน

อีกทั้งโครงการในระดับนี้ควรจะได้รับความเห็นชอบในหลักการจากประชาชนพลเมืองเสียก่อน โดยการจัดทำการลงประชามติ 2 ระดับ หรือ 2 ครั้งด้วยกัน คือระดับแรก โดยประชาชนพลเมืองจากจังหวัดระนองและชุมพร และระดับที่ 2 จากประชาชนพลเมืองทั้งประเทศเพราะเป็นผู้เสียภาษีและเจ้าของงบประมาณ

สำหรับผู้เขียนเองก็ไม่ตื่นเต้นกับโครงการนี้ เพราะดูไม่คุ้มทุน เพราะจะมีผลเสียมากกว่าผลได้ และโดยเฉพาะในเรื่องสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และยังมองไม่ออกว่าจะมีอุตสาหกรรมใดที่จะมาตั้งอยู่ในบริเวณโครงการ ในเมื่อโลกกำลังมุ่งไปสู่ทิศทางของอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยีสูงมากกว่าอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องใช้พื้นที่และแรงงานมากมาย

 

กษิต ภิรมย์

kasitfb@gmail.com

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:46 น. มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ
20:24 น. เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี
20:24 น. ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์
20:06 น. สุรเดช ฟันธง วิกฤตพลังงานประเทศ พีระพันธุ์ ช่วยได้ แนะ นายกฯ เชิญมาร่วมรัฐบาลคุม ก.พลังงาน
19:59 น. ศศิกานต์ โต้ สิริพงศ์ ป้อง พีระพันธุ์ ชี้ช่วยประเทศหาทางออกวิกฤตน้ำมัน ทำไมรัฐบาลไม่รับฟัง
ดูทั้งหมด
คิดให้ดีก่อนซื้อ ต๊ะ นารากร โพสต์ฝากถึงคนจะซื้อรถไฟฟ้า
'ตั๊ก มยุรา–หนุ่ย ธาดา'40 ปีชีวิตคู่ไม่สมบูรณ์แบบเลือกอยู่เพราะความดี
รุ่นใหญ่หัวใจว้าวุ่น‘สุรชัย'ควงคู่‘ไดอาน่า’หวานฉ่ำริมระเบียง
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผลักดันเยาวชนรุ่นใหม่ สืบสานผ้าไทยสู่เวทีแฟชั่นโลก
เพจผู้บริโภคทำความเข้าใจ เหตุใดน้ำมัน E20 เหมือนกัน แต่สีต่างกัน
ดูทั้งหมด
เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน9)
จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?
การเดินเป็นยาที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์ ‘Walking is a man’s best medicine’ โดย Hippocrates
บุคคลแนวหน้า : 29 มีนาคม 2569
ภาวะแทรกซ้อนขั้นรุนแรงในสุนัขที่เกิดจากยาสลบ (ตอนที่ 2)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ

เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี

ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์

ศศิกานต์ โต้ สิริพงศ์ ป้อง พีระพันธุ์ ชี้ช่วยประเทศหาทางออกวิกฤตน้ำมัน ทำไมรัฐบาลไม่รับฟัง

งามจับใจ! ใหม่ ดาวิกา สวมชุดไทยสวยสง่าดั่งภาพวาด

เอ็ดดี้ โต้เดือด ด้อมพี อ่านให้แตก ก่อนแบกจนหลงทาง

  • Breaking News
  • มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ
  • เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี
  • ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์ ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์
  • สุรเดช ฟันธง วิกฤตพลังงานประเทศ พีระพันธุ์ ช่วยได้ แนะ นายกฯ เชิญมาร่วมรัฐบาลคุม ก.พลังงาน สุรเดช ฟันธง วิกฤตพลังงานประเทศ พีระพันธุ์ ช่วยได้ แนะ นายกฯ เชิญมาร่วมรัฐบาลคุม ก.พลังงาน
  • ศศิกานต์ โต้ สิริพงศ์ ป้อง พีระพันธุ์ ชี้ช่วยประเทศหาทางออกวิกฤตน้ำมัน ทำไมรัฐบาลไม่รับฟัง ศศิกานต์ โต้ สิริพงศ์ ป้อง พีระพันธุ์ ชี้ช่วยประเทศหาทางออกวิกฤตน้ำมัน ทำไมรัฐบาลไม่รับฟัง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

การจัดตั้ง-ยุบรวมกระทรวง ทบวง กรม ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์

การจัดตั้ง-ยุบรวมกระทรวง ทบวง กรม ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์

26 มี.ค. 2569

ประเด็นปัญหาภายใน-ภายนอกที่รอรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

ประเด็นปัญหาภายใน-ภายนอกที่รอรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

19 มี.ค. 2569

ตะวันออกกลาง : สหรัฐอเมริกา  และอิสราเอลพยายามบีบคั้น แต่อิหร่านยังอึดไม่ย่อท้อ

ตะวันออกกลาง : สหรัฐอเมริกา และอิสราเอลพยายามบีบคั้น แต่อิหร่านยังอึดไม่ย่อท้อ

12 มี.ค. 2569

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล รบอิหร่าน : ไทยจะมีท่าทีอย่างไร?

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล รบอิหร่าน : ไทยจะมีท่าทีอย่างไร?

5 มี.ค. 2569

ลัทธิโดดเดี่ยวในความหมายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ลัทธิโดดเดี่ยวในความหมายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

26 ก.พ. 2569

วิชาพลเมืองและการเมืองศึกษา

วิชาพลเมืองและการเมืองศึกษา

19 ก.พ. 2569

รัฐชาติกับความรักชาติ

รัฐชาติกับความรักชาติ

12 ก.พ. 2569

โค้งสุดท้ายสู่คูหาเลือกตั้ง

โค้งสุดท้ายสู่คูหาเลือกตั้ง

5 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved