Logo วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ปรีชา'ทัศน์
ปรีชา'ทัศน์

ปรีชา'ทัศน์

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
รัฐบาลกับการกู้เงิน : จากอดีตสู่ปัจจุบัน (1)

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ประเทศไทยก็เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่มีการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้เงินทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อนำมาใช้จ่ายในการลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจ ตลอดจนเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ อันเนื่องจากการเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ หรือในกรณีจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีการใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก เพราะเฉพาะแต่เพียงเงินที่ได้จากการจัดเก็บภาษีอากรซึ่งเป็นรายได้หลักเพียงอย่างเดียวนั้น ย่อมไม่อาจสนองตอบความต้องการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลได้

ดังเช่น กรณีรัฐบาลชุดปัจจุบันมีแผนที่จะออกกฎหมายกู้เงินให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามการค้า ในวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ โดยหากรัฐบาลเลือกที่จะกู้เงิน ๕ แสนล้านบาท ก็จะทำให้หนี้สาธารณะของไทยเพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๓% กลายเป็น ๖๗.๒๑ ของจีดีพี แต่ก็ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ต้องไม่เกิน ๗๐% ของจีดีพี


ปัจจุบัน หนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ประมาณ ๑๒ ล้านล้านบาท หรือ ๖๔.๒๑ ของจีดีพี

การกู้เงินเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศ หรือในกรณีเพื่อใช้จ่ายตามความจำเป็นเร่งด่วน ได้เริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยการปกครองในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันเป็นยุคแห่งการปฏิรูปการคลังเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งอาจจำแนกเป็น ๒ ยุคสมัย คือ

1.การก่อหนี้สาธารณะในสมัยระบอบการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราชย์จนกระทั่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ (ดู ธิติ สุวรรณทัต “การก่อหนี้สาธารณะครั้งแรกของไทย”
แนวหน้า ฉบับวันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2567)

2.การก่อหนี้สาธารณะภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งจำแนกได้เป็นสองช่วง คือ ช่วงแรกเป็นการก่อหนี้สาธารณะช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๔๐ และช่วงที่สองเป็นการก่อหนี้สาธารณะช่วงภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๔๐

ช่วงแรก ความจำเป็นในการก่อหนี้สาธารณะในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ ปี ๒๕๔๐ แบ่งเป็น

(๑) การก่อหนี้ภายในประเทศ

๑.๑ เพื่อใช้จ่ายและแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงินในสภาวะที่ประเทศประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ

การกู้เงินภายในประเทศไทยครั้งแรก เป็นการกู้เงินในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ โดยรัฐบาลพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติเงินกู้ในประเทศ พ.ศ. ๒๔๗๖ สาเหตุที่รัฐบาลกู้เงิน เนื่องจากในขณะนั้นเศรษฐกิจตกต่ำ การจัดเก็บภาษีกระทำได้ยากลำบาก และถ้าหากจะเพิ่มภาษีก็จะเป็นภาระแก่ประชาชนจึงมีความจำเป็นต้องกู้เงิน รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งเพื่อพิจารณาเรื่องการจัดการกู้เงินภายในประเทศ โดยออกเป็นพันธบัตรรัฐบาลจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปวงเงินกู้จำนวน ๑๐ ล้านบาท
อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๔.๕๐ ต่อปี กำหนดระยะเวลาไถ่ถอนพันธบัตร ๑๐ ปี กำหนดชำระดอกเบี้ยโดยแบ่งจ่ายปีละ ๒ ครั้งคือ ทุกวันที่ ๑๕ กันยายน และ๑๕ มีนาคม ของทุกปี การกู้เงินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในกิจการลงทุนอันมีลักษณะเพิ่มพูนโภคทรัพย์ของประเทศ

พันธบัตรชุดนี้จัดจำหน่ายให้แก่ผู้ถือโดยมีราคาตั้งแต่ ๑๐๐, ๑,๐๐๐, ๕,๐๐๐ และ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยเริ่มเปิดจอง เมื่อวันที่ ๑๕-๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๖ ปรากฏว่ามีผู้ยื่นจองครบจำนวนภายในกำหนดเวลา

การกู้เงินดังกล่าวจึงเป็นการกู้เงินในประเทศครั้งแรกของประเทศไทย นอกจากนี้ ตามมาตรา ๖ ของพระราชบัญญัติเงินกู้ในประเทศ พ.ศ.๒๔๗๖ กำหนดให้มีการตั้งงบประมาณชดใช้เป็นรายปี รัฐบาลจึงได้ตั้งงบประมาณไว้ในปี พ.ศ.๒๔๗๘ และในปีต่อไปก็ได้ตั้งเงินงบประมาณเพื่อชำระคืนเป็นประจำทุกๆ ปี สมทบกองทุนชำระหนี้ (Sinking Fund) และได้ชำระเสร็จสิ้น เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๖

ภายหลังจากการกู้เงินครั้งแรก รัฐบาลก็ไม่ได้มีการกู้เงินอีก จนกระทั่งปี ๒๔๘๓ รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีการตรากฎหมายเกี่ยวกับการกู้เงิน จำนวน ๔ ฉบับ ได้แก่

- พระราชบัญญัติเงินกู้สหกรณ์ พ.ศ. ๒๔๘๓ วงเงินที่รัฐบาลกู้เป็นจำนวน ๒๐ ล้านบาท เพื่อนำไปเป็นทุนให้สหกรณ์ต่างๆ นำไปให้เกษตรกรกู้ เพื่อปลดหนี้สินและเพื่อการลงทุน

- พระราชบัญญัติเงินกู้เทศบาล พ.ศ. ๒๔๘๓ วงเงินที่รัฐบาลกู้เป็นจำนวน ๒๐ ล้านบาท เพื่อให้เทศบาลต่างๆ กู้ต่อเพื่อไปใช้จ่ายในการจัดการสาธารณูปโภค

- พระราชบัญญัติเงินกู้เพื่ออุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๔๘๓ วงเงินที่รัฐบาลกู้เป็นจำนวน ๒๐ ล้านบาทเพื่อให้องค์กรการสาธารณะหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมกู้ต่อ

- พระราชบัญญัติเงินกู้ช่วยชาติ พ.ศ. ๒๔๘๓ วงเงินที่รัฐบาลกู้จำนวน ๑๐ ล้านบาท เพื่อเป็นการชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายพิเศษ อันเป็นผลจากสงครามอินโดจีน

ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลได้มีการกู้เงินอีก ๒ ครั้ง ในปี ๒๔๘๕ โดยตราเป็นพระราชบัญญัติเงินกู้เพื่ออุตสาหกรรม (ครั้งที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๕ และ พระราชบัญญัติกู้เงินในประเทศ พ.ศ. ๒๔๘๕ หรือที่เรียกกันว่า “กู้เงินทองคำ” ทั้งนี้ เพราะตามกฎหมายได้กำหนดให้ผู้ถือพันธบัตรเลือกรับชำระการไถ่ถอนต้นเงินกู้เป็นทองคำแทนเงินตราตามราคาที่กำหนดไว้ โดยกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติกู้เงินดังกล่าว กำหนดให้เรียกพันธบัตรที่กู้เงินในครั้งนี้ว่า “พันธบัตรทองคำ”

โดยในตอนนั้น หรือแปดสิบสามปีที่แล้ว อัตราทองคำบริสุทธิ์น้ำหนัก ๑ บาท ราคา ๘๖ บาท (ปัจจุบันราคาทองคำ ๑ บาทวิ่งอยู่ที่ระหว่างราคา ๕๒,๐๐๐ ถึง ๕๔,๐๐๐ บาท)

ภายหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลประสบปัญหาเงินเฟ้ออย่างหนัก เพราะการออกธนบัตรด้วยพันธบัตรคลังเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจึงได้มีการตรา พระราชกำหนดพันธบัตรออมทรัพย์ในภาวะคับขัน พ.ศ. ๒๔๘๘ ซึ่งเป็นการบังคับกู้แก้ไขปัญหาภาวะเงินเฟ้อ โดยการบังคับประชาชนผู้ถือพันธบัตรราคา ๑,๐๐๐ บาท ให้นำมาแลกคืน โดยมีดอกเบี้ยร้อยละ ๑ ซึ่งรัฐบาลสามารถกู้ได้เป็นจำนวน ๒๔๙,๔๕๕,๐๐๐ บาท

ต่อมา..การกู้เงินภายในประเทศของรัฐบาลมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยรัฐบาลได้ออกตราสารหนี้ระยะสั้นในการระดมทุนที่เรียกว่า “ตั๋วเงินคลัง” (Treasury Bills) มีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงิน โดยอาศัยอำนาจตามความใน พระราชบัญญัติตั๋วเงินคลัง พ.ศ. ๒๔๘๗ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการประมูลตั๋วเงินคลังครั้งแรกด้วยวงเงินกู้ ๕๐ ล้านบาท กำหนดอายุ ๔ เดือน ซึ่งต่อมารัฐบาลได้กู้เงินโดยใช้วิธีการออกตั๋วเงินคลังตลอด จนปริมาณเงินกู้เริ่มเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของตั๋วเงินคลังจะต่ำกว่าพันธบัตรอันเป็นการประหยัดภาระการชำระดอกเบี้ยของรัฐบาล โดยในระยะแรกๆ มีธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ และคลังออมสิน (ในขณะนั้นยังไม่เป็นธนาคาร) เป็นผู้ประมูล และธนาคารแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ถือตั๋วเงินคลังส่วนใหญ่

ดร.ธิติ สุวรรณทัต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
12:26 น. เปิดสถิติ 4 เดือนแรกปี 69 ยอดคดีโกงเริ่มลด แต่ภัยเทคนิคขั้นสูงยังน่าห่วง
12:21 น. ปชป.จี้รัฐตอบ 8 ข้อ เปิดข้อมูลแลนด์บริดจ์ ก่อนใช้งบ 1 ล้านล้าน
12:04 น. สมชัย บุก กกต. 12 พ.ค. ขอเอกสาร 20 รายการ พิสูจน์บัตรเลือกตั้งรักษาความลับได้จริงหรือ?
11:55 น. ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ 10 พฤษภาคม 2569
11:08 น. นายกฯอนุทิน ถึงภูเก็ตแล้ว ลุยล้างบางบุกรุกที่ดินรัฐ หาดบางเทา-หาดฟรีด้อม
ดูทั้งหมด
เฮลั่น เมย์ พิชญ์นาฏ ประกาศข่าวดีท้องแล้วเตรียมเป็นคุณแม่ป้ายแดง
หนุ่มเปิดใจอยากอ้วก! หมอดูชื่อดังภาคเหนือล่วงละเมิด เล่าเป็นฉากๆ ให้ถอดกกน. สวมบทนางเอก 'หนุ่ม คงกระพัน' ยอมรับตกใจ
แอฟ ทักษอร สุดภูมิใจ! น้องปีใหม่ คว้าเหรียญทองเวทีหุ่นยนต์ระดับโลก
เปิดคำพูดหยุดโลกของ หวัง อี้ หลัง อารักชี บุกถึงถิ่นล็อบบี้จีนปาดหน้า ทรัมป์
ลิซ่า ผงาด Met Gala 2026 ชุด รำไทย เข้าหอเกียรติยศถูกจารึกประวัติศาสตร์คอลเลกชันพิพิธภัณฑ์ระดับโลก
ดูทั้งหมด
เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน15-จบ)
บุคคลแนวหน้า : 10 พฤษภาคม 2569
ใครปล่อย ‘ยิว’ ยึดเกาะพะงัน
CVDs – Cardiovascular Diseases
การสังเกตพฤติกรรมและภาษากายสัตว์เลี้ยง เพื่อให้รู้ว่าเขากำลังเจ็บปวด (ตอนที่ 2)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดสถิติ 4 เดือนแรกปี 69 ยอดคดีโกงเริ่มลด แต่ภัยเทคนิคขั้นสูงยังน่าห่วง

ปชป.จี้รัฐตอบ 8 ข้อ เปิดข้อมูลแลนด์บริดจ์ ก่อนใช้งบ 1 ล้านล้าน

สมชัย บุก กกต. 12 พ.ค. ขอเอกสาร 20 รายการ พิสูจน์บัตรเลือกตั้งรักษาความลับได้จริงหรือ?

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ 10 พฤษภาคม 2569

ดร.เลอพงษ์ เผยข้อความสุดจุก! เมื่อสถานทูตอิหร่าน อวยพรโฆษกทำเนียบขาว

นาย ณภัทร เคลื่อนไหวล่าสุด ขับรถไปพักใจสระบุรี ท่ามกลางกระแสข่าวร้อนครอบครัว

  • Breaking News
  • เปิดสถิติ 4 เดือนแรกปี 69 ยอดคดีโกงเริ่มลด แต่ภัยเทคนิคขั้นสูงยังน่าห่วง เปิดสถิติ 4 เดือนแรกปี 69 ยอดคดีโกงเริ่มลด แต่ภัยเทคนิคขั้นสูงยังน่าห่วง
  • ปชป.จี้รัฐตอบ 8 ข้อ เปิดข้อมูลแลนด์บริดจ์ ก่อนใช้งบ 1 ล้านล้าน ปชป.จี้รัฐตอบ 8 ข้อ เปิดข้อมูลแลนด์บริดจ์ ก่อนใช้งบ 1 ล้านล้าน
  • สมชัย บุก กกต. 12 พ.ค. ขอเอกสาร 20 รายการ พิสูจน์บัตรเลือกตั้งรักษาความลับได้จริงหรือ? สมชัย บุก กกต. 12 พ.ค. ขอเอกสาร 20 รายการ พิสูจน์บัตรเลือกตั้งรักษาความลับได้จริงหรือ?
  • ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ 10 พฤษภาคม 2569 ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ 10 พฤษภาคม 2569
  • นายกฯอนุทิน ถึงภูเก็ตแล้ว ลุยล้างบางบุกรุกที่ดินรัฐ หาดบางเทา-หาดฟรีด้อม นายกฯอนุทิน ถึงภูเก็ตแล้ว ลุยล้างบางบุกรุกที่ดินรัฐ หาดบางเทา-หาดฟรีด้อม
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

รัฐมนตรีศึกษาของสิงคโปร์

รัฐมนตรีศึกษาของสิงคโปร์

27 มี.ค. 2569

ยิวในไทยและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ยิวในไทยและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

20 มี.ค. 2569

เรื่องของราคาน้ำมัน

เรื่องของราคาน้ำมัน

13 มี.ค. 2569

เสถสาตรว่าด้วยสงคราม

เสถสาตรว่าด้วยสงคราม

6 มี.ค. 2569

เครือข่ายออนไลน์ลับ

เครือข่ายออนไลน์ลับ

27 ก.พ. 2569

การปั่นหัวทางการเมือง

การปั่นหัวทางการเมือง

20 ก.พ. 2569

คำดูหมิ่นประชาธิปไตย

คำดูหมิ่นประชาธิปไตย

13 ก.พ. 2569

ตลาดพยากรณ์ กับ การทำนายผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.

ตลาดพยากรณ์ กับ การทำนายผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.

6 ก.พ. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved