วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้ขับไล่อังกฤษเจ้าอาณานิคม กลับไปอยู่ที่เกาะอังกฤษทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกาก็ทำการประกาศอิสรภาพเมื่อปี ค.ศ. 1776 (พ.ศ. 2319) ส่วนรัฐสยามภายใต้การนำพาของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก็ได้ขับไล่กองทัพพม่าผู้รุกรานออกไปจากพื้นแผ่นดินลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และตั้งราชอาณาจักรกรุงธนบุรีเป็นราชธานีเมื่อปี พ.ศ. 2313 (ค.ศ. 1770)
อีกประมาณ 60 ปีต่อมา สหรัฐอเมริกาและสยามแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในฐานะประเทศที่มีความเป็นเอกราช มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง ที่มีความทัดเทียมกัน ได้ลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ หรือเรียกว่า สนธิสัญญาโรเบิร์ต เมื่อปี ค.ศ. 1833 (พ.ศ. 2376)
มาบัดนี้ความสัมพันธ์ทางการทูตได้เวียนมาบรรจบครบรอบ 192 ปีโดยรวมจัดได้ว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยมิตรจิตมิตรใจ มีการร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ ท่ามกลางทัศนคติและมุมมองต่อความเป็นไปในโลกกว้างที่คล้ายคลึงกัน
แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะได้เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิการล่าอาณานิคม เช่น การเข้าไปครอบครองหมู่เกาะฮาวาย และหมู่เกาะฟิลิปปินส์ โดยการขับไล่เจ้าอาณานิคมสเปนออกไป แต่สหรัฐฯ ก็มิได้มาคุกคามประเทศไทย
ไทย และสหรัฐอเมริกาต่างเข้ากับฝ่ายพันธมิตรในการต่อสู้กับฝ่ายเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และถึงแม้ว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยจำต้องยินยอมให้ฝ่ายญี่ปุ่นกรีธาทัพเข้าสู่ดินแดนไทย เพื่อมาตั้งมั่นพร้อมกับการเคลื่อนทัพเข้าสู่พม่า ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษ หรือจะคุกคามมลายูที่อยู่ ในอาณัติของอังกฤษก็ตาม ในขณะนั้น สหรัฐฯ ก็ได้
ให้การสนับสนุนขบวนการเสรีไทยที่ต่อต้านการครอบงำ ประเทศไทยของฝ่ายญี่ปุ่น และเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ฝ่ายสหรัฐฯ ก็มิได้กำหนดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มของผู้พ่ายแพ้สงคราม
ในปี พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) ไทย และสหรัฐอเมริกาได้ลงนามสนธิสัญญาแห่งกรุงมะนิลา หรือสนธิสัญญาว่าด้วยการป้องกันร่วมกันในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สปอ.) และจัดตั้งองค์การ สปอ.ที่กรุงเทพมหานคร เท่ากับว่า ไทย และสหรัฐฯ ร่วมเป็นพันธมิตรร่วมกันในการต่อต้านการแพร่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งก่อนหน้านั้นไทยและสหรัฐฯ ก็ได้เข้าเป็นส่วนร่วมของกองกำลังสหประชาชาติในสงครามคาบสมุทรเกาหลี และต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2511-2519 โดยประมาณ ไทย และสหรัฐฯ ก็มีกองกำลังปฏิบัติการเพื่อช่วยรัฐบาลเวียดนามใต้ต่อสู้กับคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือ จนในปี พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) เวียดนามได้เข้ารุกราน และยึดครองกัมพูชา ไทย และสหรัฐฯ ก็ได้ร่วมกับมิตรประเทศหลายประเทศจนประสบความสำเร็จในการให้เวียดนามถอนกำลังออกไปจากกัมพูชา ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลรักษาการสหประชาชาติ และการนำระบอบประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศกัมพูชา
มาบัดนี้บริบทการเมืองระหว่างประเทศทั้งในระดับโลก และภูมิภาคได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย จีนเดินหน้าท้าชิงตำแหน่งเจ้าโลกจากสหรัฐฯ จีนและรัสเซีย กลายเป็นคู่แฝดในการนำพาประเทศในโลกที่สามที่จะลดอิทธิพลและการพึ่งพาของฝ่ายตะวันตก (The West) ที่นำโดยสหรัฐฯ อีกทั้งรัสเซียก็กระชับความร่วมมือกับเกาหลีเหนือ เพื่อเผชิญหน้ากับฝ่ายยุโรปที่สนามรบยูเครน และคุกคามญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ในขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ เร่งรัดให้ประเทศพันธมิตรทุกประเทศเพิ่มงบประมาณทางการทหาร และพัฒนาขีดความสามารถทางการทหาร เพื่อร่วมมือกันในการต่อต้านจีน และการยันการเข้ามายุ่มย่ามของรัสเซีย
ในการทั้งหมดนี้ ประเทศไทยมิได้เป็นรัฐแนวหน้าในสายตาของฝ่ายสหรัฐฯ อีกต่อไป ความสนใจของสหรัฐฯ ไปอยู่ที่รัฐแนวหน้าที่จะต้องเผชิญหน้า และโอบล้อมจีน นั่นคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย ออสเตรเลีย และอินเดีย
ต้นปีนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นอัตราภาษีศุลกากรกับทุกประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ และที่เรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้าสหรัฐฯ ที่ฝ่ายสหรัฐฯ เห็นว่าไม่สมเหตุสมผล โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือกันประเทศหนึ่งใดออกไปจากเหตุผลที่มีความสัมพันธ์เป็นพิเศษแต่อดีต หรือไม่ก็ตาม ซึ่งแต่ละประเทศต่างก็ต้องช่วยตัวเองด้วยการยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ในประวัติศาสตร์มาอ้างอิงเพื่อให้ฝ่ายสหรัฐฯบรรเทาความแข็งกระด้าง ก้าวร้าว ซึ่งดูแล้วก็คงจะไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่นัก เพราะทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในทำนอง “หมูไป ไก่มา”
ฉะนั้นในการนี้ฝ่ายไทยจะต้องระดมสมองปรึกษาหารือกันทุกหมู่เหล่าอย่างลึกซึ้งกว้างขวาง เพื่อวางแผนและปูทางสำหรับความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาต่อไปอีก 100 ปีข้างหน้า
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี
อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 1,684 ราย
ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี