Logo วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
นายกฯไทยคนแรกที่ติดคุก จากคดีทุจริตประพฤติมิชอบ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคนแรกที่ติดคุก

แต่ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนแรกที่ติดคุก จากคดีทุจริตประพฤติมิชอบ


1. ฝ่ายการเมืองฝั่งทักษิณ พยายามปั่นกระแส ยกย่องชื่นชมทักษิณ ราวกับวีรบุรุษ

แต่ความจริง นี่คืออดีตนายกฯที่กระทำการทุจริตประพฤติมิชอบ จนถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำหน่งทางการเมืองยึดทรัพย์ฐานร่ำรวยผิดปกติ และพิพากษาว่าทุจริตประพฤติมิชอบ มีความผิดทางอาญา 3 คดี ต้องโทษจำคุก รวม 8 ปี แต่หนีคดีไปต่างประเทศ เคลื่อนไหวทางการเมืองยาวนาน (เกิดเหตุการณ์เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง ล้มประชุมอาเซียน ฆ่าทหาร ก่อการร้ายกลางกรุง) และยังมีลูกน้องและคนใกล้ชิดทุจริตติดคุกอีกหลายคน แล้วเมื่อทักษิณกลับมารับโทษก็ยังไม่ยอมติดคุกจริงๆ ทั้งๆ ที่ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1 ปีแต่กลับไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผิดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง กระทั่งศาลฎีกาฯ มติเอกฉันท์ มีคำสั่งให้ต้องกลับเข้าคุกจริงๆ ต้องรับโทษจำคุก 1 ปี ตามคำพิพากษาเดิม

ถามว่า มันน่ายกย่องตรงไหน? มีอะไรน่าภูมิใจ?

หนีคดีก็แล้ว พยายามรับโทษแบบไม่ติดคุกจริง จนถูกจับได้ก็แล้ว

ถ้าศาลตัดสินว่าผิดปุ๊บ เดินเข้าคุกปั๊บ ทันที แบบเสก โลโซ หรือนายวัฒนา เมืองสุข และคนอื่นๆ ยังดูดีเสียกว่า

2. คำสั่งศาลฎีกาฯ ชอบด้วยเหตุผล และตัวบทกฎหมาย

ทำให้เกิดความกระจ่างชัดในความจริงเรื่องชั้น 14 หลังโต้เถียงกันมานาน (รายละเอียดสำคัญอยู่ในข้อเขียนเมื่อวานนี้)

คำสั่งศาลฎีกาฯ ยืนยันชี้ขาดว่า ที่นักโทษอ้างว่าป่วยจนถึงขนาดต้องออกไปรักษานอกเรือนจำตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 55 นั้น เป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ย้ำว่า กลับไปจำคุก 1 ปี นี่คือผลจากการกระทำทุจริตประพฤติมิชอบ 3 คดี (ได้ลดโทษแล้ว)

ไม่ใช่ผลจากการกระทำผิดฐานไปอยู่ชั้น 14 ซึ่งเกิดเป็นคดีอาญาของเหล่าข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ แพทย์ มาตรา 157 และอาจรวมถึงตัวนายทักษิณมีส่วนร่วมกระทำผิดด้วยหรือไม่ขณะนี้ อยู่ในการพิจารณาไต่สวนของ ป.ป.ช.

สำหรับโทษของการกระทำผิดฐานช่วยเหลือนักโทษไปอยู่ชั้น 14 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่มิชอบนั้น มีโทษจำคุกหนักกว่าจำคุก 1 ปี ด้วยซ้ำ

ผู้สนับสนุน หรือตัวการร่วม ก็จะมีความผิดด้วย

3. อดีตนายกฯอุ๊งอิ๊งค์ ปากบอกสำนักในพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานอภัยลดโทษ ขณะเดียวกัน ยังพยายามจะบอกว่าโทษจำคุก 1 ปี ก็ยังหนักอยู่

เครือข่ายการเมือง ก็พยายามสร้างความสับสนในสังคม ราวกับว่าทักษิณไม่ได้ทำอะไรผิด หรือทำผิดในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

ความจริง ทักษิณติดคุกเพราะอะไร? เป็นคดีทุจริตประพฤติมิชอบอย่างไร? อ่านจบ เคลียร์เลย คุณสันติสุข มะโรงศรี พิธีกรรายการ Top News เคยสรุปไว้ ดังนี้

3.1 น.ช.ทักษิณกำลังรับโทษจากคำพิพากษาจำคุก จากคดีทุจริตประพฤติมิชอบ คดีถึงที่สุดแล้ว 3 คดี

ได้แก่ 1.คดีทุจริตปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ จำคุก 3 ปี 2.คดีหวยบนดินจำคุก 2 ปี และ 3.คดีแก้สัมปทานเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ป จำคุก 5 ปี

แต่ปรากฏว่า มีเพียงคดีที่ 3 ที่ศาลสั่งให้นับโทษต่อจากสองคดีแรก

เมื่อสองคดีแรกระยะเวลารับโทษจำคุกทับซ้อนกัน เท่ากับว่า นายทักษิณจะต้องรับโทษจำคุกรวมคดีที่สาม เป็นจำคุกรวม 8 ปี

การพยายามสร้างเรื่องว่า ทักษิณติดคุกเพราะคดีการเมือง ถูกกลั่นแกล้ง การลงโทษก็ไม่ควรจะเหมือนนักโทษคนอื่นๆ จึงเป็นความเท็จ บิดเบือน ไม่สำนึกในการกระทำผิดอย่างแท้จริง

ทักษิณติดคุก เพราะต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลนี้ มีมาก่อนรัฐประหารปี’49 ตัดสินคดีทุจริตของนักการเมืองมามากมาย

ทักษิณมีคดีหลายคดี บางคดีศาลยกฟ้อง (ทักษิณชนะ โดยไม่ต้องมาสู้คดีเอง) เช่น คดีเงินกู้กรุงไทย คดีทีพีไอ เป็นต้น

บางคดี ทักษิณหนีจนโทษจำคุกขาดอายุความไปแล้ว คือ คดีที่ดินรัชดา

3.2 คดีทุจริตเงินกู้เอ็กซิมแบงก์

ช่วงปี 2546 - 2547 ทักษิณ ชินวัตร อาศัยความเป็นนายกรัฐมนตรีไทย สั่งการเอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลทหารพม่า 4,000 ล้านบาท เอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจของครอบครัวตัวเอง

ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2546 มีการประชุมสุดยอดผู้นำกัมพูชา ลาว พม่า และไทย ที่เมืองพุกาม สหภาพพม่า นายกฯ ทักษิณถึงขนาดอนุมัติกำหนดการให้ลูกชายร่วมเดินทางเป็นคณะทางการด้วย

พนักงานบริษัทชิน แซทเทลไลท์ฯ และบริษัทเอไอเอส กิจการของทักษิณ ก็ได้เข้าไปโชว์สินค้าบริเวณสถานที่จัดการประชุมด้วย ทั้งๆ ที่ การประชุมไม่มีความตกลงความร่วมมือด้านโทรคมนาคม

จากนั้น ทักษิณ ชินวัตร ให้เพิ่มเงินกู้สนับสนุนการพัฒนาโทรคมนาคมในชนบทของพม่า 3 โครงการ มูลค่า 24 ล้านดอลลาร์ โดยมีบริษัทชิน แซทเทลไลท์ เป็นผู้ดำเนินโครงการ

นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศขณะนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะเพิ่งจะอนุมัติให้เงินกู้พม่าไป 3 พันล้านบาท

นายสุรเกียรติ์ยืนยันว่า “ไม่สมควรจะมีความร่วมมือด้านโทรคมนาคมเป็นการเฉพาะกับประเทศไทย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไทยเป็นเจ้าของกิจการโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดภายในประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่ข้อครหาว่ามีผลประโยชน์ส่วนตัวเกี่ยวข้อง”

นายทักษิณสั่งการว่า “เราให้หลักการขอไว้ 3,000 ล้านบาท เมื่อเขาขอมา 5,000 ล้านบาท ก็ให้พบกันครึ่งทาง ให้เขา 4,000 ล้านบาท และให้นายสุรเกียรติ์ แจ้งไปว่า นายกฯทักษิณ สั่งการว่าให้เพิ่มเป็น 4,000 ล้านบาท และจะให้การอุดหนุนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย”

ในที่สุด เอ็กซิมแบงก์ต้องอนุมัติสินเชื่อ 4,000 ล้านบาท แก่รัฐบาลพม่า ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ต่ำกว่าต้นทุนในขณะนั้น รวมทั้งขยายระยะเวลาปลอดการชำระหนี้การจ่ายเงินต้นจาก 2 ปี เป็น 5 ปี ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งธนาคาร นั่นเป็นเหตุให้เอ็กซิมแบงก์ได้รับความเสียหายตามประมาณการโครงการทั้งสิ้น 670 ล้านบาท

กระทรวงการคลังต้องจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ปี’49 และ ปี’50 ชดเชยความเสียหาย คิดถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2551 เป็นเงิน 189 ล้านบาท

แม้ในภายหลัง ทางพม่าจะได้ชำระหนี้จนครบถ้วนเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 แต่นั่นก็ภายหลังจากการกระทำผิดสำเร็จแล้ว และเป็นการชำระหนี้ในยุคหลัง

ในความเป็นจริง กระทรวงการคลังต้องเอาเงินภาษีคนไทยทั้งประเทศ ไปชดเชยให้เอ็กซิมแบงก์ เพราะอดีตนายกฯ ทักษิณต้องการช่วยให้กิจการของตนประกอบธุรกิจในพม่าอย่างราบรื่น ได้รับประโยชน์จากการขายสินค้า

ศาลฎีกาฯ พิพากษาลงโทษนายทักษิณ ชินวัตร ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 จำคุก 3 ปี

3.3 คดีทุจริตหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว

ในยุครัฐบาลทักษิณ ดำเนินโครงการหวยบนดิน สั่งให้กองสลากเป็นเจ้ามือหวยเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว โดยไม่รอแก้ไขกฎหมายรองรับ ไม่ต้องการให้เงินจากการขายสลากถูกจัดสรรเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน

แถมกู้เงิน 20,000 ล้านบาท จาก “ธนาคารออมสิน” มาสำรองหน้าตัก เพราะสลากเลขท้าย2 ตัว 3 ตัว เป็นสลากกินรวบที่กองสลากอาจขาดทุนบางงวด เหมือนเจ้ามือหวยใต้ดิน ไม่มีการจำกัดวงเงินรางวัล เป็นเรื่องการพนันขันต่อ แล้วก็เคยขาดทุนจริงๆ 7 งวด

ยิ่งกว่านั้น รายได้จากการขายหวยบนดิน ก็ไม่ได้จัดสรรปันส่วนนำส่งเข้าเป็นเงินแผ่นดินตามกฎหมายสลากกินแบ่ง แต่ใช้อุบายออกระเบียบใช้จ่ายเงินเอง

ที่คุยโม้โอ้อวด ว่านำเงินหวยบนดินมาเป็นทุนการศึกษา เป็นโครงการช่วยเหลือเด็กยากจนต่างๆ นานานั้น เป็นแค่เงินส่วนน้อย

ความจริงปรากฏว่า ระหว่างดำเนินโครงการหวยบนดิน ตั้งแต่งวด 1 ส.ค.2546 ถึงงวด 16 ก.ย. 2549 ได้เงินจากการขายหวยบนดินทั้งสิ้น 123,339 ล้านบาท หักเงินรางวัลจ่ายให้ผู้ถูกรางวัล 69,242 ล้านบาท

เท่ากับเหลือกำไรอยู่มากกว่า 5 หมื่นล้านบาท

ส่วนที่อวดอ้างว่าเอาไปให้ทุนการศึกษาเด็ก ยังไงก็ไม่ถึงหมื่นล้านบาท แถมการใช้จ่ายเงินพวกนี้ไม่ผ่านการตรวจสอบของ สตง.

แสดงว่า ยังมีเงินที่กินมาจากชาวบ้าน ไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท หายไปไหน? ยังไม่มีหลักฐานชี้แจงมาจนถึงวันนี้

ศาลฎีกาฯ ระบุชัดเจนว่า การจำหน่ายสลากดังกล่าว เป็นการจัดให้มีการเล่นพนันซึ่งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ โดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ การใช้จ่ายเงินรายได้ไม่มีการกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน และไม่ปรากฏว่าได้รับการตรวจรับรองจาก สตง.ในทุกกรณี มิได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบราชการในทุกขั้นตอน

ศาลฎีกาฯ พิพากษาลงโทษนายทักษิณ ชินวัตร ผิดอาญา 157 จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

3.4 คดีแปลงสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิตเอื้อหุ้นชินคอร์ปฯ

นายทักษิณ ชินวัตร ขณะเป็นนายกฯ ให้บุคคลอื่น (นอมินี)ถือหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แทน

โดยที่บริษัท ชินคอร์ปฯ เป็นคู่สัญญาต่อหน่วยงานของรัฐและมีการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์แก่หุ้นชินคอร์ปฯด้วย

ศาลฎีกาฯ วินิจฉัยในสาระสำคัญว่า นายทักษิณยังคงถือหุ้นบริษัท ชินคอร์ปฯ ซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ โดยให้บุคคลอื่นมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นแทน อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม

นายกฯทักษิณยังได้มอบนโยบายและสั่งการให้ตรา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตฯโดยมีมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ลดอัตราภาษีและยกเว้นภาษีสรรพสามิต(ฉบับที่ 68) ลงวันที่ 28 ม.ค. 2546 ให้ลดพิกัดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิตสำหรับกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จากอัตราร้อยละ 50 เหลือร้อยละ 10 และมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2546 เห็นชอบแนวทางให้คู่สัญญาภาคเอกชนนำภาษีสรรพสามิตมาหักออกจากส่วนแบ่งรายได้ หรือค่าสัมปทานที่คู่สัญญาภาคเอกชนจะต้องนำส่งให้คู่สัญญาภาครัฐได้

การดำเนินการดังกล่าว เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ซึ่งได้รับสัมปทานดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่จากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท. ชื่อขณะนั้น) และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือบริษัท ดีพีซี ได้รับสัมปทานดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่จากการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท. ชื่อขณะนั้น)

โดยทั้ง 2 บริษัท เป็นบริษัทในเครือของบริษัทชินคอร์ปฯ ซึ่งจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

เพื่อให้ทั้ง 2 บริษัทได้รับคืนเงินภาษีสรรพสามิตที่ชำระแล้ว โดยมีสิทธินำไปหักออกจากค่าสัมปทานที่ต้องนำส่งให้ ทศท. และ กสท.

เป็นผลให้ ทศท. และ กสท. ได้รับความเสียหาย

ศาลฎีกาฯ ชี้ว่า การกระทำของจำเลย เป็นการเข้ามีส่วนได้เสียในกิจการโทรคมนาคม และเป็นผลให้บริษัทที่จำเลยเป็นผู้ถือหุ้นได้รับประโยชน์ อันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริต

ศาลพิพากษาว่า จำเลย (นายทักษิณ ชินวัตร)มีความผิด ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ จำคุก 2 ปีและฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น จำคุก 3 ปี รวมเป็นจำคุก 5 ปี

สรุป.. นี่คือที่มาว่า ทำไมทักษิณจึงต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ซึ่งต่อมาได้ลดหย่อนโทษแล้ว เหลือเพียง 1 ปีด้วยซ้ำ

แต่ที่ผ่านมา ทักษิณกลับยังไม่ยอมติดคุกจริงๆ เลี่ยงไปอยู่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ

กระทั่งล่าสุด ถูกศาลฎีกาฯ สั่งให้กลับไปรับโทษจริงๆ เสียที

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
06:00 น. สรวงศ์รวยอู้ฟู่766ล้าน/ทองคำ257บ. ‘ชาดา’ไม่เบามี144ล้าน
06:00 น. มท.ห้ามเข้าป่า100% เอาจริงคนลักลอบเผา
06:00 น. ทรัมปจัดหนัก บึ้มสะพานใหญ่สุดอิหร่าน สะใจโพสต์บีบให้รับดีล
06:00 น. เยี่ยมค่ายบางกุ้งพบ‘ลุง’ทั้งสอง
06:00 น. โอ๊ยเล่าเรื่อง 'โกฮัง..หัวใจโกโฮม' 10/10
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
โมเมนต์ครอบครัว! คุณแม่ลิซ่าโพสต์ภาพร่วมเฟรม อวยพรวันเกิดลูกสาว
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 30 มี.ค.-5 เม.ย.69
จะได้หายสงสัย! ดร.อานนท์ ร่ายยาว ปมใบปริญญา ศุภจี จาก Northrop University
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 1-7 เม.ย.69
ดูทั้งหมด
20 นาทีสุนทรพจน์ทรัมป์แสดงถึงอาการ..ผู้นำกำเริบ
เมื่อ ‘มืออาชีพ’ นำทาง ‘การเมือง’ สัญญาณบวกฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทย
เปอร์เซียที่ผ่านมาหลายศึก พร้อมสู้ศึกอเมริกัน
รักประชาชน?
บุคคลแนวหน้า : 4 เมษายน 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน

ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย

ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

ฮ่องกงกระอัก! ราคาน้ำมันพุ่งทุบสถิติแพงที่สุดในโลก ทะลุลิตรละ 150 บาท

True ยืนยันระบบยังปลอดภัย ไร้ร่องรอยการละเมิดข้อมูล

เพื่อไทย จับมือ Tesla รุกฆาตเทคโนโลยี Physical AI ปั้นไทยสู่ฮับหุ่นยนต์และยานยนต์อัจฉริยะ

  • Breaking News
  • สรวงศ์รวยอู้ฟู่766ล้าน/ทองคำ257บ. ‘ชาดา’ไม่เบามี144ล้าน สรวงศ์รวยอู้ฟู่766ล้าน/ทองคำ257บ. ‘ชาดา’ไม่เบามี144ล้าน
  • มท.ห้ามเข้าป่า100% เอาจริงคนลักลอบเผา มท.ห้ามเข้าป่า100% เอาจริงคนลักลอบเผา
  • ทรัมปจัดหนัก บึ้มสะพานใหญ่สุดอิหร่าน สะใจโพสต์บีบให้รับดีล ทรัมปจัดหนัก บึ้มสะพานใหญ่สุดอิหร่าน สะใจโพสต์บีบให้รับดีล
  • เยี่ยมค่ายบางกุ้งพบ‘ลุง’ทั้งสอง เยี่ยมค่ายบางกุ้งพบ‘ลุง’ทั้งสอง
  • โอ๊ยเล่าเรื่อง \'โกฮัง..หัวใจโกโฮม\' 10/10 โอ๊ยเล่าเรื่อง 'โกฮัง..หัวใจโกโฮม' 10/10
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

น้ำมันขึ้นราคาได้  แต่ต้องเห็นความเป็นธรรม

น้ำมันขึ้นราคาได้ แต่ต้องเห็นความเป็นธรรม

3 เม.ย. 2569

แม้สงครามยุติ  ผลกระทบก็ยังไม่หายทันที

แม้สงครามยุติ ผลกระทบก็ยังไม่หายทันที

2 เม.ย. 2569

ธัมมชโย อยู่ไหน?  คดีแพ่งเกี่ยวทรัพย์สินธรรมกาย ยังเดินต่อ

ธัมมชโย อยู่ไหน? คดีแพ่งเกี่ยวทรัพย์สินธรรมกาย ยังเดินต่อ

1 เม.ย. 2569

วิกฤตทั่วโลกของจริง  เลิกฉวยโอกาสปั่นหัวคนไทย หวังผลการเมือง

วิกฤตทั่วโลกของจริง เลิกฉวยโอกาสปั่นหัวคนไทย หวังผลการเมือง

31 มี.ค. 2569

ปัญหาน้ำมัน กับน้ำลาย  ข่าวเท็จ-ปั่น-บิดเบือน หวังผลการเมือง

ปัญหาน้ำมัน กับน้ำลาย ข่าวเท็จ-ปั่น-บิดเบือน หวังผลการเมือง

30 มี.ค. 2569

โลกน้ำมันแพง ราคาในประเทศยังไงก็ต้องขึ้นตาม  พืชพลังงาน คือ ทางรอดที่คุ้มค่าต่อเศรษฐกิจภายใน

โลกน้ำมันแพง ราคาในประเทศยังไงก็ต้องขึ้นตาม พืชพลังงาน คือ ทางรอดที่คุ้มค่าต่อเศรษฐกิจภายใน

27 มี.ค. 2569

ปลดล็อกช่องแคบฮอร์มุซ  รัฐบาลมีฝีมือ แม่นยำ กล้าหาญ

ปลดล็อกช่องแคบฮอร์มุซ รัฐบาลมีฝีมือ แม่นยำ กล้าหาญ

26 มี.ค. 2569

คดีเหมืองทองอัครา ตอกย้ำลุงตู่ตัดสินใจถูกต้อง

คดีเหมืองทองอัครา ตอกย้ำลุงตู่ตัดสินใจถูกต้อง

25 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved