วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ปรีชา'ทัศน์
ปรีชา'ทัศน์

ปรีชา'ทัศน์

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
รัฐบาลกับการกู้เงิน : จากอดีตสู่ปัจจุบัน (จบ)

ดูทั้งหมด

  •  

บทความสองตอนที่แล้วเขียนถึง...ความจำเป็นในการก่อหนี้สาธารณะภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี ๒๔๗๕ ซึ่งแบ่งเป็น

ช่วงแรก ความจำเป็นในการก่อหนี้สาธารณะช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งมีสองส่วนคือ


(๑) การก่อหนี้ภายในประเทศ

๑.๑ เพื่อใช้จ่ายและแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงินในสภาวะที่ประเทศกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ

๑.๒ ความจำเป็นในกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ

(๒) การก่อหนี้ต่างประเทศ

๒.๑ ความจำเป็นในการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ต่างประเทศ

๒.๒ ความจำเป็นในการกู้เงินเพื่อจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารและการป้องประเทศ

๒.๓ การกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

สำหรับบทความวันนี้เป็นตอนจบเรื่อง รัฐบาลกับการกู้เงิน : จากอดีตสู่ปัจจุบัน โดยจะเขียนต่อถึงเรื่องความจำเป็นในการก่อหนี้สาธารณะภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี ๒๔๗๕ ช่วงที่สอง คือ การก่อหนี้สาธารณะช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจ ปี ๒๕๔๐

นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่สามครั้ง คือ...

๑. วิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ หรือ วิกฤตต้มยำกุ้ง

๒. วิกฤตการณ์ซับไพร์ม ปี ๒๕๕๑ หรือ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

๓. วิกฤตการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 ปี ๒๕๖๓ หรือ วิกฤตโควิด-๑๙

เพื่อแก้ปัญหาแต่ละวิกฤตดังกล่าวข้างต้น รัฐบาลแต่ละสมัยโดยกระทรวงการคลังได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจผ่านมาตรการการคลัง ด้วยการออกกฎหมายกู้เงินพิเศษเป็นการเฉพาะเพื่อเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีสภาพคล่องที่เพียงพอ โดยเริ่มจาก

รัฐบาลชวน หลีกภัย (๒๕๔๐-๒๕๔๔) ออกกฎหมายกู้เงินพิเศษสองฉบับ คือ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2541 (วงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท) และ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๑ (วงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท) เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินของประเทศที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ปัญหาสถาบันการเงินที่ถูกสั่งปิดกิจการจำนวนทั้งหมด ๕๘ แห่ง และวิกฤตทุนสำรองระหว่างประเทศที่ ธปท. หมดไปกับการทำสงครามปกป้องค่าเงินบาทจนเหลือเพียง ๒,๘๐๐ ล้านดอลลาร์ (ปัจจุบัน ธปท. มีทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์)

ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจช่วงปี ๒๕๔๐ ส่งผลให้ภาระหนี้ภาครัฐเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า คือ เพิ่มขึ้นจาก ๖๘๕,๒๓๔ ล้านบาท ณ สิ้น ปี ๒๕๓๙ เป็น ๑,๙๐๑,๓๕๕ ล้านบาท ณ สิ้นปี ๒๕๔๐ และความจำเป็นในการกู้เงินเพื่อมาแก้ไขปัญหาวิกฤตดังกล่าว ทำให้ระดับหนี้สาธารณะของไทยเพิ่มขึ้นจากประมาณ ๑๕% ของ GDP ในปี ๒๕๓๙ เป็นประมาณ ๕๗% ของ GDP ในปี ๒๕๔๓ (ข้อมูลจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ)

ต่อมา รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร (๒๕๔๔-๒๕๔๙) ได้ออกกฎหมายกู้เงินพิเศษอีกหนึ่งฉบับ คือ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕ (วงเงิน ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท) เพื่อชดใช้ความเสียหายของกองทุนฟื้นฟูฯ ที่นำเงินกองทุนฯ เข้าไปพยุงสถานะของสถาบันการเงินที่มีฐานะการเงินง่อนแง่นจากวิกฤตเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ และถูกปิดในเวลาต่อมา เพื่อช่วยเหลือผู้ฝากเงินของสถาบันการเงินเหล่านี้

ปี ๒๕๕๑ ได้เกิดวิกฤตการณ์ซับไพร์มหรือเงินกู้จำนองบ้านด้อยคุณภาพที่สหรัฐฯ ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย วิกฤตการณ์ดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจไทยตกต่ำอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้และฐานะการคลังของรัฐบาล แม้รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาและกระตุ้นเศรษฐกิจหลายประการ แต่ก็ยังไม่สามารถบรรเทาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ประสบปัญหาอย่างรุนแรงได้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (๒๕๕๑-๒๕๕๔) จึงได้ตรา พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 (วงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท) เพื่อให้รัฐบาลมีแหล่งเงินเพียงพอต่อการใช้จ่ายของภาครัฐ เพื่อใช้จ่ายในการลงทุน เพิ่มแรงกระตุ้นในระบบเศรษฐกิจ กระจายการลงทุนด้านบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานสู่ชนบท เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ ลดปัญหาการว่างงานให้กับประชาชน รวมทั้งสามารถสร้างโอกาสในการลงทุนให้กับภาคเอกชนด้วย

ปี ๒๕๕๔ เกิดวิกฤตการณ์มหาอุทกภัยอย่างร้ายแรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องบูรณะและฟื้นฟูประเทศ เยียวยาความเสียหายให้แก่ประชาชน รวมทั้งดำเนินการวางะบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศโดยจัดให้มีการลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (๒๕๕๔-๒๕๕๗) จึงได้ พระราชกำหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕(วงเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท)

ปี ๒๕๖๓ เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ขึ้นอย่างรุนแรงทั่วโลก องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เป็นภาวการณ์แพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (๒๕๕๗-๒๕๖๕) มีความจำเป็นรีบด่วนที่จะต้องใช้จ่ายเงินเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวซึ่งไม่อาจดำเนินการโดยวิธีการงบประมาณตามปกติ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ จึงต้องตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (วงเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท) พระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ (วงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท)

การออกกฎหมายเงินกู้พิเศษดังกล่าวข้างต้นทั้งหมด....ส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก ๖๘๕,๒๓๔ ล้านบาท ณ สิ้นปี ๒๕๓๙ ก่อนที่จะเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง เป็น ๑๒,๐๘๐,๘๐๙ ล้านบาท ณ เดือนมีนาคม ๒๕๖๘ หรือจาก ๑๕% ของ GDP ในปี ๒๕๓๙ เป็นประมาณ ๖๔.๔๒% ของ GDP ณ ปัจจุบัน

(ข้อมูลจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ)

และถ้า...รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร (๒๕๖๗ –ปัจจุบัน) มีแผนที่จะออกกฎหมายกู้เงินให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามการค้า ในวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตมาตรการภาษีตอบโต้ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยหากรัฐบาลเลือกที่จะกู้เงิน ๕ แสนล้านบาท ก็จะทำให้หนี้สาธารณะของไทยเพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๓% กลายเป็น ๖๗.๒๑ ของจีดีพี แต่ก็ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ต้องไม่เกิน ๗๐% ของจีดีพี

ประเทศไทยก็เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่มีการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้เงินทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อนำมาใช้จ่ายในการลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจ ตลอดจนเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ อันเนื่องจากการเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ หรือในกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีการใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก เพราะเฉพาะแต่เพียงเงินที่ได้จากการจัดเก็บภาษีอากรซึ่งเป็นรายได้หลักเพียงอย่างเดียวนั้น ย่อมไม่อาจสนองตอบความต้องการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลได้

อย่างไรก็ตาม การตรากฎหมายเพื่อกู้เงินจะต้องเป็นไปตามมาตรา ๑๔๐ ของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ และแม้ว่ากระทรวงการคลังจะมีอำนาจในการตรากฎหมายเป็นการเฉพาะเพื่อกู้เงิน แต่การดำเนินการดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้มาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่บัญญัติว่า จะต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศ โดยไม่อาจตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ทัน นอกจากนี้การกู้เงินหรือการตรากฎหมายยัง ต้องพิจารณาความคุ้มค่าต้นทุน และผลประโยชน์ เสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความยั่งยืนทางการคลังของรัฐด้วย ตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐฯ อีกด้วย

ดร.ธิติ สุวรรณทัต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
09:16 น. ตู่ นันทิดา เปิดใจครั้งแรกเรื่องหัวใจ เพลง ชนม์ทิดา หลังผ่านมรสุมชีวิต
09:01 น. ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอังคาร 17 กุมภาพันธ์ 2569
08:59 น. วิศวกรแหกส้ม เล่นละครซ่อมแอร์ชั้น 4 ชี้จุดโป๊ะหนังคนละม้วน
08:36 น. หวานทะลุไอจี ทิม พิธา โผล่คอมเมนต์รูป ก้อย อรัชพร ทำแฟนๆกรี๊ดสนั่น
08:27 น. ดีใจเหมือนถูกเอง แม่ค้าลอตเตอรี่ราชบุรีกรี๊ดลั่น รางวัลที่ 1 เข้าแผง ลูกค้าดีรับ 24 ล้าน
ดูทั้งหมด
ย้อนฟังคำตอบ ทิม พิธา สารภาพรักสาวปริศนา จับตาความสัมพันธ์ ก้อย หลังภาพหลุดว่อนเน็ต
วาเลนไทน์ลุกเป็นไฟ เจนี่ ปล่อยช็อตโนบราเสิร์ฟความหวานปนแซ่บ
ภาพใหม่มาแล้ว ลิซ่า เช็กอินวัดเจดีย์ลอยฟ้า ลำปาง สะกดสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ก.พ.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 12-18 ก.พ.69
ดูทั้งหมด
น้ำตาอินเดียนแดง
รอฝุ่นจาง
ขาขึ้นและขาลง
อย่าปล่อยให้ประเทศอยู่ใต้อิทธิพลบังคับขู่เข็ญชักใยของผีส้ม Spectre แปลว่า ‘ผี’ หรือ ‘เงาหลอน’
บุคคลแนวหน้า : 17 กุมภาพันธ์ 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตู่ นันทิดา เปิดใจครั้งแรกเรื่องหัวใจ เพลง ชนม์ทิดา หลังผ่านมรสุมชีวิต

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอังคาร 17 กุมภาพันธ์ 2569

ดีใจเหมือนถูกเอง แม่ค้าลอตเตอรี่ราชบุรีกรี๊ดลั่น รางวัลที่ 1 เข้าแผง ลูกค้าดีรับ 24 ล้าน

โจ มณฑานี ฟาด ด้อมพัง ปากพาจน-ไร้สำนึก เตือนระวังรอบหน้าสูญพันธุ์

ฮอลลีวูดเศร้า โรเบิร์ต ดูวัล นักแสดงระดับตำนาน เสียชีวิตแล้วในวัย 95 ปี

ภูมิธรรม ของขึ้น! สวน ธนาธร หลังอ้างมีดีลพาคนไกลกลับบ้าน ครั้งตั้งรัฐบาลปี66

  • Breaking News
  • ตู่ นันทิดา เปิดใจครั้งแรกเรื่องหัวใจ เพลง ชนม์ทิดา หลังผ่านมรสุมชีวิต ตู่ นันทิดา เปิดใจครั้งแรกเรื่องหัวใจ เพลง ชนม์ทิดา หลังผ่านมรสุมชีวิต
  • ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอังคาร 17 กุมภาพันธ์ 2569 ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอังคาร 17 กุมภาพันธ์ 2569
  • วิศวกรแหกส้ม เล่นละครซ่อมแอร์ชั้น 4 ชี้จุดโป๊ะหนังคนละม้วน วิศวกรแหกส้ม เล่นละครซ่อมแอร์ชั้น 4 ชี้จุดโป๊ะหนังคนละม้วน
  • หวานทะลุไอจี ทิม พิธา โผล่คอมเมนต์รูป ก้อย อรัชพร ทำแฟนๆกรี๊ดสนั่น หวานทะลุไอจี ทิม พิธา โผล่คอมเมนต์รูป ก้อย อรัชพร ทำแฟนๆกรี๊ดสนั่น
  • ดีใจเหมือนถูกเอง แม่ค้าลอตเตอรี่ราชบุรีกรี๊ดลั่น รางวัลที่ 1 เข้าแผง ลูกค้าดีรับ 24 ล้าน ดีใจเหมือนถูกเอง แม่ค้าลอตเตอรี่ราชบุรีกรี๊ดลั่น รางวัลที่ 1 เข้าแผง ลูกค้าดีรับ 24 ล้าน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

คำดูหมิ่นประชาธิปไตย

คำดูหมิ่นประชาธิปไตย

13 ก.พ. 2569

ตลาดพยากรณ์ กับ การทำนายผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.

ตลาดพยากรณ์ กับ การทำนายผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.

6 ก.พ. 2569

ประชาธิปไตยทางการคลัง

ประชาธิปไตยทางการคลัง

30 ม.ค. 2569

การไม่รู้ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

การไม่รู้ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

23 ม.ค. 2569

เวเนซุเอลา และ นอร์เวย์ : บทเปรียบเทียบบางอย่าง (จบ)

เวเนซุเอลา และ นอร์เวย์ : บทเปรียบเทียบบางอย่าง (จบ)

16 ม.ค. 2569

เวเนซุเอลา และ นอร์เวย์ : บทเปรียบเทียบบางอย่าง

เวเนซุเอลา และ นอร์เวย์ : บทเปรียบเทียบบางอย่าง

9 ม.ค. 2569

การเมืองของความลับ

การเมืองของความลับ

26 ธ.ค. 2568

พาวีรบุรุษกลับบ้าน

พาวีรบุรุษกลับบ้าน

19 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved